แบ่งปันความรู้สำหรับคนพวน-ส่งข่าวสารให้กันและกัน
เท้าความในสมัยรัชกาลที่ 3 วัดวาอารามในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพี่น้องไทยพวนตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียง ในแต่ละชุมชนจะนำชื่อบ้านเมืองของตนที่เคยอยู่ในประเทศลาวมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านของตนที่พนมสารคาม เช่น บ้านเมืองกาย บ้านเตาเหล็ก บ้านจอมศรี บ้านเชียงใต้ บ้านเมืองแมด
เป็นต้น
บ้านหัวกระสังข์ ตำบลบ้านซ่อง มีผู้คนหลายเชื้อสายอาศัยอยู่ร่วมกัน และยังคงมีชาวบ้านหมู่ 5 และ หมู่ 10 ที่ยังคงใช้ ภาษาดั้งเดิม คือ ภาษาพวน ถึงแม้จะมีหลายเชื้อสายแต่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและยังคงสืบทอดประเพณีดั้งเดิมที่ปฏิบัติเป็นประจำสืบต่อกันมาตามความเชื่อของบรรพชน
ยายหม่น บุตรดีวงษ์ ชาวไทยพวนอายุ 81 ปี เป็นเจ้าจ้ำ(คนทรง)ในหมู่บ้าน เล่าว่า ?ในเดือน กุมภาพันธ์ หรือ เดือน 3 ลูกหลานคนไทยพวนจะทำบุญศาลเจ้าปู่บ้าน หรือ "ศาลปู่ตา " มีความเชื่อว่าปู่บ้านจะเป็นผู้ดูแลรักษา ลูกบ้าน ให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เวลาเดินทางมักจะไปขอให้ปู่บ้านช่วยคุ้มครอง และทุก ๆ ปี จะมีการเลี้ยงข้าวคั่วคุกน้ำตาล หมาก พลู มีผู้ทำพิธี ซึ่งเรียกว่า "เจ้าจ้ำ" โดยจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี...?
นอกจากนี้ยังมีประเพณีต่างๆ อีกมากมาย เช่น ลงแขกเกี่ยวข้าว บุญข้าวจี่ ทานข้าวเม่า บุญข้าวหลาม ในวันสงกรานต์จะมีการลำพวน บายศรีพระ ส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ มีความสามัคคี เกื้อกูลกัน ซื่อสัตย์ ยึดมั่นในศาสนา ปฏิบัติในขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด ถ้ารู้ว่าจะมีญาติพี่น้องที่เป็นคนพวนเหมือนกันก็จะทำกับข้าวมาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี
ยายหม่น เล่าเพิ่มเติมว่า ?ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่บ้านซ่องนี้จะมีการทำบุญเลี้ยงปลาคู่ มีการถักหญ้าคาล้อมบ้าน ชาวบ้านจะลงแขกกันไปตัดหญ้าคามาถักกันในหมู่บ้าน แล้วจึงแบ่งหญ้าคาที่หามาได้ให้แต่ละบ้านถักแล้วค่อยเอามาต่อกันจนครบทุกหลังทั้งหมู่บ้าน ก่อนที่เจ้าจ้ำทำพิธีจะเปิดช่องว่างประมาณ 1 เมตร เอาไว้เพื่อไล่ผีร้ายออกไปจากหมู่บ้านก่อน แล้วค่อยปิดประตูด้วยหญ้าคาที่ถักเตรียมไว้ ประเพณีนี้ทำเพื่อป้องกันผีหรือภัยพิบัติและแสดงถึงความรัก ความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน เพราะกว่าที่จะนำหญ้าคาที่ถักไว้มาต่อกันจนครบแต่ละหลังต้องใช้ความเอื้ออาทรและความเข้าใจต่อกัน
ถึงแม้จะมีอยู่ช่วงหนึ่งเริ่มจะห่างหายกันไป แต่ทุกวันนี้เราก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ลูกเล็กเด็กแดง ทุกหลังคาเรือนมาร่วมกันทำ ได้สร้างความเกี่ยวพันให้ชุมชนทั้งชุมชนรักใคร่กลมเกลียวกัน ใครสนใจศึกษาวัฒนธรรมไทยพวน ตอนนี้เขามีพิพิธภัณฑ์ไทย-พวน ที่บ้านหัวกระสังข์ เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมในการทำกิจกรรมและพบปะกันระหว่างชาวไทยพวน
วัฒนธรรมไทยพวนที่คงอยู่ เป็นการบ่งถึงความสามัคคี ปองดอง เอื้ออาทรให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ที่ผู้คนอยู่สุขสบายมาถึงทุกวันนี้...
