แนวโน้มการศึกษาด้านการเมืองการปกครองไทย

การศึกษาด้านการเมืองการปกครองในอดีตมักจะเน้นในเรื่องของสถาบัน อำนาจ และในเรื่องของระบบการเมือง ซึ่งเป็นมุมมองของ การเมืองแนวเดิม (Old Politics) เมื่อระบบโลกคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียต     ล่มสลายลงในปี 1991 กลายเป็นประเทศเอกราชที่ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐต่าง ๆ ถึง 15 สาธารณรัฐ  แต่ความขัดแย้งในโลกก็มิได้ยุติลง  จึงมีนักคิดคนสำคัญ ๆ พยายามแสวงหาทางเลือกใหม่โดยการเสนอ การเมืองแนวใหม่ (New Politics) ให้แก่สังคมโลก  การเมืองแนวใหม่นี้จะเน้นในเรื่องการเมืองของชีวิต ( Politics of Life) หรือเป็นเรื่องอำนาจของประชาชนที่จะกระจายไปทุกองคาพยพของสังคม ไม่รวมศูนย์อยู่ที่รัฐหรือพรรคการเมือง รวมทั้งไม่มีการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนระหว่างรัฐกับประชาชนหรือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน  ดังนั้น  การเมืองแนวใหม่ จึงเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนเข้าไปมีบทบาทในการตัดสินใจทางการเมืองเป็นอย่างมาก แทนที่จะเกิดอยู่แต่ในรัฐสภาเหมือนการเมืองแนวเดิมดังที่เห็นอยู่ในประเทศไทย ( โปรดดูเพิ่มเติมใน หน่วยที่ 8 การเมืองการปกครองไทย ) แนวคิดนี้ก็ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540  ในหมวด 5 ว่าด้วย แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐหลายมาตรา  เช่น  มาตรา 76 “รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ และมาตรา 77 “รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง จัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และพนักงานหรือลูกจ้างอื่นของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น แนวคิดการเมืองแนวใหม่จึงเข้ามามีบทบาทในการเมืองไทยมาแล้วกว่าหนึ่งทศวรรษจนได้มีการบัญญัติเรื่องอำนาจของประชาชนไว้อย่างหลากหลายในการตัดสินใจทางการเมือง

                ในด้านการปฏิรูปการเมืองเพื่อกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองท้องถิ่น  องค์กรปกครองท้องถิ่นก็ได้ดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ. 2542  ซึ่งได้กำหนดไว้ในมาตรา 78  นั้น มีเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดนโยบายการจัดบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคลท้องถิ่น และการบริหารการเงินการคลังตามหลักการปกครองตนเองและหลักความต้องการของประชาชน  จากการศึกษาถึงแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น