มีผู้กล่าวว่า  เชียงใหม่นั้นเป็นดินแดนแห่งการบรรลุธรรม  บรรดาครูบาอาจารย์ผู้ปฎิบัติธรรมทั้งหลาย  ต่างก็เคยมาเยือนดินแดนแห่งนี้  ที่นี่เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่เก่าแก่และสวยงามหลายแห่ง  การสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรกของประทศไทย ก็มีขึ้นที่เชียงใหม่ในปี พ.ศ.2020 ในสมัยของพระเจ้าติโลกราช ณ.วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอดในปัจจุบัน

ในฝั่งคูเมืองของเชียงใหม่มีวัดเก่าแก่อยู่หลายวัด แต่ละวัดมีความสวยงามมาก ข้าพเจ้าเองอยู่เชียงใหม่มาหลายปี  แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวชมวัดต่างๆ เลย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา อยู่ห่างจากวัดไปเยอะแล้ว จนในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี่แหละ ก็เกิดมีความสนใจที่จะไปวัดอีกครั้ง  ข้าพเจ้าไม่ได้ไปทำบุญใหญ่ หรือ คิดการใหญ่ในการไปทำบุญมากมายอะไร  ที่ไปเพราะเกิดความประทับใจในศิลปะอันงดงามของวัดวาอารามเก่าๆ ของเชียงใหม่ขึ้นมา

ที่จริงแล้วหลังการปฎิบัติธรรมสักพัก  ข้าพเจ้าก็ดั้นด้นไปวัดวัดหนึ่งของเชียงใหม่  วัดนั้นคือวัดพระธาตุศรีจอมทอง ที่ไปเพราะต้องการไปกราบพระอาจารย์ทอง  หรือหลวงพ่อทอง ศิริมังคโล เพราะท่านเป็นพระผู้ปฎิบัติและสอนกรรมฐานที่มีชื่อของเชียงใหม่ และที่วัดนี้ก็มีสถานที่สำหรับให้ผู้สนใจมาปฎิบัติธรรมด้วย  แต่การไปครั้งนั้นไม่ได้พบท่าน  แต่ได้สนทนากับพระผู้อาวุโสรูปหนึ่ง ซึ่งท่านมีเมตตามาก จากนั้นก็ได้เข้าไปในวิหารเพื่อกราบพระพุทธรูป  เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้ารับรู้ถึงความรู้สึกสงบอย่างประหลาดภายในวิหารแห่งนี้ และเกิดสภาวะของการตื่นรู้ขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ  คือกายกับจิตเหมือนกับอยู่ที่นั่นตลอดเวลา ในทุกขณะที่ย่างก้าวเข้าไปในเขตวัด และเมื่อเดินเข้าไปในวิหารข้าพเจ้าก็รับรู้ถึงความสงบและเกิดความรู้สึกว่า ถ้าได้มานั่งสมาธิที่นี่คงเข้าสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็วอะไรประมาณนั้น

    ความรู้สึกแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับวัดทุกวัดที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปเที่ยวชม   ความรู้สึกสงบแบบที่เกิดขึ้นที่วัดจอมทองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับวัดอื่นๆ     ข้าพเจ้าเข้าใจว่าความขลังจากความเก่าแก่ของวัดอาจจะเป็นเหตุให้รู้สึกแบบนี้ได้เหมือนกัน   หรืออีกนัยหนึ่งก็คือข้าพเจ้าคิดไปเองก็เป็นได้  

แต่ความรู้สึกสงบแบบที่วัดจอมทองนี้  ข้าพเจ้าได้พบเจอที่สิกขิมด้วย  ตอนไปเที่ยวสิกขิมเราไปเที่ยววัดเก่าๆ ของสิกขิมหลายวัด ส่วนใหญ่เป็นวัดที่สำคัญและมีอายุเป็นร้อยๆปี  ทว่ามีวัดหนึ่งที่สิกขิม ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีอาการถึงกับลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว  วัดนั้นเป็นวัดเดียวที่ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงวัดจอมทองขึ้นมา  เพราะเมื่อข้าพเจ้าก้าวเข้าไปในตัววิหารแบบธิเบตและนั่งลงกราบพระพุทธรูป อยู่ๆข้าพเจ้าก็มีอาการเหมือนกำลังเข้าสู่การนั่งสมาธิไปโดยอัตโนมัติทั้งๆที่นั่งคุกเข่ากราบพระอยู่  วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ธรรมดาๆ ไม่มีประวัติความเป็นมาที่พิเศษน่าสนใจมากนัก   หลังกลับมาเมืองไทยรุ่นน้องที่สนิทกันก็อุตส่าห์ไปช่วยค้นหาว่ามีประวัติอะไรน่าสนใจหรือไม่เกี่ยวกับวัดนี้ ก็ทราบแต่เพียงว่ากษัตริย์องค์ที่สี่แห่งสิกขิม ได้สร้างวัดนี้ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับองค์ Karmapa ที่ 16  ซึ่งเป็นพระประมุขของพระลามะนิกายหมวกดำ   ที่จริงแล้ววัดที่สำคัญมากของสิกขิมคือวัด rumtek  ไม่ใช่วัดแห่งนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีวัดต่างๆที่มีอยู่นั้นไม่ว่าที่แห่งใดคือศูนย์รวมของความศรัธทาเชื่อถือคือสถานที่ที่น่าจะไปทำบุญและควรจะเป็นที่ปฎิบัติธรรมด้วย  ในวิถีของเราชาวพุทธทั่วๆไป การไปวัดคือการไปทำบุญ รับศีล ถวายสังฆทาน รดน้ำมนต์  แต่ไม่ค่อยมีเรื่องการปฎิบัติธรรม เดินจงกรมและนั่งสมาธิเข้าไปด้วยสักเท่าไหร่  เมื่อจบพิธีกรรมต่างๆ ก็คือการจบกิจธุระกับวัดเสียงั้น  

