3. ช่วยลดการติดเชื้อ HIV/AIDS, ไวรัสตับอักเสบ B/C
■ ข้ออ่อน
1. ขัดต่อความเชื่อ วัฒนธรรมของสังคม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ในบาง
ประเทศ
2. การนำ Harm Reduction ไปใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปใช้ได้ทั่วทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและนำแนวทาง/หลักการมาปรับใช้ให้เหมาะสม
3. ต้องให้ความรู้และคำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเสพยาเสพติดได้
4. การอนุญาตให้ยาเสพติดบางชนิดถูกกฎหมาย (Drug Legalization) หากนำมาใช้ในประเทศที่กำลังพัฒนา อาจเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนหันมาทดลองใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นได้
◘ แนวโน้มและทิศทางของการดำเนินงาน Harm Reduction ในประเทศไทย
ประเด็นที่ควรพิจารณาเพื่อกำหนดแนวนโยบายการดำเนินงาน Harm Reduction ในประเทศไทย ควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ดังนี้
1. การติดยาเสพติดเปรียบเสมือนเป็นโรคเรื้อรัง จึงมีข้อควรคำนึงว่าควรบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยปกติหรือไม่/อย่างไร
2. หน่วยงานใดควรเป็นเจ้าภาพหลักหากมีการดำเนินงาน Harm Reduction
3. ข้อโต้แย้งและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับ วัฒนธรรมไทย
4. ควรมีการควบคุม ขึ้นทะเบียน หรือจัดหาสถานที่เฉพาะในการดำเนินงาน Harm Reduction หรือไม่/อย่างไร
5. หากจะดำเนินงาน Harm Reduction ต้องมีการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบเพื่อปรับเจตคติของบุคคลที่ทำงานด้านนี้
6. ไม่ควรมีการดำเนินงาน Harm Reduction แบบปูพรมทั่วประเทศ
◘ สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไป
1. บุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ส. ศึกษาข้อมูลองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมมนาครั้งนี้ และแหล่งค้นคว้าอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการติดต่อ ประสานงาน และการทำงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
2. สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ส. นำข้อมูลองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมมนาครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์ในการจัดประชุมกลุ่ม/กอง/สถาบัน/สำนัก/สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค ที่เกี่ยวข้องเพื่อ หาข้อสรุปในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายของสำนักงาน ป.ป.ส. ต่อไป
3. กระทรวงสาธารณสุข/โครงการจัดการองค์ความรู้ จัดเวทีสัมมนาระดับชาติเพื่อ หาข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงาน Harm Reduction ในประเทศไทยต่อไป
---------------------------------------------------------
นายบัณฑิต คงเกลี้ยง,
นางสาวปิยะธิดา เหลืองอรุณ ผู้จดบันทึก
นางจันทรา สุยสุวรรณ ผู้สรุปผลการสัมมนา
นายสุนทร ชื่นศิริ ผู้ตรวจ