ตอนนี้กรมส่งเสริมการเกษตรก็มีงานหลายชิ้นที่เกี่ยวกับ “การรวบรวมความรู้” ที่มีอยู่กับตัวเจ้าหน้าที่และมีอยู่ในหน่วยงานมา จัดเก็บให้เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะความรู้ของเจ้าหน้าที่ที่ได้ไปต่างประเทศซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาได้ค่อนข้างยากและโอกาสที่จะไปนั้นมีค่อนข้างน้อยมาก ฉะนั้นการค้นหาความรู้/ประสบการณ์ ก็ใช้วิธีการเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์แทน ตามกำหนดการเดิมที่เราจะมีการจัดเวทีเพื่อนำเสนอความรู้และประสบการณ์ในงานส่งเสริมการเกษตรของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับจากการไปต่างประเทศ ก็มีเหตุกการณ์จำเป็นให้ต้องปรับเปลี่ยนและปรับลดเนื้อหาสาระและกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเทคนิคงานที่ใช้ก็จะยังคงคิดอยู่ภายใต่กรอบเดิมก็คือ เรื่องที่ 1 รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้ ในแต่ละกลุ่มเนื่อหาที่เหมาะกับองค์กร เรื่องที่ 2 นำความรู้ที่ได้สรุปมานำเสนอเพื่อขยายผลสู่เจ้าหน้าที่ขององค์กรให้เรียนรู้และเข้าใจ เรื่องที่ 3 นำความรู้ที่เกิดขึ้นมาสู่การปฏิบัติ/ การทดลองใช้กับงานส่งเสริมการเกษตร “วิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น” จึงต้องปรับแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ก็ยังได้คงไว้ กับเป้าหมายเดิมที่กำหนดก็คือ องค์กรได้องค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตรที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ที่ได้ไปต่างประเทศที่เป็นผลจากการวิเคราะห์/เปรียบเทียบกับความเหมาะสมและโอกาสในการนำไปใช้งานได้ โดยกระบวนการก็จะยังคงไว้แค่ “การจัดเวทีเพื่อนำเสนอความรู้” เท่านั้นเอง ส่วนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ใช้เทคนิคการถาม-ตอบ การซักถาม การสนทนา การอภิปรายในเวที/ห้องเรียนรวมแทนการเรียนรู้ในกลุ่มย่อย แต่ทั้งนี้ถึงแม้จะได้งานตามเป้าหมายที่กำหนดก็ต้องยอมรับถึงคุณภาพของผลที่เกิดขึ้นก็จะลดหลั่นกันไปตามปัจจัยและทรัพยากรที่ได้รับ เพราะการทำงานต้องมีความยืดหยุ่นตามข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถควบคุมได้เพียงแต่เราทำหน้าที่จัดการ/กำกับงาน ให้เกิดขึ้นได้ก็คงจะเพียงพอแล้วค่ะ.
วิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น
งานที่ควบคุมไม่ได้...ก็ต้องปฏิบัติการให้ได้ แต่ใช้วิธีการกำกับงานแทน..ก็จะไม่หนักใจ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาง เนาวรัตน์ ปาวิชัย · 25 ส.ค. 2551
matas · 25 ส.ค. 2551
อนุชิต · 25 ส.ค. 2551
นวพัชร อรุณเพ็ง · 25 ส.ค. 2551
ขนิษฐา · 25 ส.ค. 2551
ครูแมว · 25 ส.ค. 2551
แวะมาอ่าน...ครับ...ไม่มีเวลาเขียนของตนเองครับ....ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน....นะจ๊ะคุณพี่จือ