|
"ท้องฟ้าเดือนธันวาคม 2543". สารทางช้างเผือก |
สำหรับนักดูดาวในประเทศไทยแล้ว มกราคมเป็นเดือนแห่งคืนฟ้าใสไร้เมฆฝน มกราคม ปี 2544 มีปรากฏการณ์พิเศษบนท้องฟ้าที่ไม่ควรพลาด จันทรุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นในค่ำคืนของวันอังคารที่ 9 มกราคม 2544 ซึ่งเป็นอุปราคาครั้งแรกของปี เหตุผลที่จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่พลาดไม่ได้เนื่องจาก หลังจากคืนวันนี้ไปเป็นเวลาอีกถึง 3 ปีที่คนไทยในประเทศจะไม่ได้เห็นจันทรุปราคาเต็มดวงอีก จนกว่าจะถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2547 จึงจะเห็นอีกครั้ง
|
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง 10 มกราคม 2544 |
|
เหตุการณ์ |
เวลา |
มุมเงยของดวงจันทร์ |
|
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก |
00.43 น. |
79 องศา |
|
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน (เริ่มเห็นดวงจันทร์แหว่ง) |
01.42 น. |
69 องศา |
|
3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง (ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดทั้งดวง) |
02.49 น. |
54 องศา |
|
4. กึ่งกลางของการเกิด |
03.20 น. |
47 องศา |
|
5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง (ดวงจันทร์ออกจากเงามืด) |
03.51 น. |
40 องศา |
|
6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง) |
04.59 น. |
25 องศา |
|
7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก |
05.58 น. |
12 องศา |
จากตารางเวลาและมุมเงยของดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาจะเห็นว่า จันทรุปราคาเริ่มเกิดในขณะที่ดวงจันทร์อยู่สูงจากขอบฟ้า ดวงจันทร์จะปรากฏอยู่เหนือท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งตรงข้ามกับครั้งที่เกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่แล้ว และจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้เงามืดของโลกจะบังดวงจันทร์อยู่เป็นระยะเวลานาน 1 ชั่วโมง 2 นาที คาดว่าความสว่างของดวงจันทร์จะถูกบดบังหมดดวงจะใกล้เคียงกับจันทรุปราคาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2541 ซึ่งดวงจันทร์เป็นสีส้มและมีความสว่างค่อนข้างมาก
แม้ว่าดวงจันทร์จะเริ่มเข้าไปในเงามัวตั้งแต่เวลา 0.43 น. แต่เราจะยังไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในขณะนี้ คาดว่าน่าจะสังเกตเห็นความสว่างของดวงจันทร์ที่ลดลงได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 1.30 น. หรือก่อนหน้านั้น ซึ่งหลังจากนี้ไปขอบด้านบนของดวงจันทร์จะเริ่มคล้ำลงมากขึ้น ๆ จนเวลา 1.42 น. ก็จะเริ่มเห็นว่าขอบด้านดังกล่าวของดวงจันทร์ถูกเงาโลกกินลึกเข้าไปเล็กน้อยเป็นจังหวะที่เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเห็นว่าเงาโลกบนดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนมาทางซ้าย กระทั่งเวลา 2.45 น.จะเห็นว่าดวงจันทร์เหลือส่วนสว่างอยู่ทางขวามือด้านล่าง ขณะนี้ดวงจันทร์ส่วนที่เงาโลกบังอยู่จะเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาอาจมองเห็นความสว่างของเงามืดได้ตั้งแต่เวลาก่อนหน้านี้ จนเวลา 2.51 น. เงามืดจะบังดวงจันทร์ไว้หมดทั้งดวง ซึ่งแสงที่หักเหในบรรยากาศโลกที่ไปตกลงบนดวงบจันทร์ จะทำให้ดวงจันทร์สว่างมีสีส้ม เป็นจังหวะที่เรียกว่าเริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ขณะนี้ขอให้สังเกตทางด้านทิศใต้ (ซ้ายมือ) ใกล้ขอบดวงจันทร์ มีดาวฤกษ์ความสว่าง 3.5 อยู่ตรงนั้น ดาวดวงนี้คือดาวเดลตาคนคู่
ดวงจันทร์จะผ่านใกล้จุดศูนย์กลางของเงามืดของโลกมาที่สุดในเวลา 3.20 น. และจันทรุปราคาเต็มดวงจะสิ้นสุดลงในเวลา 3.51 น. หลังจากนั้นจะกลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน โดยเงามืดเริ่มเคลื่อนออกจากดวงจันทร์จนเวลา 4.59 น. จึงสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน โดยดวงจันทร์ยังคงมืดสลัวกว่าปกติต่อไปอีกอย่างน้อย 15 นาที และดวงจันทร์ออกจากเงามัวของโลกในช่วงก่อนรุ่งเช้าของวันที่ 10 มกราคม
"ทางช้างเผือก". สารสมาคมดาราศาสตร์ไทย. ปีที่ 19 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2543