อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ บอกเป็นไทย ใครจะเชื่อ
การเรียนการสอนในปัจจุบันมุ่งให้นักเรียนได้มีความรู้และศึกษาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ภาษาถิ่นในโรงเรียนจึงแพร่หลาย ดังนั้นครูที่สอนนักเรียนในท้องถิ่นที่มีภาษาถิ่นของตนเองในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ต้องตระหนักถึงการใช้ภาษาไทยมากกว่าเดิม เพราะมักพบปัญหานักเรียน พูด อ่าน เขียน ภาษาไทยไม่คล่อง
ซึ่งที่ครูจะแก้ปัญหาได้ คือการนำหลักของภาษาศาตร์มาใช้ ครูต้องมีความเข้าใจเรื่อง เสียงในภาษา ฐานที่เกิดของเสียง เพื่อแก้ไขปัญหาอ่านออกเสียงเพี้ยน
ระบบเสียงในภาษาไทย
ระบบเสียงในภาษาไทย |
||||||||||||||||||||
ระบบเสียงในภาษาไทย แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ เสียงสระ เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ เสียงสระ หรือเสียงแท้ คือเสียงที่เปล่งโดยให้ลมออกทางช่องปาก และไม่กระทบหรือถูกปิดกั้น จากอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ในช่องปาก เสียงสระในภาษาไทยแบ่งออกเป็น
|
||||||||||||||||||||
ระดับลิ้น |
(ปลายลิ้น ) สระหน้า |
(กลางลิ้น) สระกลาง |
(โคนลิ้น) สระหลัง |
ระดับสูง |
อิ อี |
อึ อื |
อุ อู |
กลางสูง |
เอะ เอ |
เออะ เออ |
โอะ โอ |
กลางต่ำ |
แอะ แอ |
- - |
เอาะ ออ |
ต่ำ |
- - |
อะ อา |
- - |
1.2 สระเลื่อน หรือ สระประสม มี 3 เสียงดังนี้ สระเอีย (= อี + อา) สระ เอือ (= อือ + อา) และสระ อัว (= อู + อา) สระประสมเกิดจากการเลื่อนของลิ้น ในระดับสูง ลดลงสู่ระดับต่ำ ดังนั้นจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สระเลื่อน" ในบางตำรา จะเพิ่มสระเลื่อนเสียงสั้น มักเป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติ หรือไม่ ก็เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอื่น เช่น ผัวะ ยัวะ เปรี๊ยะ เกี๊ยะ เจี๊ยะ
1.3 สระเกิน คือสระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย ไม่จัดว่าเป็นสระที่แท้จริง คือ ฤ(=ร+อึ) ฤา(=ร+อื) ฦ (=ล+อื) อำ (=อะ+ม) ไอ ใอ (=อะ+ย)
เอา (=อะ+ว)
ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเสียงสระ
1. เสียงสระสั้น - ยาวของเสียงสระเดี่ยว สามารถแยกความหมายของคำให้แตกต่างกัน เช่น มิด - มีด, เข็ด - เขต, อึด - อืด, อุด - อูฐ, หด - โหด
2. ฤ ฤา ฦ ฦา อำ ไอ ใอ เอา ถือเป็นสระเกิน คือสระที่มีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย ดังนั้น สระเกินเหล่านี้ จึงไม่สามารถมีตัวสะกดได้อีก
3. เมื่อประสมคำเข้ากันแล้ว รูปสระอาจจะลดรูปหรือเปลี่ยนรูปได้ เช่น
• ลดรูปวิสรรชนีย์ (สระอะ) เช่น อนุชา พนักงาน ณ ธ
