เออหนอ..ชีวิตที่ขาดเป้าหมาย จึงคับแคบเสียจริง
นักบวชที่ดี ย่อมได้รับการยกฐานะ
ให้เป็นผู้ควรแก่การเคารพ กราบไหว้
พระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวถึงชีวิตของนักบวช
ในพระพุทธศาสนา ที่มีเป้าหมายชัดเจน
ตั้งมั่นอยู่ในความบริสุทธิ์นั้น และบริบูรณ์ด้วย
การประพฤติปฏิบัติตามข้อวัตร พร้อมทั้งมีความขวนขวาย
ในการประกอบเหตุดี แต่เพียงฝ่ายเดียว
ดังนี้แล้ว การบวชนั้น ก็ได้เลื่อนระดับไปสู่
การเป็นผู้ควรแก่การกราบไหว้บูชาเคารพทันที
ชีวิตสมณะเป็นผู้สละแล้วซึ่งสมบัติทางโลก หวังมรรคผลนิพพานเป็นหลักชัย
พระพุทธเจ้า ได้เริ่มแสดงสามัญญผลสูตร แด่พระเจ้าอชาติศัตรู ดังต่อไปนี้
ว่าด้วยคุณสมบัติของนักบวช
๑. ต้องมีสัมมาทิฏฐิ เชื่อในผลของกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บาป บุญมีจริง
๒. ต้องมีวัตถุประสงค์ในการบวชนั่นคือ การสั่งสมบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ด้วยการประกอบกรรมดี จึงจะส่งผลในการเพิ่มพูลแห่งบุญญาบารมีนั้น
๓. ต้องรู้จักในการสำรวม กาย ใจ ไม่ให้ฝักใฝ่ในอกุศล มุ่งแต่บุญกุศล
๔. ชีวิตนักบวช ต้องอยู่อย่างสันโดษ มีแค่พอเพียงแก่การดำรงชีวิต ไม่สะสมเกินจำเป็น เช่นชีวิตของฆาราวาส
๕. นักบวชต้องรักในความเงียบสงบ วิเวก เพื่อส่งผลให้เจริญในการปฏฺิบัติธรรม สมาธิภาวนา ที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว

นักบวชในพระพุทธศาสนา
ย่อมมีเป้าหมายวัตถุประสงค์
ดั่งที่พระพุทธองค์บัญญัติไว้
เพียงพระองค์ทรงยกเป้าหมายในการบวช ให้พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงทราบ
ทันใดนั้น พระเจ้าอชาตศัตรู ก็พลันระลึกถึงพระเทวทัตที่พระองค์ ได้ทรงคบหามาเป็นพระสหาย แต่ไม่มีคุณสมบัติของนักบวชแม้แต่ข้อเดียว ทั้งยังมีความโลภโมโทสัน อาฆาตมาดร้าย ไม่มีความสงบ สำรวม ทั้งยังมิได้สะทกสะท้าน ในการก่อบาปเวรใดๆ
พระเทวทัตมิได้เป็น"พระแท้" ในพระพุทธศาสนา
ในส่วนของชีวิตของพระองค์ ก็เป็นชีวิตฆาราวาส สมบูรณ์แบบ ตามที่ไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมา ล้วนยังทรงอยู่ในกิเลส ความหลง ความอยากที่จะได้อำนาจยิ่งๆขึ้น มีสิ่งที่จะกระตุ้นให้ได้กระทำบาปกรรมหนักอยู่ตลอดเวลา มิเคยมีเวลาที่จะหยุดยั้งคิด ชีวิตมีแต่เรื่องที่จะสั่งสมอย่างมิเคยพอเพียง ต้องการอีก..อีก..และอีก
จนที่สุด มืดมนต์จนถึงกับ กระทำอนันตริยกรรม ปลงพระชนม์พระราชบิดา
แต่ถึงทุกวันนี้ ก็ยังทรงสรุป ความพอในพระราชหฤทัยไม่ได้ คิดว่าควรจะได้สุข ก็ไม่ใช่อยู่ดี
ความฟุ้งซ่านมากเกิน ทรงทุกข์ทรมานไม่มีวันจบ
เออหนอ..ชีวิตที่ขาดเป้าหมาย จึงคับแคบเสียจริง
เหมือนอยู่บนเส้นทาง ที่ล่อแหลมลงต่ำ ร้อนลุ่มจนมองไม่เห็นทางอื่น ทั้งหนักอึ้งด้วยความยึดมั่น ผูกพัน ไม่เข้าใจการปล่อยวาง
พระพุทธองค์ ทรงเปรียบเปรย เฉลยไว้อย่างสว่างใจ
จะชีวิตไหนๆ ก็ตาม ถ้ามีหลักในการดำเนินชีวิต เหมือนดั่งพระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ ในสามัญญผลเบื้องต้น ต่อให้มิได้โกนหัว ห่มผ้าเหลือง ก็ย่อมเข้าถึงชีวิต ที่เปรียบได้ดั่งสมณะได้เช่นกัน
ดั่งนี้แล้ว พุทธศาสนิกชน จึงเป็นผู้โชคดี ที่ได้มีโอกาสรู้ถึง"เหตุ" ที่ดี และจะส่ง"ผล"ที่ดี ได้อย่างไร
ค่ะนำสามัญญผลเบื้องต้น มาเล่าสู่กันฟัง
ที่กล่าวถึงเป้าหมายแห่งชีวิต การเลือกปฏิบัติ เพื่อเดินทางสู่ความสว่าง อันไพศาล มิต้องตกอับ คับแคบอีกต่อไป
รู้สึกปลอดโปร่ง
ปิติใจ
ที่ได้มาเรียนรู้พระพุทธศาสนา
อย่างลึกซึ้งขึ้น
ขออวยพรให้ทุกท่าน จงพบทางเดินอันไสว ด้วยความสว่างแห่งปัญญาเทอญ
สาธุ...สวัสดีค่ะ
อยากเล่นน้ำครับพี่ อิอิ
สวัสดีค่ะคุณsomsuk
จะกล้าเล่นหรือเปล่า
นี่เป็นแม่น้ำสายหนึ่ง ที่เขาเผาศพริมน้ำกัน
ที่กุสินาราค่ะ
สวัสดีค่ะ
- ตามมาอ่านจนจบเลยค่ะ
งั้นของดแล้วกันครับพี่บุญรุ่ง เหอๆ หยองๆ
สวัสดีค่ะคุณเพชรน้อย
ขอบคุณมากค่ะ ที่ติดตามอ่าน
ยังมีอีกสองสามบันทึก เรื่องสามัญผลสูตร
ที่ฟังดูแล้วเป็นของพระ แต่ที่จริง
ก็คือของชาวพุทธเราทุกคนค่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณsuksom
งั้นคุณได้สิทธิ์นั้น เดี๋ยวนี้