7 ก.ย. 51
วันนี้น้องปอเพื่อนรุ่นที่เรียนด้วยกันมาขอคำปรึกษา เธอบอกว่าพี่หนูรู้ว่าพี่จบมาทางด้านจิตวิทยา และทำงานเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องของน้องปอสรุปความได้ว่า น้องเค้าเป็นอาจารย์ประจำชั้นมัธยมปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง และมีนักเรียนผู้หญิงในห้องเรียนคนหนึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยน ไปจากเดิมที่เคยเรียนดีจนสามารถสอบเข้ามาเรียนได้เป็นที่ 1 ของนักเรียนที่สอบเข้าชั้นม.1 ทั้งหมด เป็นนักร้องของวงดนตรีโรงเรียน และเคยสอบวิชาธรรมะ ได้คะแนนดีจนได้ทุนการศึกษา เหตุเกิดเมื่อปิดเทอมใหญ่ปีนี้ เด็กเล่าว่าแม่มีฐานะยากจน อยากจะหาเงินช่วยพ่อแม่โดยการไปร้องเพลงกับวงดนตรีของหมู่บ้าน แต่เมื่อได้เงินมาก็นำไปใช้ในการดื่มสุรา ดมกาว เล่นไพ่ พฤติกรรมของเด็กนี้ถูกร่ำลือไปทั้งหมู่บ้าน เด็กบอกน้องปอว่า “หนูทำความดีไม่มีใครสนใจ แต่พอหนูทำไม่ดีมีคนมาสนใจหนูชอบ ดีค่ะ” บางคืนไม่กลับบ้านทำให้ถูกแม่ตีเด็กก็เลยไม่กลับบ้านหลายวันจนกระทั่งเปิดเรียนเด็กขาดเรียนบ่อย น้องปอจึงตามไปเยี่ยมบ้านพบพ่อ แม่จึงแนะนำให้ช่วยดูแล แต่เด็กคนนี้ก็คงยังขาดเรียนบ่อย จนครั้งสุดท้ายเด็กบอกน้องปอว่าเมื่อตนเองดมกาวแล้วจะไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายละหลายๆคนในเวลาเดียวกันโดยไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้งยังบอกว่าเธอไม่สามารถเลิกดมกาวได้
ดิฉันได้ฟังแล้วสงสารเด็กคนนั้นและพ่อแม่ของเธอ หากดูตามท้องเรื่องแล้วจะพบว่าเด็กคนนี้มี จุดเด่นคือ เรียนเก่ง ร้องเพลงเพราะ และมีความรู้ในเรื่องคุณธรรมดี ปัญหาที่เกิดขึ้นคงต้องหันหน้าคุยกันทั้ง ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ดิฉันบอกน้องปอว่าเธอทำดีแล้วที่ไปเยี่ยมบ้านเด็กคนนั้นเพราะในสภาพของโรงเรียนที่น้องปอสอนอยู่นั้น ผู้ปกครองจะค่อนข้างเกรงใจครูจึงเป็นโอกาสดีที่จะช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ดิฉันแนะนำให้น้องปอส่งเสริมความคิดเชิงบวกของพ่อแม่ที่มีต่อลูกให้มากขึ้นไม่ดุด่า ให้กำลังใจเพื่อให้การเลิกดมกาว และสำหรับน้องปอเองควรให้ความรู้เรื่องสารระเหยกับเด็กให้เกิดความรู้และสร้างเจตคติที่ดีในการเลิกดมกาว เพื่อนำไปสู่การเลิก (ดิฉันได้นำ VCD ความรู้เรื่องสารระเหย ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันธํญญษรักษ์ไปให้น้องปอด้วย) น้องปอควรส่งเสริมให้เด็กมีความคิดเชิงบวกมากขึ้น ให้เด็กเห็นคุณค่าของตนเองให้มากขึ้น เช่น ให้คิดถึงสามารถของตนเองในอดีต ส่งเสริมความสามารถที่เด็กมีอยู่ให้แสดงออกได้อย่างเหมาะสม คอยให้กำลังใจ เมื่อดำเนินการไปสักระยะ ควรประเมินว่าเด็กยังดมกาวอยู่หรือไม่ จะมีการปรับเปลี่ยนการวิธีช่วยเหลืออย่างไร หากเด็กไม่สามารถเลิกได้ด้วตัวเอง ควรแนะนำให้เข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายๆคนโดยไม่มีการป้องกันซึ่งจะมีภาวะเสี่ยงทั้งจากการติดเชื้อโรคที่ติดต่อกันจากการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ติดเชื้อเอชไอวี เริม หนองใน ไวรสตับอักเสบ ฯลฯ น้องปอจะต้องสร้างความตระหนักให้เด็กในเรื่องอันตรายของโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยการให้ความรู้ รวมทั้งการป้องกันตนเองไม่ให้รับเชื้อ