สวรส. และองค์กรพันธมิตรอีก ๓ คือ ศิริราช, สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันประกาศความร่วมมือส่งเสริม R2R เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๑    โดยช่วงแรกมีจุดเน้นที่ ๓ ปัญหา  คือ (๑) เบาหวานและความดันโลหิตสูง  (๒) การใช้ยาไม่เหมาะสม  (๓) ความแออัดในโรงพยาบาล 

 

          ผมกลับมาคิดต่อ ว่าเมื่อให้สัญญาแก่สังคมไปแล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จ    ไม่เป็นการให้สัญญาชุ่ยๆ เพียงให้ได้ออกข่าวทางสื่อมวลชน
          ตัวชี้วัดสำคัญที่สุดคือ บริการสุขภาพดีขึ้น    และต้องดีขึ้นทั่วประเทศ   จุดที่ต้องเอาใจใส่ที่สุดคือจุดที่มีความต้องการสูงสุด

 

          ยุทธศาสตร์ที่ผมนึกออก คือ ยุทธศาสตร์ตัวคูณ    ต้องสร้าง “คุณอำนวย” หรือ R2R Facilitator ณ จุดยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ    หวังให้ท่านเหล่านี้ไปแพร่เชื้อ สร้าง “คุณอำนวย” รุ่นที่ ๒, ๓, ๔ .... ขยายออกไปแบบโรคติดต่อ 
          วิธีสร้าง “คุณอำนวย” R2R ก็ต้องไม่ธรรมดา    ไม่ใช้วิธี Training ที่มักจะหลงผิดใช้กันอยู่   ต้องใช้วิธี Learning หรือ Sharing    และต้องไม่ใช้เชิญมาประชุมหรือสัมมนา ๒ – ๓ วันหนเดียวแล้วหายไปเลย   แต่จะมี Team Learning จากการปฏิบัติหน้าที่ “คุณอำนวย” R2R เป็นกิจวัตรประจำวัน
          Team Learning นี้ ก็ต้องใช้วิธี “ไม่ธรรมดา” คือ ต้องมี Sharing ได้ any time, any where และเป็น distributive sharing ผ่าน ICT (B2B) เป็นส่วนใหญ่ เสริมด้วย F2F Sharing   
          สรุปว่า ยุทธศาสตร์ตัวคูณ คือการสร้าง “ชุมชนคุณอำนวย R2R” หรือ R2R Facilitator Community   หรือ RF CoP – R2R Facilitator CoP ขึ้นมานั่นเอง    โดยต้องให้เป็น open community เปิดรับสมาชิกที่ “มีใจ มือทำ” 
          กองเชียร์อย่างผมเสนอเพียงอาวุธ คือดาบ   ส่วนท่ารำ (ดาบ) หรือรายละเอียดของการทำงานนั้น “กองทำ” คือ ดร. แต้ม กับ อ. หมอเชิดชัย และทีมงานจะเป็นผู้คิดต่อ และลงมือรำ
          โดยมีหลักการที่สำคัญคือ อาวุธต้องเหมาะมือคนทำ    จึงไม่จำเป็นต้องเป็นดาบที่เสนอก็ได้

   
          แปลใหม่อีกทีว่า อย่าเชื่อผม

 

วิจารณ์ พานิช
๒๐ ส.ค. ๕๑