จะดีแค่ไหนถ้าเราชาวพุทธจะมาวัดเพื่อทำบุญ รับศีล จากนั้นก็เดินจงกรม นั่งสมาธิกันสักครึ่งชั่วโมงหรือสักหนึ่งชั่วโมง   นั่งสนทนาธรรมกับพระที่วัด หรือนั่งสนทนาธรรมกันแทนการพูดจามากมายไปกับเรื่องทางโลก เพราะที่วัดนั้นมีบรรยากาศแห่งการปฎิบัติธรรมอยู่แล้ว  และเราก็มีวัดกันมากมายแทบทุกหมู่บ้านทุกซอกทุกมุม แต่วัดไม่ได้เป็นสถานที่แห่งการปฎิบัติธรรมกันเท่าที่ควร  ส่วนคนหนุ่มสาวก็ไม่รู้จะไปวัดกันทำไม จึงไปกันเมื่อมีพิธีกรรมบางอย่างของชีวิต เช่นทำบุญวันเกิด ไปดูดวง ไปหาฤกษ์หายามแต่งงาน หรือไม่ก็ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่  ไม่มีใครคิดที่จะไปสนทนาธรรมกับพระกันสักเท่าไหร่  หรืออาจจะเป็นเพราะไม่มีพระที่อาวุโสพอที่จะมาสนทนาธรรมกับอุบาสกอุบาสิกาก็ไม่รู้

สำหรับการไปวัดของข้าพเจ้าโดยส่วนตน จึงไปเพื่อเอาบรรยากาศบางอย่าง  บรรยากาศของความสงบและไปชมศิลปะอันสวยงาม   และถ้ามุ่งหมายโดยตรงก็คือมุ่งหวังไปกราบพระผู้ปฎิบัติเผื่อจะได้มีโอกาสพูดคุยหรือฟังธรรมเทศนาจากท่าน  

เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้าก็ได้ไปที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งถือว่าเป็นวัดสำคัญของเชียงใหม่  ที่วิหารอันเก่าแก่ด้านหลังเป็นสถานที่อันสวยงามมาก  มีชาวต่างชาติมาเยี่ยมชมและต่างทำท่าตื่นตาตื่นใจมากกับวิหารหลังนี้ ชาวฝรั่งคนหนึ่งตั้งกล้องถ่ายรูปอย่างเอาจริงเอาจังเลยทีเดียว  ข้าพเจ้าเคยมาที่วัดนี้มาก่อน แต่มาเฉพาะส่วนวิหารด้านหน้าที่สร้างใหม่  แต่วิหารเก่าด้านหลังนั้นเพิ่งเข้าไปเป็นครั้งแรก  เมื่อก้าวเข้าไปในตัววิหารก็รู้สึกทึ่งกับความสวยงามอย่างมากทีเดียว    

ปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยถ้าใครต่อใครจะกล่าวว่า เชียงใหม่คือดินแดนแห่งการบรรลุธรรม เพราะวัดต่างๆในเชียงใหม่นั้น มีพลังแห่งศรัธทามากมายหลงเหลืออยู่ ความสวยงามแห่งวัดวาอารามอันเก่าแก่ที่ได้ไปเยี่ยมชมนั้น แสดงออกมาถึงความตั้งใจอย่างมากมายของผู้สร้างที่มีความศรัธทาอย่างเต็มเปี่ยมในพุทธศาสนา  และพลังศรัธทานั้นยังคงมีอยู่  และยิ่งในวัดที่มีการปฎิบัติธรรมด้วย พลังแห่งศรัธทา พลังแห่งความสงบนั้นยิ่งเด่นชัด 

การได้มานั่งอย่างสงบในวัดแบบนี้ ก็ทำให้เราสงบจิตสงบใจคลายทุกข์ได้เหมือนกัน  ยิ่งถ้าได้มีโอกาสมานั่งสมาธิในที่แบบนี้ ก็ยิ่งเข้าสู่ความสงบได้ง่ายยิ่งขึ้น