Posted by ..ปาปารัสโซ่.. , ผู้อ่าน : 162 , 17:22:59 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เสียงเพลงพ่อของแผ่นดิน ".... อัครศิลปินกรองศาสตร์ กรองศิลป์การดนตรี ร้องกรองบทกวีซึ้งกมล ตราบฟากฟ้า ครึ้มฝนต้นไม้ทุกต้นพลอยยินดี รู้รักสามัคคีเพื่อพ่อแห่งไทย......" แว่วให้ได้ยินทันทีที่เข้าสู่บริเวณโรงเรียนบ้านน้ำลัด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นเสียงประสานของเหล่านักเรียนหลายชนเผ่ารวมกว่า 200 คน ที่กำลังเปล่งเสียงร้องอยู่หน้าเสาธงหลังเคารพธงชาติ "โรงเรียนของเราไม่สวย แต่น่ารัก ...ที่สำคัญคือ เน้นเรื่องความสะอาด..." อาจารย์วิวัฒน์ พิทักษ์สุจรรยา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำลัด พูดถึงนโยบายโรงเรียนแห่งความสุข พร้อมกับบอกว่า เพราะเด็กคือผ้าขาวที่ครูมีหน้าที่แต่งแต้มสิ่งดีให้เขามีภูมิคุ้มกันชีวิตยามจบออกไปใช้ชีวิตนอกรั้วโรงเรียน
ดังนั้นแม้จะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ในเขตเทศบาลที่มีครูเพียง 20 คน แต่กลายเป็นที่พึ่งของเด็กด้อยโอกาส ที่บ้างกำพร้า บางอยู่กับญาติ บ้างอยู่กับสถานสงเคราะห์หรือมูลนิธิต่าง ๆ ที่พยายามสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้ โดยโรงเรียนช่วยเติมในส่วนขาด และกิจกรรมหนึ่งที่ริเริ่มและปลูกฝังนิสัยดี ๆ ให้เด็กปฏิบัติคือการมี "จิตอาสา" กับงาน "อาสาสมัคร" ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จนอาจกล่าวได้ว่าได้เกิดระบบบริหารจัดการงานจิตอาสาที่เด็ก ๆ รุ่นพี่รุ่นน้องดูแลจัดการกันเอง โดยมี "ครู"เป็นผู้ชี้แนะอยู่ห่าง ๆ และชื่นชม ภูมิใจกับผลงานที่เกิดขึ้นนั่นคือ แม้เด็กที่นี่จะอ่อนด้อยด้านวิชาการกระแสหลักด้วยข้อจำกัดบางอย่าง แต่ที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ เด็กที่นี่ต่อให้จบ ป.6 ไปแล้วไม่ได้เรียนต่อ เขาก็ไม่อดตายแน่ ๆ เพราะเด็ก ๆ ทุกคนทำงานเป็นและมีความคิดสร้างสรรค์
ทุกเช้าก่อนเข้าชั้นเรียน กิจกรรมอาสาได้ถูกจัดแบ่งตามความสนใจของนักเรียนตั้งแต่น้องเล็กอนุบาลจนถึงพี่ใหญ่ชั้นป.6 เช่น เก็บใบไม้และเศษขยะ ช่วยภารโรงทำความสะอาดโรงเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร ภายในบริเวณโรงเรียนจึงสะอาดแทบไม่เห็นเศษใบไม้สักใบให้รกตา บางคนไปช่วยแม่ครัวเตรียมอาหาร เป็นต้น ล้วนเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ทำกันด้วยความสนุก และมีความสุข เป็นกิจกรรมสร้างสุขที่ทำให้เด็กอยากมาโรงเรียน แม้เด็กบางคนต้องเดินเท้ามาจากบ้านที่อยู่ไกล บางคนไม่เคยมีสตางค์มาโรงเรียน บางคนมีแต่ข้าวเปล่า บางคนใส่เสื้อซ้ำมาทุกวัน ผอ.โรงเรียนบ้านน้ำลัด กล่าวว่า โรงเรียนบ้านน้ำลัดแม้จะอยู่เขตเทศบาลห่างตัวเองเพียง 1 กิโลเมตร แต่สภาพแตกต่างกันมาก นักเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 % เป็นเด็กจากชนเผ่าต่าง ๆ และเด็กต่างด้าวที่ตามพ่อแม่มาทำงาน ขณะที่อีก 20% เป็นเด็กพื้นราบจากครอบครัวยากจน ที่นี่จึงมีความแตกต่างด้านภาษาอย่างมาก แต่ก็อยู่กันอย่างกลมกลืน ความหลากหลายของชาติพันธุ์และภาษาของนักเรียนและปัญหาการอยู่ร่วมกัน บางครั้งก็ทำให้ครูรู้สึกเป็นทุกข์ มีการปรับตัวเพราะเป้าหมายหลักคือทำอย่างไรจะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้ อย่างน้อยแม้จะอ่อนด้อยทางวิชาการกระแสหลักด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง จึงเสริมด้วยการเรียนรู้ทักษะการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ สอดแทรกไปพร้อมกันทั้งในและนอกห้องเรียน ซึ่งกิจกรรมจิตอาสาก็เป็นส่วนหนึ่ง เพื่อให้เขาสามารถดำเนินชีวิตต่อไป
ตัวอย่างเช่นในชั่วโมงภาษาไทยในวันหนึ่งที่เด็กเสนอว่าอยากทำการ์ดอวยพรให้กับครูอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นที่กำลังจะกลับประเทศ พวกเขาบรรจงแต่งแต้ม ออกแบบการ์ดนั้นเป็นงานฝีมือหลากแบบแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน บ้างไปเอาใบไม้มาแปะหรือลอกเอาเส้นใยมาแปะเป็นรูปต่าง ๆ เป็นงานฝีมือที่แทรกไปด้วยวิชาวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และภาษาไทยไปด้วย และเด็ก ๆ ก็ภูมิใจกับผลงานของตัวเอง ในช่วงกลางวัน ณ โรงอาหารหรืออาคารเอนกประสงค์จะมีกิจกรรมหลายอย่างรวมทั้งเรื่องราวของ"จิตอาสา"ก็เกิดขึ้นที่นี่ ตั้งแต่พี่ช่วยดูแลการรับประทานอาหารของน้อง ๆ การเก็บกวาดทำความสะอาดเมื่อเสร็จแล้ว กิจกรรมร้องเพลงที่รุ่นพี่ที่สนใจดนตรีและเครื่องเสียงก็ทำหน้าที่ควบคุมเครื่องเสียง จัดลำดับการขึ้นร้องเพลงตามที่มาลงชื่อไว้ในสมุด เรียกว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ เด็กทุกคนจะได้ร้องเพลงที่ตัวเองอยากร้องอย่างน้อย 1 คน 1 เพลงต่อไป เป็นนโยบายของผู้อำนวยการเพื่อให้เด็กได้แสดงออก
ขณะที่ครูเปรมศรี ศรีแก้วขัน ประจำชั้น ป.1 และฝึกการทำของใช้ในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายอาทิ น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า ฯลฯ ที่นอกจากเป็นกิจกรรมอาสาที่เมื่อจะทำเมื่อใดเด็ก ๆ จะอาสามาช่วยกันทำ และใช้ในโรงเรียนซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในโรงเรียนได้เพราะไม่ต้องซื้อจากข้างนอกเลย อีกทั้งเด็ก ๆ ยังนำความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้กับผู้ปกครองทำใช้ที่บ้าน |




