หน่วยงานที่ทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนมีมากมาย ทำงานดำเนินการหลายหลายแบบ มูลนิธิสยามกัมมาจล มีความมุ่งมั่นทำงานด้านเด็กและเยาวชน โดยทำงานเป็น “ช่างเชื่อม” เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อการเชื่อมโยง ให้เกิด synergy ในระดับประเทศ กิจกรรมอย่างหนึ่งคือการมีฐานข้อมูลขององค์กรที่ทำงานเด็กและเยาวชนในเว็บไซต์ของมูลนิธิ ใครอยากรู้ข้อมูลเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนเข้ามาดูที่เว็บไซต์นี้ได้
กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งคือ โครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น ๔ ภาค ที่ดำเนินการโดย สรส. ที่มีคุณทรงพล เจตนาวณิชย์ เป็นหัวหน้าโครงการ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการนี้ คือทำให้พื้นที่หรือชุมชนตระหนักในคุณค่าของการดำเนินการพัฒนาเด็กและเยาวชนของตน และรู้วิธีดำเนินการ หรือวิธีใช้ทรัพยากรของท้องถิ่นส่งเสริมเด็กและเยาวชนอย่างได้ผล โดยใช้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้ทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และในขณะเดียวกันก็เป็นการทำประโยชน์ให้แก่ท้องที่ไปในตัว
วันที่ ๒๕ ส.ค. ๕๑ มีการประชุมนำเสนอผลงานนี้ และวิเคราะห์ออกมาเป็นสถานการณ์เด็กและเยาวชนในภาพรวม ซึ่งเอกสารสรุปจากโครงการ Child Watch ของ ดร. อมรวิชช นาครทรรพ ว่า มี ๖ วิถีเสี่ยง
ครอบครัวละเลย เก็บกด ช้ำใจ
ถูกปฏิเสธจากโรงเรียน เครียด มีปมด้อย หาที่ยืนที่มีศักดิ์ศรีไม่ได้
คบเพื่อนเสีย เพื่อนพาเสี่ยงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่เสี่ยง สื่อร้าย อบายมุข ยุให้เร่าร้อน รุนแรง
ติดกระแสบริโภคนิยม ยั่วยุให้ทำทุกอย่างแลกชีวิตฟุ้งเฟ้อ แม้แต่การขายตัว รวยลัด วัดดวง
ขาดแบบอย่างที่ดี ขาดโอกาสในการฟื้นตัวตน
ผมชื่นใจ ที่รายงานผลของโครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น ๔ ภาค ได้สร้างผลงานที่ส่อผลที่ยั่งยืน ๒ ประการคือ
◦ อบต. เห็นความสำคัญ กำหนดไว้ในนโยบายและแผนงาน มีกลไกของตำบลรับผิดชอบ สามารถใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานได้ต่อเนื่อง
◦ เยาวชนและครอบครัวได้รับการสนับสนุนจนเกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และสามารถจัดการความรู้เพื่อการขยายผลในแต่ละตำบล
ผมมีความสุขหลายต่อ เพราะเป็นผลสำเร็จทั้งเรื่องเด็กและเยาวชน เรื่องงานของมูลนิธิสยามกัมมาจล เรื่องท้องถิ่น/ชุมชน/อปท. เรื่องงานของ สรส. / คุณทรงพล เรื่องงานของคุณเปา และเรื่อง KM
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ส.ค. ๕๑