ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่มีส่วนร่วมทำให้ผืนป่าเมืองไทยเพิ่มขึ้นและยังดำรงอยู่ต่อไป

วันนี้ขอพาไปเที่ยวป่าชุมชนบ้านพุเตย อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี นะคะ ไปกับโครงการสัมมนาเยาวชนครั้งที่ ๖ " เยาวชนร่วมสร้างสื่อรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน "  ป่าชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่หลังโรงเรียนบ้านพุเตย และห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ ๗๕  กิโลเมตร

  ลุงบุญมา  พันแสง   ผู้บุกเบิกป่าแห่งนี้เล่าให้ครูพรรณาฟังระหว่างเดินป่าด้วยกันว่า " ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่มีส่วนร่วมทำให้ผืนป่าเมืองไทยเพิ่มขึ้นและยังดำรงอยู่ต่อไป  พื้นที่แห่งนี้ไม่มีเจ้าของเนื่องด้วยกรมอุทยานและหน่วยงานของสปก. วัดเขตพื้นที่กันแล้วเหลืออยู่โดยที่กรมป่าไม้ก็ไม่ทราบ...ต่อมามีผู้คิดบุกรุก  ลุงบุญมากับชาวบ้านจึงร่วมใจกันเป็นผู้ดูแล  และขณะนี้ผืนป่าชุมชนแห่งนี้ได้รับการดูแลทางด้านวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี "

   ชาวคณะของเราออกเดินทางตั้งแต่ไก่ยังไม่ตื่น..เด็กๆ ตื่นเต้นมากลุกตั้งแต่ ตี ๒ แต่งตัวไม่ได้อาบน้ำเพราะคืนนั้นปั๊มน้ำเสีย เป็นอันว่าซักแห้งออกเดินทางตี ๔ ถึงที่หมายยังไม่ ๖ โมงเช้าเลย....ผู้รู้ทั้งหลายรวมทั้งครูพรรณาด้วย ....กะระยะทางและความเร็วรถผิดพลาด.....ถึงที่หมายและเวลานัดก่อน ๒ ชั่วโมง  ...พวกเราก็เลยกินข้าวกันก่อนให้อิ่มท้องแล้วสบายใจ......ช่วงรอเจ้าหน้าที่และวิทยากรเด็กๆ และครูก็เบิกบานตามอัธยาศัยใครๆ ไปไหนกันหมด ครูพรรรณา  ขอตียาวบนโต๊ะกินข้าวในโรงอาหารอีกอิ่มหนึ่ง......ชมภาพกันนะคะ

แรกๆ ก็ชมธรรมชาติของโรงเรียน....เริ่มแอ๊บแบ๊วกันตามเรื่อง...

สายหน่อยละครยอดฮิตมาแล้ว...อยู่ไม่ได้ป้อมยามอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ ๑๐๐ เมตร  ก็สู้อุตส่าห์เดินไปชมกัน  สังข์ทองลูกแม่.....ดูเถอะว่าชอบมากไหม....ยามเย็นช่อง ๗ สี ทีวีเพื่อคุณมีการ์ตูนเรื่องนาจาศิษย์เจ้าแม่กวนอิม...เรื่องนี้น่าจะได้โครงเรื่องมาจากพระมะเหลเถไถ.....ใครเป็นคอการ์ตูนและละครจักรๆ วงศ์ๆ ก็ดูการ์ตูนเรื่องนี้รู้เรื่อง

 

พวกทียังเด็กดูละครไม่เป็นก็เล่นเครื่องเล่นเด็กไป......เด็กหนวดคนนี้ลูกศิษย์โรงเรียนบางลี่วิทยา ...มาเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์เด็กๆ มีลูกอายุจะสามขวบแล้ว....แบบว่าลูกไม่ได้มาเล่นพ่อเล่นแทน.....รักลูกซะขนาด.....เด้กๆ บอกอาจารยืหล่อเหมือนดาราที่ชื่อออย ทำนา เอ้ยธนา

 

แล้วกิจกรรมของเราก็มาถึง....กิจกรรมดูความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืช...มีพืชพันธุ์พิเศษด้วย...ลองหาดูนะคะเป็นพืชที่ใครๆ ก็อยากมีไว้ในครอบครอง....แต่ป่าชุมชนแห่งนี้ไม่อยากได้

 

ภาพนี้เป็นผลของต้นเกาะแพะและเกาะหนาม...ลูกเกาะแพะนี่ดูคล้ายเม็ดกระดุมเสื้อของพวกชาวเขา....

