คืนและวันที่สิบแปดกับการสมาทานไม่นอนตลอดทั้งพรรษา...

ด้านร่างกาย
ร่างกายปกติ ไม่มีอะไรแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเมื่อก่อนตอนที่นอนมาตั้งแต่เกิดกับตอนนี้ที่ไม่ได้นอนมาสิบแปดวัน ร่างกายก็เหมือนเดิม ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่วิตกกังวลไว้ “เครียดฟรี” วิตกจริตไปเกินเหตุ เหนื่อยก็เหนื่อยปกติ เมื่อยก็เมื่อยปกติ ง่วงก็ง่วงปกติ พักแล้วก็หาย หายเหนื่อยแล้วก็สู้ใหม่

ด้านจิตใจ
จิตใจก็ปกติ ใจดีก็ดีปกติ ใจสบายก็สบายแบบปกติ ไม่มีอะไรมากไป น้อยไป พอดี ๆ จะมีหงุดหงิดบ้างก็เป็นบางครั้งของบางวัน อันนี้ก็หงุดหงิดเป็นปกติ ดีเสียอีกที่ได้หงุดหงิดจะได้มีโอกาสภาวนา ไม่งั้นอยู่เฉย ๆ มากไปไม่มีอะไรมาทำให้จิตใจว้าวุ่นเลย จะนึกว่าใจตัวเองดีแล้ว เจ๋งแล้ว เจอสิ่งมากระทบบ้างจักได้รู้ว่า ที่ฝึกมาปีกว่านี่ยังไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร่ เจอสิ่งกระทบอะไร ๆ ก็ยังโกรธอยู่ (เรื่องโกรธนี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนอนหรือไม่นอน) โกรธนี่มันเป็นสันดานที่ติดตามมาตั้งแต่ครั้งเก่านอน ที่พยายามเฝ้าถ่ายถอนให้สิ้นให้จางไปในเร็ววัน

ด้านความรู้
อันนี้สิน่าคิด เพราะความรู้เก่า ๆ กำลังตีกับความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นกับการสมาทานธุดงควัตรพิเศษข้อนี้
ความรู้จากหนังสือ ตำหรับ ตำรา เรื่องร่างกายก็ดี การรักษาพยาบาลก็ดี ตอนนี้กำลังตีกันยุ่งเหยิง เพราะความเชื่อเก่า ๆ กับความจริงที่เกิดขึ้นกำลังใช้เหตุผลหักล้างกันอยู่
ก็สนุกดีไปอีกแบบ นั่งดูความคิดตีกันเอง ก็จะนั่งดูต่อไปดูสิว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร

อย่างเช่นเรื่องของการปวดเมื่อย
โอ๊ย เดี๋ยวก็ปวดที่โน้น เดี๋ยวก็ปวดที่นี้ ปวดหลัง ปวดขา ต้องเกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้นอนแน่ ๆ เลย

แต่ เอ่... เดินแล้วก็หาย ทำงานไป ลืมไปมันก็หายนี่หว่า ไม่เห็นต้องนอนอย่างเดียวเลย


วันก่อนหมอแพทย์ไทยมานวดก็บอกว่า นั่งอยู่อย่างนี้เส้นหลังจะตึงนะ เส้นท้องจะแข็ง
“เส้นท้องแข็งแล้วเป็นอย่างไรเหรอ เส้นหลังตึงแล้วจะเป็นอย่างไรเหรอ?” ก็ไม่เห็นเป็นอย่างไรเลย จะตึง จะแข็ง ก็ไม่เห็นทำให้ทุกข์ร้อนอะไร ไม่เหมือนกับความวิตกกังวลกลัวเจ็บกลัวป่วยจากความรู้ที่หมอบอกเนี่ยแหละเล่นให้วิตกกังวลไปหลายวัน "เส้นมันจะตึง จะแข็ง ก็เป็นธรรมชาติของเขาเน๊อะ อย่าให้ใจเราตึง ใจเราแข็งก็พอ..."

รู้มากก็ทุกข์มาก ไม่รู้บ้างก็ได้
หลังจากที่ไม่ได้นอนมานี้ ร่างกายนั้นไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรมากนัก มีแต่เจ้าจิตใจที่จะคอยทุกข์ร้อนกับความรู้ที่คอยแต่ทำให้เกิดวิตกและกังวล

เจ้าความรู้นี่แสบจริง ๆ...
รู้ดีก็ยุ่ง รู้ไม่ดีก็ยิ่งยุ่ง

 

 

 

รู้เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์ การรักษาชีวิตมาก ก็คอยห่วง คอยกังวล กลัวโน่น กลัวนี่ กลัวโทรม กลัวเจ็บ กลัวตาย กลัวอะไรต่ออะไรไปสารพัด
ต้องนวดด้วยยานี้นะ ต้องกินอันนี้นะ


ขนาดไม่มีทีวีดู ไม่มีสื่ออะไรมาคอยโฆษณา ชักชวน แต่ก็มีผู้หวังดี นำสิ่งโน้น สิ่งนี้มาถวายอยู่เรื่อย
เมื่อต้องการให้เราใช้ เราดื่ม เราฉัน ก็อ้างสรรพคุณกันยกใหญ่
ดื่มแล้วจะดีอย่างโน้นนะ ไม่ดื่มแล้วจะแย่อย่างนี้นะ
ป้องกันโรคมะเร็งได้นะ โรคมะเร็งนี้มันร้ายอย่างนี้นะ คนโน้นก็เจ็บอย่างนี้ คนนั้นก็ตายอย่างนั้น เอ่... ชีวิตนี้มันต้องวุ่นวายกับเรื่องอยู่เรื่องกินมากมายอย่างนี้เชียวหรือ

เมื่อวานเย็นนี้มีคนนำน้ำใบหญ้านางผสมน้ำใบโหระพาเข้าไปมาถวายเพื่อบำรุงร่างกาย แต่กว่าจะดื่มได้นี่เล่นให้ตัดสินใจเสียนาน เพราะกลิ่นและรสชาตินี่แปลกดีพิลึก
ร่างกายจะดีขึ้นเท่ากับหัวสมองที่เครียดไหมนี่ หักลบกลบหนี้กันแล้วจะลบหรือบวกหว่า....?

ไม่ต้องนอนก็อยู่ได้
ไม่ต้องกินอาหารวิเศษยาบำรุงอะไรร่างกายเขาก็อยู่ได้ อยู่แบบสบาย ๆ เพราะใจไม่มีวิตกกังวล
ความรู้ทุกวันนี้ยิ่งรู้ก็ยิ่งยุ่ง...


รู้แล้วนำมาแบกไว้ปล่อยวางไม่ได้ก็หนักเสียเปล่า ๆ
ทุกข์กับร่างกายก็มากพออยู่แล้ว ทุกวันนี้ต้องมาทุกข์กับความรู้ที่ต้องแบกไว้อีก


ต้องลองสู้ลองปฏิบัติแบบยอมตายแล้วถึงจะหลุดจากวงจรความรู้แบบยุ่ง ๆ นี้ได้
ดังนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ต้องสู้ต่อไป
สู้ไว้ สู้ไว้เพื่อรู้จริง