เห็นบล๊อกของน้องชล แล้วทนไม่ได้ "หลงรักมน. พะเยา ซะแล้ว" http://gotoknow.org/blog/chonruitai/194782 ทำให้ตัวเองต้องเข้ามาเขียนถึงม.อุบล บ้าง ตัวเองก็เป็นคนกรุงเทพฯ อยากอยู่ต่างจังหวัดเลยลองมาสมัครงานที่ดินแดนแห่งที่ราบสูง อุบลราชธานีนี้ ตอนนี้อยู่มาได้กว่า 8 เดือนแล้ว

 Slogan เมืองอุบล "เมืองนักปราชญ์"แต่เอ จะตอนนี้ยังเป็นเมืองนักปราชญ์อยู่หรือเปล่าไม่รู้ ?? แต่ขอเล่าถึงบรรยากาซักเล็กน้อยของที่นี่ดูก่อนแล้วกัน

ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ได้อยู่ในหุบเขาอย่าง มน.พะเยา ต่างกันอย่างสุดขั้วเลยในเรื่องของอากาศ เป็นดินแดนแห่งที่ราบสูงแห่งอีสานทิศ "ได้เห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม"-สโลแกนของโขงเจียม มาอยู่ตอนต้นปลายฝนต้นหนาว ค่อนไปทางหนาว ทำให้รู้ว่าฤดูหนาวแห่งอีสานทิศ ก็หนาวจับใจ แตกต่างจากกทม. มาก ต้องขนเสื้อหนาว เสื้อแขนยาวที่แขวนอยู่ในตู้มานาน มาใส่

 แต่ร้อนสุด ๆในฤดูร้อนที่จัดกีฬาเยาวชน "ดอกบัวเกมส์" ที่เพิ่งผ่านมา ทำให้นักกีฬาที่มาอาศัยหอพักนักศึกษาชั่วคราวถึงกับอยู่ไม่ได้ ส่วนฤดูฝน ไม่ยักจะแล้งอย่างที่คิด ฝนตกทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบเหมือนกัน มีปัญหาเรื่องผ้าไม่แห้งเหมือนกันต้องตากในห้องเหมือนกัน หลังฝนตกกลับไม่ได้เห็นรุ้งกินน้ำ เพราะฟ้ายังไม่เปิด มัวสลัวทุกวัน

และความที่เป็นอาจารย์ต่างถิ่น ทางมหาวิทยาลัยไม่มีหอพักให้ และเราก็โชคดี รู้จักกับพี่ตุ๊กว่าให้เข้าไปอยู่ในหอพักนักศึกษา เป็น "อาจารย์ที่ปรึกษาหอพัก" ก็สนุกไปอีกแบบทำให้การมาอยู่ที่นี่ไม่เหงามากนัก

มีโอกาสตื่นแต่เช้าขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ตอนเย็น ได้ไปออกกำลังกายข้างหนองอีเจม ตอนดึกถ้าไม่มีสอนและฝนไม่ตก ก็อาจจะได้ไปนั่งตากยุงดูดาว

 

ห่างบ้าน แต่อุ่นใจ