กรรมคือการกระทำ การกระทำใน ๓ ทางคือ ทางกาย วาจา และใจ ในทางศีลธรรมแตกต่างจากกฎหมายบ้านเมือง ในทางศีลธรรม "แค่เพียงการคิด" ก็ "ผิด" ได้แล้ว
ถึงวันศุกร์ทีไร ให้ต้องปวดใจทุกครั้ง ก็ในเมืองรถมันติด จะให้ทำอย่างไรล่ะ รถติดยังไม่พอ การศึกษาก็ติดๆ ขัดๆ ไปกับรถด้วย วันก่อนมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งมาขอลาที่จะไม่สอบทานความรู้เก็บคะแนนตามระบบดังแผนที่ตั้งไว้ โดยจะขอเอาเวลาสอบนั้นไปเล่นกีฬาซึ่งโปรแกรมได้จัดขึ้น ..... ให้นึกถึงนักกีฬาที่ไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ แหม..นี่ถ้าได้เป็นนักกีฬาคนนั้นก็ดีหรอก กลับมามีแต่คนเห็นความสำคัญ มีเงินทองมากมายเลย...แต่..นักศึกษาคงไม่คิดอย่างนี้หรอก...เขาอาจจะกลัวรุ่นพี่ก็ได้จึงไปเล่นกีฬา "เดี๋ยวให้รุ่นพี่ทำหนังสือลาและจะนำมาส่งให้อาจารย์นะ" นี่คือคำตอบที่บ่งบอกออกมาจากสายตาว่า "กีฬาสนุกกว่าเยอะ ไม่ต้องอ่านหนังสือด้วย" ส่วนในใจของผู้รับผิดชอบวิชากลับรู้สึกว่า "การเก็บคะแนนมันไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับหรือเหนือกว่าการเล่นกีฬาเลยหรือนี่...แตกต่างจากผู้รับผิดชอบวิชาจริงๆ ที่เห็นใครนั่งอ่านหนังสือ ทบทวนความรู้ เขียนความรู้ออกมา พร้อมกับแสดงพลังแห่งความรู้ น้ำตาภายในมันเอ่อล้นไหลออกมาภายนอกอย่างปลื้มใจ อยากจะเข้าไปคุยด้วยกับเด็กแบบนั้น"
ในมงคลชีวิตบอกว่า "การงานไม่คั่งค้าง เป็นความเจริญของชีวิตนะ" แต่ดูเหมือนเด็กวันศุกร์ไม่ได้อ่านเรื่องนี้ งานจึงค้างและยกไปสัปดาห์ถัดไป ผนวกกันเข้าไปเยอะๆ "เหนื่อยหน่อยนะอยู่กับฉัน" พลพลเขาว่าไว้อย่างนั้น
ออกจากห้องเรียน สมองร้อนผ่าว หน้าตายังกับ "ยักษ์กับมาร" อ๋อ เจอแล้ว ที่แท้ "ยักษ์และมาร" ก็อยู่ในตัวของผมนี่เอง ให้หวนคิดถึงตอนเด็ก "อาจารย์จะมาบังคับอะไรผมนักหนา...แต่งตัวก็ต้องให้เรียบร้อย ก็ผมไม่ชอบนี่....ทำงานก็ต้องให้เสร็จตามกำหนด ก็ผมไม่ชอบทำงาน ผมชอบเล่น ทำงานไม่เห็นจะสนุกอะไรเลย งานอะไรของอาจารย์ก็ไม่รู้ ให้กวาดลานวัด เรื่องอะไรจะกวาด อาจารย์ยังไม่กวาดเลย ... ก็ผมชอบฟังเพลง มาริบวิทยุของผมทำไม...ก็ผมอยากนอน อาจารย์จะมาวุ่นวายอะไรกับผม ทำไมต้องให้ผมตื่นตั้งแต่ตีห้าด้วย นี่มันเวลานานนะ....อะไรกัน..แก้แล้วแก้อีก ไม่ถูกใจอาจารย์สักที เบื่อแล้วนะ จู้จี้ขี้บ่น....ฯลฯ"
ชีวิตของอาจารย์ที่ต้องดูแลเอาใจใส่พวกเราตลอดเวลา มันหนักยิ่งกว่าการที่ผมได้เห็นผู้เรียนในชั้นเรียนเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งของสัปดาห์เท่านั้น....ยอมรับกรรมนี้แต่โดยดี...แต่จะหาทางแก้ด้วยการ "ทำใจให้ว่าง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม...อโหสิๆ กรรมนี้อย่าได้ตกไปสู่บุคคลอื่นๆอีกเลย"
ผมมีแนวคิดว่า มนุษย์เรานั้น สืบทอดมรดก กรรม
จากรุ่นหนึ่ง ไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง เป็นวัฏจักร
เคยได้ฟังครู(ผมชอบเรียกผู้ที่สอนหนังสือให้ผมว่า ครู มากกว่า อาจารย์)
เล่าให้ผมฟังว่า ตอนเด็ก ท่านทำไว้กับ ครูของท่านอย่างไร
พอท่านมาเป็นครู ซะเอง ท่านก็โดน ลูกศิษย์ ทำอย่างที่ท่านทำไว้
ทั้งเกเร หน้าไว้หลังหลอกอะไรประมาณนี้
มันทำให้ หลายคนไม่อยากจะเป็น ครู
กลัวกรรมจะตามทัน แต่ว่าเหมือนที่ท่าน นมินทร์(นม.)
เขียน ไม่ว่าจะยังไง วันนี้เราจะได้รับ
บทเรียน ที่ดื้อกับคนที่สั่งสอนเราเสมอ
สวัสดีครับ akesilly