ณ เวลานี้ หลายคนบ่นวุ่นวาย อะไรกันนักกันหนาพวกนี้ ไม่รู้จักทำมาหากิน อาทิ นปก.ก็ดี พธม.ก็ดี สู้พวกที่บ่นไม่ได้วัน ๆ เอาแต่เล่นเปตอง วัน ๆ สาระวนกับเรื่องส่วนตัว
เราว่าทุกส่วนทุกฝ่ายไม่ได้เลยครับ เพราะบุคคลดังกล่าวล้วนเป็นเพื่อนผองน้องพี่ เป็นพลเมืองไทยแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน แต่ ( ขอย้ำ ) การกล่าวโดยไม่รู้ความจริง ว่า นปก.ก็ดี พธม.ก็ดี รับจ้างมาร่วมชุมนุมนั่น ดูเหมือนจะไม่ให้ความเป็นธรรมแก่พวกเขาเหล่านั้น
ตรวจสอบจากเนื้อหาการทำหน้าที่ของ นปก.ก็ดี พธม.ก็ดี อักษรย่อทั้งสองมีความเป็นมาอย่างไร ถามว่า ครูสังคมในโรงเรียนต่าง ๆ หรือแม้ครูอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา หากท่านถูกศิษย์สอบถามแล้ว ท่านจะอธิบายความแบบมั่ว ๆ นอกตำราได้หรือ และท่านได้เคยใส่ใจในฐานะเป็นครูหรือผู้สอนสังคม การเมือง การปกครองอย่างไร
เมืองไทยเราหากผู้สอนเอาแต่ท่องจำ ครั้นจะไปเกี่ยวข้องกับ นปก.ก็ดี พธม.ก็ดี เกรงว่าจะเสียความเป็นกลางเช่นนี้แล้ว ท่านก็คงเอาสิ่งที่อ่านไปสอนลูกศิษย์เท่านั้น มิน่าล่ะ ที่บ้านเมืองไทยถึงไปไม่ถึงไหน เพราะไม่มีใครสั่งผู้สอนให้รู้จักเข้าใจว่า การเรียนรู้นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นอย่างไรนี่เอง......
หลายคนอยากให้เรื่องจบ จบแบบไหนครับ
ทุกคนพูดแต่เบื่อ พูดแต่รำคาญ ไม่เคยศึกษา ทำไม นปก ทำไม พธม
ทั้งสองกลุ่มมีที่มาต่างกัน และมีเหตุผลต่างกัน มันต้องมีปัญหา
มันจึงเกิดความวุ่นวาย คุณครูทั้งหลาย สอนเด็ก อย่าสอนแบบว่า เมื่อไหร่จะจบๆซักที
จงสอนให้หาเหตุและผล ที่เกิดปัญหา แล้วแก้ที่รากเหง้าของปัญหานั้นครับ
ลงที่ครูซะงั้น
คนเราแต่ละคนให้ความสำคัญกับแต่ละสิ่งแตกต่างกันนะครับ เพื่อนผมบางคนเป็นแฟนพันธ์แท้ของพันธมิตร แต่เมื่อเกิดการใช้ความรุนแรงขึ้น เขาก็อยากให้พันธมิตรหยุดรุกต่อ เพราะเขารู้สึกว่าการบาดเจ็บล้มตายมันแย่ยิ่งกว่าอะไรทุกอย่าง
แต่บางคนก็ยังคงสนับสนุนการกระทำต่อไป เพราะอาจจะรู้สึกว่าการกำจัดคอรัปชันสำคัญที่สุด แม้จะต้องมีการเสียสละ มีความรุนแรง ยังไงก็ต้องทำต่อ ซึ่งก็อยู่บนเหตุผลที่เข้าใจกันได้
การที่ครูอาจารย์หรือท่านอื่นพูดว่า "น่าจะจบๆไปเสียที" ผมกลับรู้สึกว่าคำพูดแบบนี้แสดงถึงจิตใจที่ดีของผู้พูดนะครับ ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม :)
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขอบคุณค่ะ
ก่อนอื่น ขอขอบพระคุณทั้ง ๖ ความคิดเห็นครับ
ทุกความคิดเห็นเป็นประโยชน์ ผมเองถูกลูกหลานสอบถามว่า อะไรดี หรือเฉย ๆ ดีกว่า
