แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังจับตาเรื่องการพิจารณาจัดสรรเครื่องจำหน่ายสลากแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว แบบอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์ ที่ยังเหลืออีกประมาณ 6,000 เครื่อง ให้กับหัวคะแนน และญาติพี่น้องของนักการเมืองที่ต้องการเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากการผลักดัน ให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำหน่ายหวยออนไลน์ ในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้สำนักงานสลากฯ ได้คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายหวยออนไลน์ทั้งสิ้น 1.2 หมื่นคน แต่นโยบาย ได้หยุดชะงักไป จนกระทั่งรัฐบาลชุดปัจจุบันฟื้นหวยออนไลน์อีกครั้ง แต่เหลือผู้สมัครเดิมที่มีความพร้อม 6,400 ราย เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถแบกรับค่าเช่าที่ระหว่างที่รอให้มีนโยบายที่ชัดเจน หรือบางรายได้เสียชีวิตไปแล้ว
แหล่งข่าวระบุว่า สำนักงานสลากฯ ต้องการให้มีการนำรายชื่อของบุคคลที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 1.2 หมื่นคน มาพิจารณาก่อน แต่กลับมีความพยายามในการเปิดให้มีการคัดเลือกใหม่ทำให้คนเก่าเสียสิทธิ “มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีความพยายามของฝ่ายการเมืองที่อยากได้ตู้ขายหวยออนไลน์ไว้ให้กับพวกหัวคะแนนและญาติพี่น้องของตัวเอง” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีที่สำนักงานสลากฯ กำหนดรูปแบบให้มีการอั้นเลขรับแทงรางวัล เพื่อป้องกันไม่ให้สำนักงานสลากฯ ขาดทุน หรือได้รับความเสี่ยงจากการจำหน่ายสลาก ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่ง พ.ศ. 2517 แต่กรณีที่หวยบนดินที่มีการออกมาจำหน่ายก่อนหน้านี้ เป็นลักษณะของสลากกินรวบ ซึ่งมีโอกาสทำให้สำนักงานสลากฯ ขาดทุนจากการจ่ายรางวัล จึงถือว่าผิดกฎหมาย “เรื่องนี้พิสูจน์ได้ยากจนกว่าจะมีการออกจำหน่ายจริงถึงจะรู้ว่าปัญหาคืออะไร” แหล่งข่าวกล่าว
นายมนัส เปรื่องชีวะ ทนายความ ผู้ฟ้องศาลปกครองขอให้ระงับการขายหวยออนไลน์ เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลางน่าจะมีคำสั่งออกมา อย่างช้าในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการออกหวยออนไลน์ไม่สามารถทำได้ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่ง พ.ศ. 2517 ซึ่งจะต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งฉบับใหม่ ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสร็จก่อน
นายมนัส คาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ถึงจะวินิจฉัยกฎหมายเสร็จ ทั้งนี้หาก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะตกไป และต้องยื่นแก้ไขใหม่ แต่หากวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็สามารถมีผลบังคับใช้ได้ทันที
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานกลับมาว่ามีข้อขัดข้องอะไรในวิธีปฏิบัติ และหากศาลปกครองมีคำสั่งอย่างไร เช่น หากให้ชะลอก็ต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายไปว่าขณะนี้ทุกอย่างยังต้องดำเนินการไปโดยที่ต้องเตรียมการให้พร้อม “ในขั้นสุดท้าย คงต้องรอคำพิพากษาของศาลว่าจะมีคำสั่งอย่างไร ฉะนั้นระหว่างนี้ก็ต้องดำเนินการตามปกติ” รมว.คลัง กล่าว
โพสต์ทูเดย์ 25 กรกฎาคม 2551