• เปลี่ยนรูปวิสรรชนีย์เป็นไม้ผัด (ไม้หันอากาศ) เมื่อมีตัวสะกด เช่น กัก กัด กัน และเป็นตัว ร หัน เช่น สรร สวรรค์
• เปลี่ยนรูปสระออ ในบางคำ เช่น บ่ จรลี ทรกรรม พร กร (ส่วนมากเป็น ตัว ร สะกด)
• เปลี่ยนรูปสระเอะ แอะ เป็นไม้ใต่คู้ เช่น เล็ก เก็ง แข็ง บางคำเพียงแต่ลดรูป เช่น เพชร เป็นต้น
• ลดรูปสระโอะ เช่น คน กก กง กด กบ ลด นก จด ขด นนท์
• เปลี่ยนรูปสระเอาะ โดยใช้ตัว อ กับไม้ใต่คู้แทน เช่น ล็อคเกต หรือเพียง แต่ลดรูป เช่น นอต เป็นต้น
• เปลี่ยนรูปสระเออ เป็นรูปสระอิแทนรูป อ เช่น เกิน เริง เชิด เพลิง
• ลดรูป อ ในสระเออ ในคำที่สะกดด้วยแม่เกย เช่น เกย เขย เคย (ปัจจุบัน ยังมีคำที่เขียนเต็มรูปอยู่บ้าง เช่น เทอม เทอญ เป็นต้น)
• ลดรูปไม่ผัดในสระ อัว ในคำที่มีตัวสะกด เช่น ควง ขวด เพราะฉะนั้น เวลาพิจารณาเรื่องเสียงสระ ต้องไม่ลืมนึกถึงการลดรูป หรือเปลี่ยนรูปสระด้วย
• เสียงสระบางเสียงใช้รูปสระแทนได้หลายรูป เช่น เสียง ไอ อาจเขียน ใน ไน นัย ทำให้ความหมายต่างกัน
• เสียงสระบางเสียงใช้อักษรแทนได้หลายรูปเช่น เสียง อำ อาจเขียน ทำ ธรรม
ตำแหน่งของเสียงพยัญชนะ ปรากฏได้ใน 2 ตำแหน่ง คือ
1. ตำแหน่งต้นคำ พยัญชนะทุกเสียงในภาษาไทยปรากฏในตำแหน่งต้นคำ โดยปรากฏเพียงตัวเดียวเช่น สวน อ่าง หู และปรากฏ 2 เสียง คือควบเสียง / ร /
/ ล // ว / เป็นเสียงควบกล้ำ เช่น กราด กลาด กวาด
2. ตำแหน่งพยางค์ท้าย เสียงพยัญชนะที่ปรากฏในตำแหน่งพยางค์ท้าย 8 เสียง ได้แก่ / ป / - แม่กบ / ต / - แม่กด / ก / - แม่กก / ง / - แม่กง / น / - แม่กน / ม / - แม่กม / ย / - แม่เกย / ว / - แม่เกอว
พยัญชนะไทยมีทั้งหมด 21 เสียง และแทนด้วยตัวอักษรถึง 44 รูป ในระบบเขียนจึงมักเกิดปัญหาว่า จะใช้อักษรตัวไหนเขียนแทนเสียงนั้น ๆ หากไม่รู้ความหมายเสียก่อน
พยัญชนะต้น
• เสียง / ข / มีรูป ข ค ฆ เช่น ไข่ คน เฆี่ยน
• เสียง / ช / มีรูป ฉ ช ฌ เช่น ฉาน ชาน ฌาน
• เสียง / ถ / มีรูป ฐ ฒ ถ ท ธ (ฑ ในบางคำ) เช่น ฐาน เฒ่า ถุง ท่าน ธง มณโฑ
ตัวสะกด
มาตราแม่ กก |
ใช้ ก ข ค ฆ สะกดได้ เช่น โกรก เลข อัคนี เมฆ |
มาตราแม่ กง |
ใช้ ง สะกด เช่น หมาง ยุง |
มาตราแม่ กด |
ใช้ จ ฎ ฏ ฐ ฒ ด ต ถ ท ธ ซ ส ศ ษ สะกดได้แก่ อัจฉรา บงกซ กฎ ปรากฏ |
มาตราแม่ กน |
ใช้ น ญ ณ ร ล ฬ สะกดได้แก่ กัน กัญญา ญาณ |
มาตราแม่ กบ |
ใช้ บ ป พ ฟ ภ สะกดได้แก่ อบ บาป |
มาตราแม่ กม |
ใช้ ม สะกด เช่น กรรม |
มาตราแม่ เกย |
ใช้ ย สะกด เช่น ขวย รวย |
มาตราแม่ เกอว |
ใช้ ว สะกด เช่น วาว |
รูปพยัญชนะที่ไม่ใช้เป็นตัวสะกดเลย คือ ฉ ฌ ผ ฝ อ ห ฮ |
|
กำลังศึกษาและทำวิจัยเรื่องเดียวกันเลยค่ะ แต่รูปแบบการนำไปใช้แตกต่างกัน ถ้าสนใจอย่างไร ติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนได้คะ