ผมจึงต้องขอเวลาว่า ที่ลูกหลานสอบถาม มีเวลานั่งตั้งใจฟังกี่มากน้อย จึงจะตอบข้อสอบถาม
บ่อยครั้งผู้ถามมักมีคำตอบมาก่อน ทำให้ข้อมูลที่เราตอบมักสวนทาง เป็นความจริงต้องยอมรับ
สนใจเกี่ยวกับเรื่องของที่มาของ นปก.ก็ดี พธม.ก็ดี มีนักวิชาการท่านใดได้ลงมือศึกษาเรียนรู้กันอย่างจริงจังหรือไม่ หากไม่มีน่าจะเป็นหัวข้อศึกษาวิจัย
เท่าที่มีข้อมูลมักมาจากข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อสารมวลชนต่าง ๆ แต่ผมไม่ได้ไปคลุกคลีใกล้ชิดกัน ที่ได้รับข้อมูลมาเป็นคำบอกเล่าเท่านั้น
ที่ว่ามาว่า ก็ดี นั้น เพราะว่า กิจกรรมทางการเมือง ตามวิถีทางเราจำเป็นต้องให้เกียรติพลเมืองไทย เพื่อนร่วมชาติของเรา
สวัสดียามเย็นครับ
เรื่องราวที่เขียนมา ได้รับข้อคิดความเห็นที่ดีมากมาย ในส่วนที่คาดหวัง ๆ ว่า ครูสังคมจะมามีส่วนในการเรียนรู้ และให้สติ ความคิด การศึกษาเกี่ยวกับการสถานการณ์บ้านเมืองแก่ลูกศิษย์
วันนี้เช้า-บ่าย ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดน่าน ถอดบทเรียน ๔ พื้นที่ จากเทศบาลเวียงสา อบต.น้ำเกี่ยน อบต.เมืองจัง และ อบต.ถืมตอง พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งท้องถิ่น ท้องที่มาร่วมกิจกรรมถอดบทเรียน
ชุดความรู้ที่ได้จะถูกนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะศูนย์ฯ จังหวัดในวันที่ ๕ กันยายน ศกนี้ เพื่อร่วมพิจารณาและเสนอกรอบกิจกรรมการทำงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ต่อสถาบันพระปกเกล่าต่อไป
ถามว่าเกี่ยวข้องกับ นปก.ก็ดี พธน.ก็ดี ที่เขียนมาอย่างไร แน่นอนครับต้องเกี่ยวข้องแน่เนื่องจากเป็นความจริงในประเทศไทย ในสังคมที่เราต้องเรียนรู้และให้เกียรติ เราจะหาโอกาสพบกับ ท้องที่ ท้องถิ่น ที่สำคัญคือ ครูสังคมทั้งเขตพื้นที่ ๑ และ ๒ จังหวัดน่านในนามศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองฯ เร็ว ๆ นี้ให้จงได้ต่อไป โดยจะไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม
มองในมุมของการลุกขึ้นมาแสดงความเห็นโดยนำตนเองออกจากบ้านจากครอบครัว เพื่อแสดงออกทางการเมือง จะด้วยเหตุผลภายใน(สำนึก)หรือเหตุผลภายนอก(.....) ก็ตาม ขอมหยุดงานไม่เกรงจะถูกไล่ออก เพือแสดงออกทางการเมือง ผมเห็นว่าน่าจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคพลเมืองที่ไม่ใช่เพียงแค่เข้าคูหาแล้วจบ หรือไม่ก็ไม่อยากเปลืองตัว เรื่องของเขาเรามุ่งทำงานเพื่อครอบครัวดีกว่า
การแสดงออกเช่นนี้ น่าชื่นชม
แต่วิธีการของแต่ละกลุ่ม ไม่มีความเห็น
ก็ดี แต่ตั้งแต่ตีหนึ่งกว่าวันนี้ ดูเหมือนไม่ดีเลย