นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี(รองนายกฯและ รมว.คลัง) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอีก 20 ปีข้างหน้า จะรวดเร็วกว่าที่ผ่านมาชนิดที่เราคาดไม่ถึง แม้แต่สิ่งที่บิลเกรต(เจ้าพ่อไมโครซอร์ฟ)เคยคาดการณ์ไว้ผลที่เกิดในปัจจุบันยังไม่เป็นไปตามคำคาดการณ์ ซึ่งมันก้าวรุดหน้ากว่าที่คาดการณ์ไปเสียอีก เราจะมีทางแก้ 4 ประการ คือ
1.หาภาพที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงใน 20 ปีข้างหน้า(มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน)
2.การวางแผนยุทธศาสตร์รองรับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
3.มีเครื่องมือที่ดีรองรับ
4.ปฏิบัติจริงตามยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเรื่องพลังงาน แม้ปัจจุบันและอนาคตน้ำมันจะแพงมากขึ้น แต่พลังงานทดแทนเราก็ยังไม่พร้อม จึงต้องลงทุนผลิตพลังงานใหม่ทดแทนให้มาก และรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงานให้มากขึ้น
พลังงานที่น่าสนใจในอนาคตคือ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งถือว่าทันสมัยที่สุด ต่อไปข้างหน้าจะเกิดเศรษฐกิจไฮโดรเจน ปัจจุบันมีการวิจัยเรื่องพลังงานไฮโดรเจนกันทั่วโลก
เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมข้างหน้าคือ สารสนเทศเทคโนโลยี นาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี และนิวโรเทคโนโลยี
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด จะมีการแย่งชิงน้ำกันมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำสะอาด ต้องมีวิธีจัดการน้ำที่ดี มลภาวะจะมีมากขึ้น เราต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ดีจึงจะสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ ดังนั้นเครื่องมือสำคัญที่สุดคือ การศึกษา
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์(ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด) กล่าวว่า ปัจจุบันโจทย์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราจึงต้องเตรียมการรองรับให้ดี เราเคยตามกระแสโลกาภิวัตน์ แต่พบว่า ปี 2540 โลกาภิวัตน์เติบโตได้ก็สร้างวิกฤตได้ แม้ปัจจุบันเราก็ยังอยู่ในกระแสโลกาภิวัตน์ ไม่ว่าข้าวจะราคาดี การผลิตดี น้ำมันแพง ฯลฯ อีก 20 ปีข้างหน้า โลกาภิวัตน์จะใช้ได้ต้องรู้เท่าทัน จึงอยู่ที่การสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพราะหลายๆประเทศที่เคยรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจปัจจุบันก็ยังถดถอยลงไป
เดิมรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยุคข้างหน้าต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ การพัฒนาเศรษฐกิจจึงไม่ใช่อยู่ที่เศรษฐกิจอย่างเดียว ต้องเกี่ยวข้องกับสังคม การเมือง และด้านอื่นๆด้วย
ต่อไปคนแก่จะมากขึ้น เกิดภาระพึ่งพิงมากขึ้น เราต้องคิดถึงเรื่องสวัสดิการให้มากขึ้น
นายประมนต์ สุธีร์วงศ์(ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย) กล่าวว่า อำนาจการแข่งขันของไทยในปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ลดลง โดยเฉพาะด้านการศึกษาเราต่ำเห็นได้ชัด การวิจัยและพัฒนาก็มีน้อย
เงื่อนไขความสำเร็จของไทยสู่ประเทศผู้นำในภูมิภาคที่มีบทบาทในเวทีโลกอีก 20 ปีข้างหน้า คือ
1.สร้างนวัตกรรมการผลิตและบริการ
2.ปรับสมดุลในโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งการบริโภคภายในและการส่งออก
3.เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน
4.ส่งเสริมธรรมาภิบาลทั้งภาครัฐและเอกชน
5.ประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทุกภาคส่วน
วิสัยทัศน์กลุ่มธุรกิจประเทศไทย
1.เกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การเป็นครัวโลก ตลอดจนการใช้พลังงานทดแทน
2.การค้าและบริการ เช่น ศูนย์การดูแลสุขภาพ แพทย์ทางเลือก การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
3.อุตสาหกรรมการผลิต เช่น ยานยนต์ และชิ้นส่วน ปิโตรเคมี
4.ภูมิปัญญาและนวัตกรรม เช่น สถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ ซอร์ฟแวร์ เกมและสื่อบันเทิงอีเลคโทรนิค(Annimation)
ยุทธศาสตร์ในการนำไปสู่ความสำเร็จ
1.การศึกษา ทุกระดับต้องเร่งรัดคุณภาพ
2.การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ต้องสร้างผลงานด้วยตนเอง
3.Logistic ลงทุนด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการมากขึ้น
4.การบริหารความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
5.การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
วิสัยทัศน์ประเทศไทย...สู่ปี 2570 ของผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
จุ้ม · 23 ส.ค. 2551
ขมิ้นเหลือง เดินดิน · 23 ส.ค. 2551
ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ · 23 ส.ค. 2551
พันคำ · 23 ส.ค. 2551
Handy · 23 ส.ค. 2551
เพื่อนช่วยเพื่อนโรคไตพิษณุโลก · 23 ส.ค. 2551