Critical appraisal of scientific paper by Dr Kanchana

วันที่ 13 สิงหาคม 2551

เราได้เรียนรู้ หลักการวิเคราะห์และประเมินงานวิจัยในคลินิก(critical appraisal) จาก ท่าน ผศ. พญ. กาญจนา จันทร์สูง

ทำไมเราจะต้องวิเคราะห์และประเมินงานวิจัย

  • เพราะข้อมูลมากเกินไป ข้อมูลที่มีอยู่ไม่รู้จริง ไม่จริง เกี่ยวข้องกับเราไหม ดังนั้นเราจะต้องคัดเรื่องที่ดีที่สุด

การเรียงลำดับหลักฐานที่ดีที่สุด

  • Meta-analysis
  • RCT
  • Non-RCT
  • Case control study
  • Experiences&Opinion

หลักการเลือกอ่านงานวิจัย

  • หัวข้อเรื่อง สำรวจดูว่างานวิจัยชิ้นนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ท่านสนใจ
  • ผู้วิจัย มีชื่อเสียงดี มีผลงานต่อเนื่องในสาขาวิชานั้นๆ หรือไม่
  • สรุปผลการวิจัย อาจใช้วิธีการอ่านในบทคัดย่อเพื่อพิจารณาดูคร่าวๆว่าผลของงานวิจัยชิ้นนั้นมีคุณค่าหรือความสำคัญทางคลินิกที่จะนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้หรือไม่
  • พิจารณาสถานที่ในการทำวิจัย สถานที่ทำวิจัยอาจถูกเขียนไว้ในบทคัดย่อ
  • หรือพิจารณาจากเครือข่ายของผู้ทำวิจัย

หลักการพิจารณางานวิจัย

  • งานวิจัยนั้นมีความถูกต้องเที่ยงตรงเพียงใด (Validity)
  • ผลของงานวิจัยว่าอย่างไร (Results)
  • สามารถนำผลการวิจัยนั้นไปเป็นประโยชน์ในการตัดสินการรักษาพยาบาลได้หรือไม่ (Applicability)
  • การพิจารณาความถูกต้องเที่ยงตรงของงานวิจัย
  • งานวิจัยชิ้นนั้นใช้ระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบ Randomized controlled trial หรือไม่
  • ในการสรุปผลวิจัยได้มีการติดตามผลผู้ป่วยทุกราย
  • จัดกลุ่มผู้ป่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเหมาะสมหรือไม่
  • มีการปกปิดวิธีการรักษาของแต่ละกลุ่มจากผู้ป่วย แพทย์ และ บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและประเมินผลการรักษาผู้ป่วยหรือไม่ (Patient,ผู้ให้ Treatment, Assessor)
  • ผู้ป่วยทั้งกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลองได้รับการรักษาอื่น ๆ นอกเหนือจากการรักษาที่วิจัยอยู่ โดยเท่าเทียมกันหรือไม่ (Co-intervention)

Randomized controlled trial

  • จะต้องมีกลุ่มควบคุม ซึ่งได้รับการรักษาในช่วงระยะเวลา เดียวกับกลุ่มทดลอง
  • ผู้ป่วยจะต้องถูกจัดเข้าอยู่ในกลุ่มทดลองหรือกลุ่มควบคุมโดยวิธีการแบบสุ่มซึ่งอาจดำเนินการด้วยวิธีการจับสลากใช้ตารางสุ่ม ใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้สุ่ม
  • การทำ concealment เป็นการเลือกผู้ป่วยเข้ากลุ่ม การ ceal จะต้องมีองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องในการวิจัยเรื่องนั้นเป็นคนสุ่มให้ จึงจะเชื่อได้ว่า ผู้ป่วยที่ถูกเลือก จะได้เข้าในกลุ่มที่เลือกจริง

การสรุปผลวิจัยได้มีการติดตามผลผู้ป่วยทุกรายและจัดกลุ่มผู้ป่วยเหมาะสมหรือไม่

  • มีการติดตามผู้ป่วยอย่างสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่
  • ผู้ป่วยทุกรายที่เข้าร่วมในการศึกษาจะต้องได้รับการติดตามและประเมินผลอย่างเหมาะสม
  • ผลการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายถูกวิเคราะห์โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ถูกสุ่มเลือกไว้แต่แรกหรือไม่
  • Intention to treat analysis คือ ผู้ป่วยทุกรายจะถูกวิเคราะห์ผลการรักษาโดยจัดไว้ในกลุ่มที่ถูกสุ่มเลือกไว้แต่แรก ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนใจและหันไปรับการรักษาอื่นกลางคันก็ตาม

การพิจารณาว่า..มีการปกปิดวิธีการรักษาของแต่ละกลุ่มจากผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและประเมินผลการรักษาผู้ป่วยหรือไม่

  • double blinding หรือ double masking เป็นการปกปิดทั้งผู้ป่วยและผู้ทำการรักษาว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยมาตรฐานเดิมหรือมาตรฐานใหม่

การพิจารณาว่าผู้ป่วยทั้งกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลองได้รับการรักษาอื่น ๆเท่าเทียมกันหรือไม่

  • การรักษาอื่น ๆ นอกเหนือจากการรักษาที่วิจัยอยู่ซึ่งกลุ่ มควบคุมและกลุ่มทดลองได้รับ
  • แตกต่างกัน เรียกว่า “co-interventions” เช่น การรักษาอื่นๆที่เพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่าง

การนำผลของงานวิจัยไปใช้ในการตัดสินการรักษาผู้ป่วย

  • ลักษณะของผู้ป่วยของผู้อ่านใกล้เคียงกับผู้ป่วยในงานวิจัยหรือไม่
  • การรักษานั้นๆอยู่ในวิสัยที่สถานพยาบาลที่ผู้อ่านทำงานอยู่สามารถกระทำได้หรือไม่
  • ความคุ้มค่าของการรักษานั้นๆ


อย่างไร...ก็ตามการพิจารณางานวิจัย อาจต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆอีกหลายประการค่ะ

การบ้าน

ให้อ่านรายงานวิจัยและวิเคราะห์ กลุ่ม 4 อ่าน paper 2

คิดคำถามงานวิจัยของตนและเตรียม Backgroundมาด้วย

  • อุบล จ๋วงพานิช