การทำวิจัยในชั้นเรียน จะเกิดขึ้นต้อง...
สอน มีปัญหา แก้ปัญหา สร้างนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ทดลองใช้ แก้ไข ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ทดลองใช้ นำผลมาสรุปเขียนรายงาน
ตัวอย่างรายงานผลการวิจัย
ชื่อเรื่อง ผลการพัฒนาการอ่าน การเขียน และการตอบคำถามโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1
ผู้ศึกษา/หน่วยงาน นายดอรอแม หะยีปูเตะ ครูอิสลามศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านสะนิง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1
ปีที่ทำการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการ ของการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
2. เพื่อพัฒนาการอ่าน การเขียนและตอบคำถาม ของการใช้บทเรียน
สำเร็จรูป ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1
ตัวแปรที่ศึกษา
ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 ประจำปีการศึกษา 2551
โรงเรียนชุมชนบ้านสะนิง จำนวน 30 คน
ตัวแปรต้น
บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง “พยัญชนะและคำประสม” ในภาษาอาหรับ
ตัวแปรตาม
คะแนนจากการอ่าน การเขียนและตอบคำถาม
เครื่องมือที่ศึกษา
1. แบบประเมินก่อนและหลังการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
2. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การอ่าน การเขียน การตอบคำถาม พยัญชนะและคำประสม
แบบฝึกบทเรียนสำเร็จรูปประกอบด้วย 3 กรอบ ดังนี้
- กรอบที่ 1 - 3 กำหนดให้อ่าน และเขียน เพื่อตอบคำถาม
3. แบบฝึกหัด กำหนดให้คิด วิเคราะห์ และตอบคำถาม (เขียนตอบ)
สมมติฐานการวิจัย
ความสามารถในการอ่าน การเขียนและตอบคำถาม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 2/1 หลังจากการใช้บทเรียนสำเร็จรูป
วิธีดำเนินการ
1. ศึกษาสภาพและวิเคราะห์ปัญหา
จากการศึกษาปัญหาการอ่าน การเขียนและตอบคำถาม ของนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ตอบคำถามได้ แต่จะขาดทักษะในเรื่องของภาษา เช่น ออกเสียงไม่ชัด เขียนไม่ถูกหลัก เป็นต้น
2. ศึกษาและสร้างเครื่องมือ
2.1 ศึกษา / ค้นคว้า การจัดทำสื่อเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอาหรับ (บทเรียนสำเร็จรูป) และเอกสารอื่น ๆ
2.2 สร้างแบบประเมินก่อนและหลังเรียน และแบบประเมินระหว่างเรียน
2.3 สร้างแบบประเมิน/แบบฝึกหัด การใช้บทเรียนสำเร็จรูป
3. ประเมินก่อนเรียน
4. ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ชุดบทเรียนสำเร็จรูป
5. ประเมินระหว่างเรียน
6. ประเมินผลหลังเรียน
7. วิเคราะห์ข้อมูล
สรุปผลและการนำไปใช้
สรุปผลการศึกษา
จากการศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่าน และการเขียนโดยใช้ชุดบทเรียนสำเร็จรูป ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 30 คน
1. มีนักเรียนจำนวน 20 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70.00 มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน
2. มีนักเรียนจำนวน 10 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 มีคะแนนหลังเรียน ร้อยละ 50 ขึ้นไป
3. ผลต่างระหว่างคะแนนก่อนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 33.33 หมายถึงนักเรียนมีการพัฒนาการมากขึ้น ร้อยละ 33.33
สรุปผลจากการศึกษาครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐาน นั่นคือ ความสามารถในการอ่าน การเขียน และการตอบคำถามของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 หลังจากใช้ชุดบทเรียนสำเร็จรูปสูงกว่าก่อนการใช้ชุดบทเรียนสำเร็จรูป
การนำไปใช้
1. ครูผู้สอนควรนำชุดบทเรียนสำเร็จรูปไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนการอ่าน การเขียนและตอบคำถาม
2. ครูผู้สอนควรจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนไปฝึกย้ำซ้ำทวนมาก ๆ
3. เมื่อสิ้นสุดการสอนแต่ละกิจกรรมควรจะมีการประเมินและบันทึกหลังสอนด้วย
4. ครูผู้สอนควรหาวิธีการช่วยเหลือนักเรียนที่มีคะแนนไม่ถึง ร้อยละ 50
5. ครูผู้สอนควรหาวิธีการช่วยเหลือนักเรียนที่มีคะแนนหลังเรียนเท่ากับคะแนนก่อนเรียนโดยด่วน
ข้อเสนอแนะ
การทำวิจัยควรทำในลักษณะการแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องจนจบกระบวนการ อย่าแก้ปัญหาหลายเรื่อง ดังตัวอย่างรายงานผลวิจัยหน้าเดียว
สวัสดีค่ะ
นดล อุดร.(2551). รายงานการใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.โรงเรียนวัดหัวหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1.
การายงานครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนวัดหัวหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ บทเรียนสำเร็จรูปสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจที่นักเรียนมีต่อบทเรียนสำเร็จรูป การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ การทดสอบค่าสถิติ t-test Dependent group
ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
1. บทเรียนสำเร็จรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 86.93/89.25
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่องเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.06