ขอบคุณที่มาเยี่ยม 8 มีนาคม 2551 วัดฝายมูล ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่านได้ไปหรือไม่ค่ะ คร้งต่อไป ไปที่ไหนเอ่ยเป็นสายเลือดไทยพวนหรือเปล่า
อยู่มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามีชมรมคนพวน ขอคารวะพี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับ ผมน้องใหม่ มาจาก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี แต่มาตั้งรกรากอยู่กรุงเทพ ฯ โดนเด้อครับ
สวัดดีครับ
พี่น้องไทยพวน ทุกท่าน ยินดีมากๆ
ผมเป็นคนพรวน โดยกำเนิด เกิดหมู่บ้านหลับมืนพรวน จ.น่าน
ตอนนี้ผมอยู่ กทม. ติดต่อกับสำนักงานมูลนิธิไทยพวนประจำ
ท่านประสงค์จะฝาก ถาม หรือ บอก ข่าว ใดๆ แก่ กันและกัน(พวนถึงพวน) ได้ตลอด
....เอาเป็นว่า วันเสาร์ที่ 15 มค. 2554 จะมีการประชุมกรรมการบริหารมูลนิธิชมไทยพวน ที่ร้านอาหารตลิ่งชันปลาเผา
ผมได้รับเชิญไปด้วย แล้วจะมาเล่าสู่หมู่ สูเจ๊า ฟัง อะนะ
พี่น้อง พวน ที่รักทั้งหลาย ขอรับ
กระผมได้ไปประชุม ในวันเสาร์ที่ 15 มค.54 ที่ผ่าน ท่านประชุมชมไทยพวนแห่งประเทศไทย พลโทธนภัทร ศรีสกุลภัทร
เป็นประธาน ถ้าใครต้องการลายละเอียดเพิ่ง เมล์ มากหาผมนะ ที่ [email protected]
จะส่งข้อมูลละเอียดให้
มื้อใดสิมีการตุ้มโฮมของชาวพวนใกล้ ๆ กรุงเทพ ฯ กรุณาซ่อยแจังทางเวปให้ฮู้แด่เด้อครับ
แวะผ่านมาเยี่ยมชมและหาข้อมูล ผมเป็นคนพวนบ้านโคกหัวข้าว อ.พนมสารคาม พเนจรไปอยู่หลายจังหวัด เพิ่งกลับมาอยู่บ้าน อยากเผยแพร่ สืบสานความเป็นคนพวนให้ลูกหลานรับรู้รับทราบ จึงลงทุนจัดทำเว็บไซด์ ชื่อ thaiphuan.com ขึ้นมาเป็นช่องทางอีกช่องทางหนึ่ง บรรพบุรุษชาวพวนที่ต้องการร่วมถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ชาวพวน แวะเวียนเข้าไปพูดคุยกันได้นะครับ
เป็นอย่างเลอกันแด เฮาขอฮ่วมกุ่มนำเน้อ สายเลือดพวนหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย สุโขทัย ตอนนี้มาเอ็ดเวี๊ยะอยู่โรงเรียนราชวินิตบางแก้วสมุทรปราการ
ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ และรักษาประเพณี ในนามลาวพวน 66 ม.2 บ้านวังรอ ต.วังมหากร อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ 60160 มีอะไรให้ผมรับใช้ โทร.085-9552845 ได้เลย