ที่เหลืออีก ๒ ภาพ ก็เป็นเพศผู้ของต้นปรงและ.....ของรักของหวงของปวงชนชาวไทย...อิอิ

 นี่เป็นพระเอกและนางเอกของป่าแห่งนี้ค่ะ...เด็ก ๆตื่นเต้นมาก...ต้นนี้มีความสามารถพิเศษในการร่ายรำตามจังหวะของเสียงเพลงได้ค่ะ...ลุงบุญมาแสดงให้พวกเราได้ชมกัน ...ท่านถอยห่างออกจากต้นประมาณ ครึ่งเมตร จากนั้นก็ปรบมือดังพอประมาณเป็นจังหวะ.....เด็ก ๆจ้องใบไม้ไม่วางตา  ....หลังเสียงปรบมือของลุงบุญมา  เจ้าต้นไม้นักแสดงของเราก็ค่อยๆ กรีดใบออกช้าๆ เหมือนสาวน้อยกำลังร่ายรำ....จบแล้วเด็กทุกคนปรบมือให้แก่นักแสดงของเรา...เขาและเธอมีชื่อว่าต้นช้อยนางรำ......ครูพรรณา ตั้งข้อสังเกตว่าถ้ามีเสียงดังช้อยนางรำก็จะกรีดใบอยู่เช่นนี้  ลุงบุญมาจึงเล่าเกร็ดว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งนำช้อยนางรำไปแสดงที่เมืองทองธานี....ปรากฎว่าช้อยนางรำรำจนอ่อนแรงเหี่ยวเฉาไปเลยเพราะเสียงกระหึ่มของเครื่องเสียงภายในงาน.....

หลังจากเดินป่าแล้วเราก็มาสรุปและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน.... อาจารย์ปิยะพร...จากม. ราชภัฎกาญจนบุรี  ผู้ดูแลกิจกรรมของป่าชุมชนบ้านพุเตย  และลุงบุญมา  พันแสง  ผู้รู้ของชุมชน...ส่วนชุดพรานนั้นก็เป็นอาสาสมัครผู้ดูแลป่าเพื่อสืบทอดจากลุงบุญมา.....ครั้งนี้วิทยากรมากันรวมได้ ๑๓  คน  ผู้รู้จากชุมชนจำนวน ๕ คน ส่วนนักวิชาการและพี่เลี้ยงที่เป็นนักศึกษาอีก ๘ คน....

กลับจากป่าชุมชนบ้านพุเตยเราก็พักจอดรถให้นักเรียนได้เดินเล่นที่น้ำตกไทรโยคน้อย

บริเวณไทรโยคน้อย

 

เดินๆๆๆๆๆ.....หมดกิจกรรมแล้วทุกคนก็พักผ่อนตามอัธยาศัย.....

แถมท้ายด้วยน้องจากโรงเรียนอนุบาลวัดดงตาลอยู่ชั้น ป. ๕ แล้ว...ตัวเท่านี้เอง..คุณครูเล่าว่าคุณแม่มีปัญหาช่วงตั้งครรภ์...หนูรอดมาได้ก็บุญแล้วค่ะ...ดูเสื้อที่ใส่ซิคะ...สุดท้ายต้องนำเสื้อของค่ายครั้งที่ ๕  ตัวเล็กที่สุดมาให้ใส่แทน

ปิดท้ายด้วยภาพนี้นะคะ

 ฝากผลงานแก๊งอ๊บ  มาให้ชมกันค่ะ