ประชุม รศก. นัดแรก 27 สิงหาคมนี้ สั่ง สศช.รายงานภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีแรก พร้อมประเมินสถานการณ์ครึ่งปีหลัง และผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เตรียมเสนอฟื้น กรอ.ให้เกิดการทำงานร่วมระหว่างรัฐและเอกชน สศช.แถลงตัวเลขไตรมาส 2 คาดขยายตัว 5.5-5.6% ทีมที่ปรึกษาแนะรัฐเร่งเดินหน้าเมกะโปรเจกท์ ปั๊มตัวเลขเศรษฐกิจปลายปี
ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจ (รศก.) ระบุว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ในฐานะรองประธาน รศก. ได้สั่งการให้ฝ่ายเลขานุการจัดเตรียมข้อมูล เพื่อรายงานให้ที่ประชุม รศก.ได้ทราบ ในการประชุมนัดแรกวันที่ 27 สิงหาคมนี้ โดยมี 3 ประเด็น ได้แก่ 1.การรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยช่วง2 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่จะมีการแถลงตัวเลขในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า การบริโภคและการลงทุนอยู่ในภาวะชะลอตัวลง พร้อมทั้งจะมีการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ ช่วงครึ่งปีหลัง 2.รายงานผลการประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เช่น มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการเร่งรัดการประหยัดพลังงาน และการดำเนินการ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติฯ ว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง และ 3.จะเสนอให้มีกลไกที่ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน ระหว่างภาครัฐหรือเอกชน โดยจะมีการเสนอให้ฟื้นคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชน (กรอ.) และกำหนดให้เป็นคณะอนุกรรมการภายใต้ รศก. เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะต่อ รศก.
แหล่งข่าวจากคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่มี ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน กล่าวว่า ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ที่ สศช.รายงานให้คณะที่ปรึกษารับทราบ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ในระดับ 5.5-5.6% ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 5.8-5.9% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้การขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสแรก มาจากราคาน้ำมันและราคาอาหารที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็ชะลอลง ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ 5.5% ส่งผลให้ตัวเลขทั้งปีอยู่ที่ 5-5.5% “สศช.และที่ปรึกษาเศรษฐกิจมีความเห็นสอดคล้องกันว่า หากรัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในช่วงปลายปีให้มีความชัดเจน และรักษาระดับราคาสินค้าเกษตรและรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ให้ลดลงจนถึงสิ้นปี โอกาสที่เศรษฐกิจไทยทั้งปี จะขยายตัวในระดับ 6% ยังมีความเป็นไปได้ แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ การกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนในระดับล่าง” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ที่ปรึกษาเศรษฐกิจนายกฯ มีความเห็นว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ผ่านมา ยังไม่สอดประสานกันเท่าที่ควร จึงเห็นควรเปิดกว้างให้กรรมการ รศก.แต่ละคนแสดงความเห็น พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการทำงานในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนที่เหลืออยู่มีความต่อเนื่องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
คม ชัด ลึก 25 กรกฎาคม 2551