เรื่องเล่า ตุ๊กตาบาร์เด้น แผลกดทับ
....วันที่25-26สค.ที่ผ่านมาผู้เขียนและเพื่อนร่วมวิชาชีพได้รับความกรุณาเป็นอย่างสูงจากท่านอาจารย์ไพทูรย์ ช่วงฉ่ำอาจารย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ม.นเรศวรและท่านอาจารย์สุการดา เมฆทรงกรด จากโรงพยาบาลพิจิตร มาให้ความรู้กับชาวเรา ผู้เข้าอบรมส่วนมากเป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานอายุรวมๆคงประมาณ10000ปีได้ค่ะบรรยากาศเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างมาก ผู้เขียนในฐานะมือใหม่ตั้งใจเรียนเป็นอย่างยิ่ง วันที่สองอาจารย์ให้เล่าเรื่องโดยอาศัยไดอะล็อค(D-I-A-L-O-G-U-E):สุนทรียสนทนา..ผู้เขียนมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากถึงมากที่สุดว่าจะเป็นเช่นไรเพราะได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่มให้เป็นผู้บันทึกการเล่าเรื่องครั้งนี้..ยากมากเลยนะสำหรับมือใหม่เช่นเรา...
ผู้เล่าเรื่องเป็นพยาบาลวิชาชีพตึกไอซียูอายุรกรรมทำงานมาประมาณ20ปีหลังกลับจากเรียนจบปริญญาโทได้1เดือนได้รับคำบอกเล่าจากหัวหน้าหน่วยงานว่าที่หน่วยงานเกิดปัญหาแผลกดทับจำนวนมาก ผู้เล่าซึ่งเป็นความคาดหวังของหน่วยงานเกิดความวิตกกังวลที่ต้องชี้แจงให้หัวหน้าพยาบาลทราบ จึงหาสาเหตุจากข้อมูลที่น้องๆเก็บไว้ทุกเดือนทำอย่างไรการหาคำตอบให้หัวหน้าพยาบาลจะไม่ใช่เรื่องแก้ตัว และทำอย่างไรผู้เล่าจะหาแนวทางลดการเกิดแผลกดทับได้ผู้เล่ารวบรวมข้อมูลจากการพูดคุยกับน้องๆเอาสถิติ3ปีย้อนหลังมาทำกราฟให้น้องๆดู ได้คำตอบว่าตัวชี้วัดและสถิติที่เก็บไว้ไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ หาสาเหตุแก้ไขปัญหาและแนวทางป้องกัน ผู้เล่าจึงปรึกษาหัวหน้าหน่วยงานและจัดการระดมสมองโดยใช้เวทีประชุมประจำเดือน พูดคุยแลกเปลี่ยนตอนเช้าก่อนรับส่งเวรทุกวันทบทวนสิ่งที่ทำไปแล้วและสิ่งที่ควรทำต่อไป จากการทบทวนพบว่าการป้องกันการเกิดแผลกดทับมีคู่มือเป็นแนวทางปฏิบัติชัดเจนแต่พบว่าน้องบางคนบางเวรไม่ปฏิบัติตามแนวทางเช่นไม่พลิกตะแคงตัวตามเวลาที่กำหนด เช่นถึงเวลาไม่พลิกตะแคงตัว ผู้ป่วยปัสสาวะอุจจาระไม่เปลี่ยนทันทีที่อับชื้นการพลิกตะแคงตัวไม่ใช้ผ้าขวางเตียง หัวหน้าเวรอายุไล่เรี่ยกัน บอกกันไม่ได้ หรือหัวหน้าเวรไม่ทำเอง..
ปัญหาต่างๆถูกนำมาแก้ไขหาแนวทางการดูแลร่วมกันเพิ่มขึ้น..
โดยมีแนวทางตรวจสอบ ทำตารางกำหนดเวลาพลิกตะแคงตัวในชั่วโมงคู่ติดไว้
ในแฟ้มประวัติแต่พบว่าไม่สะดวก จึงทำตารางพลิกตะแคงตัวติดผนังให้มอง
เห็นชัดเจน ใช้นวตกรรมตุ๊กตาบาร์เด้นติดที่เสาน้ำเกลือสื่อบอกว่าถ้าประเมินบาร์
เด้นได้น้อยกว่า12ให้ติดตุ๊กตาบาร์เด้นทุกทุกรายถือว่าเป้นผู้ป่วยเสี่ยงสูงที่จะเกิด
แผลกดทับให้พลิกตะแคงตัวทุก1-2ชั่วโมงตรวจสอบโดยหัวหน้าหน่วยงานผู้ช่วย
หัวหน้าหน่วยงานและผู้ประสาน พบว่าผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงได้รับการจัดให้นอน
เตียงalpha bed (ที่นอนลม)พลิกตะแคงตัวตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ผิวหนังได้รับการ
เฝ้าระวังความอับชื้น รวมทั้ง
ประเมินภาวะโภชนาการทุกวันอังคาร และปรึกษานักโภชนาการกรณีผู้ป่วยพร่อง
โภชนาการ เพื่อการป้องก้นไม่ให้เกิดแผลกดทับ
ผลลัพธ์........
ติดตามไปตั้งแต่เดือนมค.-กค.แผลกดทับลดลงจาก3.76/1000เหลือ0""""
ประเด็นหลัก/หลักการ/เคล็ดลับ
-ใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว
-ผู้ป่วยที่เกิดแผลกดทับใช้กล้องดิจิตอลถ่ายภาพไว้เพื่อประเมินความก้าวหน้าของการดูแลแผล
-ใช้ตุ๊กตาเตือนให้ตระหนักถึงการเกิดแผลกดทับ
-ใช้ระบบแสดงความคิดเห็น ร่วมคิดร่วมทำ(ร่วมมือ ร่วมใจ)ลองทำดูก่อน
-ให้ทุกคนได้แสดงถึงความรักและผูกพันต่อองค์กร
-สร้างเสริมการยอมรับในบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน
-ถ้ามีแผลกดทับเกิดขึ้นทำการทบทวนหาสาเหตุและหาแนวทางแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำทันที
วาดหวังไว้เองไม่เกี่ยวกับตัวผู้เล่านะคะว่า...การดูแลผู้ป่วยโดยเอาใจเขามาใส่เรา ส่งมอบความเอาใจใส่ถ้วนทั่ว...ทุกด้าน"บริการดุจญาติมิตร ทุกชีวิตมีความหมาย" ทุกๆผลงานต้องออกมาดีแน่เลย
การอบรมจบลงด้วยความชื่นมื่นเข้าใจบทเรียนและเข้าใจตนเอง...ขอขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านเป็น
อย่างสูง............................................................................................................
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม;ICU. อายุรกรรม รพ.อุดรธานี

สวัสดีพี่นุส นำเรื่องสั้นตอนจบ มาให้อ่านนะพี่ http://gotoknow.org/blog/kelvin/203573
รออ่านค่ะพี่นุช ฝากความคิดถึงอาจารย์ทั้งสองค่ะ อิอิ ...รอๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณน้องกวิน
แวะมาอ่านอีกทีนะครับพี่นุส อืมพยาบาลนี่ก็ทำงานหนักแฮะ สู้ๆ นะพี่..