ค่ำของวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 วันนี้บอสสนัดเราทุกคนในกลุ่มมาคุยกัน ถึงแนวทางของกลุ่มไหล อย่างเป็นทางการ (บนความ ไร้สาระตามแบบฉบับ ไหลเรา )อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราเองได้ไปกินเนื้อย่างด้วยกันมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นเป็นการพบกันนอกรอบเท่านั้น ไม่ได้มีการคุยกันอะไรมากนอกจาก บอสต้องการให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากการที่สมาชิกส่วนหนึ่งได้ไปช่วยพี่จากกองกิจฯ จัดกระบวนการให้แก่นักกีฬามา อย่างที่ว่าทั้งสนุก เหนื่อย ท้าทาย และสร้างมุมมองใหม่ให้กลุ่มเราอีกแง่หนึ่งด้วย ที่เล่านี้ไม่ใช่ว่าผมได้ไปกับเขาหรอกเพราะวันนั้นผมเองก็รับบทพิธีกร งานประกวดวรรณศิลป์ถิ่นอีสานอยู่ที่ มมส.เรานี่เอง แต่ก็ไม่เสียทีนะ เพราะวันนั้นเราถ่ายทอดความรู้สึกผ่านทาง เครื่องสื่อสารให้ทุกคนได้ติดตามบรรยากาศกันแบบใกล้ชิดเหมือนกันหมด ซ้ำยังเมื่อทุกคนกลับมาถึง ก็ไม่วายที่จะแย่งกันถ่ายทอดความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้รับมาให้แก่สมาชิกได้ติดตามแบบสามมิติกันเลยทีเดียว
เอาเป็นว่าวันที่เราไปกินเนื้อย่างด้วยกันนั้นทุกคนก็จบกิจกรรมลงด้วยการร้อง รำตามประสา (คนมักม่วน) แล้วการประชุมก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่บอสของเรา ได้ให้แนวความคิดเกี่ยวกับกลุ่มเราว่า น่าจะมีคณะกรรมการบริหารให้ดูดีบ้าง (เหมือนกับการใส่ สูท ให้ชาวนา) เพราะว่ารู้สึกว่าตอนนี้บทบาทกลุ่มเราในรั้วมหาวิทยาลัย นั้นเราก็ประกาศตัวเต็มที่แล้ว อีก ทั้งได้ให้โอวาทเกี่ยวกับกลุ่มเราอีกสองสามเรื่อง แล้วบอส ก็ลาเราไป ให้สมาชิกได้คุยกันเอง หัวข้อการประชุมจึงเริ่มขึ้นด้วยการแต่งตั้งประธานอาวุโส คือท่าน สาดตาจาน ปุ๊ นาโพธิ์ เป็นประธานในที่ประชุมอันทรงเกียติ
ที่ประชุมได้สรรหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มไหล เราดังต่อไปนี้ คือ
ประธานกลุ่ม เป็นน้า สิงดาว นายวีระชน พรหมสะวัน
รองประธาน ได้แก่ น้าเบ้น นายพัฒนพงษ์ เพาะนาไร่
เลขานุการ น้าเดียร์ นายไพจิตร ศรีม่วงอ่อน ฝ่ายประสานงาน ท่านสาดตาจาน น้าปุ๊ นายรุ่งโรจน์ แฉล้มไธสง เหรัญญิก น้ากิ๊ก น.ส.พัชรี พันธุตา ส่วนสมาชิกนอกจากนั้นอนุมัติให้เป็นคณะกรรมการทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น น้าต้น น้าโจ้ น้าซิน น้าชอบ น้าป๊อกสุดา 
น้าต้น นายกัปปน์ติพัฒน์ เกียดนอก น้าโจ้ นายสุรศักดิ์ ปักษา
น้าซิน น.ส.ธัญญาวัน กิรัมย์ น้าป๊อกสุดา
น้าชอบ นายเฉลิมศักดิ์ ประไวย์
ส่วนผมเองนั้น แรก ก็ว่าดีที่ไม่ได้ตำแหน่งไหนกับเขาแล้ว แต่สุดท้าย ท่านสาดตาจานเสนอให้เป็นที่ปรึกษา แล้วทุกคนก็ลงความเห็นดีเห็นงามด้วยซะงั้น เลยกลายเป็นว่าผมเองเลยได้เป็นกรรมการที่ปรึกษา ไม่รู้เขาจะปรึกษาผมเรื่องอะไร เพราะว่า เราก็มีที่ปรึกษาอย่างที่ดีอย่างบอสสและทีมงานอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้กลุ่มเราก็ขยับเป็นทางการขึ้นมาอีกขั้น แต่ยังคงเสต็ปเดิมคือ “มีสาระบนความไร้สาระ” เช่นเดิม








ดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่... กล้าที่จะหลุดออกมาจากกรอบเดิม ๆ
อันที่จริงกิจกรรมที่เราจัดนั้น ก็ไม่ใช่ใหม่เสียทั้งหมด แต่มันมีข้อแตกต่างอยู่ที่ว่า เราบูรณาการได้ และมีการถอดบทเรียนที่เป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง
ชื่นชม
และเป็นกำลังใจให้...
เป็นกลุ่มที่มีพลังของจิตอาสาอย่างแท้จริง
ผมชื่นชอบในกระบวนการทำงาน การสื่อความหมาย ของกลุ่มไหลมาก
ที่มีแบบแผนเป็นตัวของตัวเอง
และป็นกลุ่มที่แต่งแต้มสีสันในกระบวนกิจกรรม
ดั่งสโลแกนที่ว่า "สาระบนความไร้สาระ อิสระที่มีแบบแผน"
เป็นกำลังใจให้ครับ..
หวังว่าในโอกาสต่อไปจะได้ร่วมกิจกรรมกันอีก
ขออนุญาตินำเรียน
เจ๋งจริงเลยท่านที่เอารูปลงได้
"ข้าพเจ้าชอบ งดงามยิ่ง"
อิอิ...
สิ่งที่ ขาดหาย พวกเธอและนาย เข้ามาเติมเต็ม
ยินดีและดีใจที่ได้ร่วมบ้า(เป็นบ้างครั้ง)