ส่งข่าวถึงประธานชมรมไทยพวน 19 จังหวัด

แบ่งปันความรู้สำหรับคนพวน-ส่งข่าวสารให้กันและกัน

เท้าความในสมัยรัชกาลที่ 3 วัดวาอารามในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพี่น้องไทยพวนตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียง ในแต่ละชุมชนจะนำชื่อบ้านเมืองของตนที่เคยอยู่ในประเทศลาวมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านของตนที่พนมสารคาม เช่น บ้านเมืองกาย บ้านเตาเหล็ก บ้านจอมศรี บ้านเชียงใต้ บ้านเมืองแมด

เป็นต้น

บ้านหัวกระสังข์ ตำบลบ้านซ่อง มีผู้คนหลายเชื้อสายอาศัยอยู่ร่วมกัน และยังคงมีชาวบ้านหมู่ 5 และ หมู่ 10 ที่ยังคงใช้ ภาษาดั้งเดิม คือ ภาษาพวน ถึงแม้จะมีหลายเชื้อสายแต่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและยังคงสืบทอดประเพณีดั้งเดิมที่ปฏิบัติเป็นประจำสืบต่อกันมาตามความเชื่อของบรรพชน

ยายหม่น บุตรดีวงษ์ ชาวไทยพวนอายุ 81 ปี เป็นเจ้าจ้ำ(คนทรง)ในหมู่บ้าน เล่าว่า ?ในเดือน กุมภาพันธ์ หรือ เดือน 3 ลูกหลานคนไทยพวนจะทำบุญศาลเจ้าปู่บ้าน หรือ "ศาลปู่ตา " มีความเชื่อว่าปู่บ้านจะเป็นผู้ดูแลรักษา ลูกบ้าน ให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เวลาเดินทางมักจะไปขอให้ปู่บ้านช่วยคุ้มครอง และทุก ๆ ปี จะมีการเลี้ยงข้าวคั่วคุกน้ำตาล หมาก พลู มีผู้ทำพิธี ซึ่งเรียกว่า "เจ้าจ้ำ" โดยจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี...?

นอกจากนี้ยังมีประเพณีต่างๆ อีกมากมาย เช่น ลงแขกเกี่ยวข้าว บุญข้าวจี่ ทานข้าวเม่า บุญข้าวหลาม ในวันสงกรานต์จะมีการลำพวน บายศรีพระ ส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ มีความสามัคคี เกื้อกูลกัน ซื่อสัตย์ ยึดมั่นในศาสนา ปฏิบัติในขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด ถ้ารู้ว่าจะมีญาติพี่น้องที่เป็นคนพวนเหมือนกันก็จะทำกับข้าวมาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี

ยายหม่น เล่าเพิ่มเติมว่า ?ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่บ้านซ่องนี้จะมีการทำบุญเลี้ยงปลาคู่ มีการถักหญ้าคาล้อมบ้าน ชาวบ้านจะลงแขกกันไปตัดหญ้าคามาถักกันในหมู่บ้าน แล้วจึงแบ่งหญ้าคาที่หามาได้ให้แต่ละบ้านถักแล้วค่อยเอามาต่อกันจนครบทุกหลังทั้งหมู่บ้าน ก่อนที่เจ้าจ้ำทำพิธีจะเปิดช่องว่างประมาณ 1 เมตร เอาไว้เพื่อไล่ผีร้ายออกไปจากหมู่บ้านก่อน แล้วค่อยปิดประตูด้วยหญ้าคาที่ถักเตรียมไว้ ประเพณีนี้ทำเพื่อป้องกันผีหรือภัยพิบัติและแสดงถึงความรัก ความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน เพราะกว่าที่จะนำหญ้าคาที่ถักไว้มาต่อกันจนครบแต่ละหลังต้องใช้ความเอื้ออาทรและความเข้าใจต่อกัน

ถึงแม้จะมีอยู่ช่วงหนึ่งเริ่มจะห่างหายกันไป แต่ทุกวันนี้เราก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ลูกเล็กเด็กแดง ทุกหลังคาเรือนมาร่วมกันทำ ได้สร้างความเกี่ยวพันให้ชุมชนทั้งชุมชนรักใคร่กลมเกลียวกัน ใครสนใจศึกษาวัฒนธรรมไทยพวน ตอนนี้เขามีพิพิธภัณฑ์ไทย-พวน ที่บ้านหัวกระสังข์ เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมในการทำกิจกรรมและพบปะกันระหว่างชาวไทยพวน

วัฒนธรรมไทยพวนที่คงอยู่ เป็นการบ่งถึงความสามัคคี ปองดอง เอื้ออาทรให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ที่ผู้คนอยู่สุขสบายมาถึงทุกวันนี้...