เรี่องที่ ๑ ข้าวกับการทดลองเห็ดพิษ
ในช่วงต้นฤดูฝนแบบนี้หลายคนคงได้ลิ้มรสชาติของเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติกันหลายชนิด อาทิ เห็ดด่าน เห็ดแดง เห็ดเครื่อง เห็ดไร่ เห็ดตะโม่งโก๊ง ฯลฯ แต่อีกหลายต่อหลายคนก็มักเก็บเห็ดที่มีลักษณะคล้ายๆกับเห็ดที่รับประทานได้ อย่างที่มีข่าวปรากฏกันในจังหวัดน่านช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการทดสอบเบื้องต้นก่อนว่าเห็ดที่เราเก็บมานั้นสามารถรับประทานได้หรือไม่ ก็มีวิธีการง่ายๆที่เราสามารถทำได้ก็คือ ในระหว่างที่เรากำลังจะประกอบอาหาร ( แกงเห็ดจะทดลองได้ชัดเจนที่สุด ) เราก็เอาข้าวสารหรือข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วก็ได้ประมาณ ½ ช้อนแกง ใส่ลงไปในหม้อด้วย และก็สามารถปรุงรสชาติได้ตามปกติจนสังเกตว่าเห็ดสุกแล้ว ก็ดูว่าข้าวที่เราใส่ไปในหม้อที่เราแกงเห็ดตั้งแต่แรกนั้นเม็ดข้าวมีสีหรือไม่ ถ้าเป็นสีขาวใส ก็สันนิษฐานได้ว่าสามมารถรับประทานได้ แต่ถ้าเม็ดข้าวปรากฏสี เช่น แดง ดำ คล้ำ ม่วง หรืออื่นๆ ก็สันนิษฐานได้ว่าไม่สามารถรับประทานได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของเราเลยทีเดียว แต่ทั้งนั้นทั้งนี้หากท่านไม่มั่นใจว่าเห็ดนั้นสามารถรับประทานได้หรือเปล่าและไม่รู้จักว่าเห็ดนั้นคือเห็ดอะไร ก็อย่ารับประทานเลยครับแต่ถ้าหากจะต้องรับประทานให้ได้ก็ต้องถามผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดก่อนท่านก็จะมีชีวิตที่ปลอดภัยจากการรับประทานเห็ดพิษ
เรื่องที่ ๒ กลิ่นข้าว
หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “เป๋นปิข้าว” คือจะมีอาการคล้ายจะเป็นลม เหงื่อจะออกตามเท้าตามมือหายใจไม่ทั่วท้อง อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น หิวข้าวจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ อาการแฮ้งเหล้า เป็นต้น หลายคนก็มีวิธีแก้ไขโดยการรับประทานอาหารให้อิ่มท้องแล้วพักสักครู่อาการจะดีขึ้น หลายคนก็ต้องอาศัยน้ำหวานหรือผลไม้ที่มีรสชาติหวานเพื่อไปเพิ่มน้ำตาลในเลือดจะได้รู้สึกสดชื่น แต่ก็มีหลายคนไม่ค่อยได้ผลไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่รู้สึกดีขึ้นมาเลยและยังมีความรู้สึกแน่นท้องบ้าง อยากอาเจียนบ้าง เพราะตอนนั้นรู้สึกหิวจัดจึงรับประทานเยอะไปหน่อย งั้นเราลองมาใช้วิธีนี้ดู ถ้าท่านเกิดอาการที่เรียกว่า “เป๋นปิข้าว” ให้ท่านหาข้าวสุกจะเป็นข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็ได้ถ้าเป็นสุกใหม่จะดีมาก ประมาณ 1 ช้อนแกง มาสูดดมกลิ่นของข้าวก่อนด้วยการสูดหายใจเข้าไปลึกๆคล้ายๆสูดยาดมทำแบบนี้สัก 3 – 4 ครั้ง หลังจากนั้นท่านก็ค่อยทานข้าวประมาณ 5 – 6 ช้อน แล้วนั่งพักสักครู่อาการ “เป๋นปิข้าว” ของท่านจะดีขึ้น
เรื่องนี้อ่านมา 5 รอบเนื่องจากเป็นข้อมูลที่จะนำลงจุลสารต้นกล้า แต่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยเลยยังไม่คลอด แต่เป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์กับหลายคนมากทีเดียว
รูปนี้คือข้าวที่พ่อปลูก
คือชีวิต พ่อจึงสอนผมให้รู้จักคุณค่าของ "ข้าว" และสอนชีวิตให้ผมจาก "ข้าว"