เช้าวันที่ ๑๒ ก.ค. ๕๑ เวลา ๙.๐๐ น. ผมนั่งแท้กซี่ไปสนามบิน JFK ใต้เอาเงินยัดให้ $60 ได้ให้โชเฟอร์ไปทั้งหมด ท่าทางแกงงๆ ว่าทำไมให้มากนัก ใช้เวลาเพียง ๒๕ นาที ระหว่างทางผมจำป่าริมทางไป Keneddy Airport ได้ เพราะเป็นป่าที่สวยงามประทับใจ
Star Alliance Gold check-in ที่เคาน์เตอร์ชั้นหนึ่งได้ ใช้ Lounge ของ British Airways ใหญ่โตมโหฬาร และหรู มีที่นั่งสารพัดแบบให้เลือก มีที่นั่งเงียบๆ มุมสงบมืดๆ ไปถึงมุมตากอากาศ มี WiFi ให้ใช้เข้าอินเทอร์เน็ต มีอาหารร้อนให้กิน และมีเครื่องดื่มสารพัดชนิด มีนิตยสารหรูให้พลิกบันเทิงใจ ผมหยิบมาทำความรู้จัก อย่างมีสติ
นิตยสาร Quentessentially New เล่มโต A3 พิมพ์อย่างหรู ชื่อแปลว่าใหม่อย่างมีสาระ (สำหรับมหาเศรษฐี) เช่น Townhouse ในนิวยอร์ค ๔ - ๖ ห้องนอน ราคา เริ่มต้นที่ $12.95 ล้าน แค่ ๔๐๐+ ล้านบาทเท่านั้น
เขาส่งแบบสอบถามไปถามคนที่มีเงินเหลือเฟือ ได้คำตอบปัจจัยสร้างสุขแก่เศรษฐีที่คนตอบมากที่สุด ๑๐ ประการคือ
๑. รักดูดดื่ม
๒ มีคนรักมาก
๓ เชื่อในความดีของมนุษย์
๔ ไม่ต้องถูกบังคับให้พูด
๕ มีเวลาฝัน
๖ มีโอกาสสร้างสรรค์ ทำสิ่งโง่ๆ กบฎ่ พยศ
๗ ได้ขี่จักรยานแทนรถเก๋งหรู
๘ มีความหวังในท่ามกลางปัญหารุมเร้า
๙ ได้ดูถูกเงิน
๑๐ ได้เลือกงาน เลือกเพื่อน เลือกคู่ เลือกรองเท้า
หนังสือภาพ QUINTESSENTIALLY RESERVE แนะนำที่พักแบบ retreat หรูทั่วโลก www.quintessentiallyreserve.com โรงแรมเมืองไทยได้รับการแนะนำ ๓ – ๔ แห่ง
บนเครื่องบิน JFK - Tokyo
เครื่องบิน B – 777 แบบขาไป
เลือกไวน์ขาว EOS Estate Paso Robles Chardonnay 2006 (California, USA) กินกับ ออร์เดิฟ และไวน์แดง Cabernet Souvignon กินกับอาหารหลัก เมนูตะวันตก เนื้อสเต๊ก tenderloin ซึ่งนุ่มและไม่มีพังผืดเลยแบบที่ผมกินที่ รร. โฟซีซั่นสมุย และที่ภัตตาคาร The Rock ที่สมุย ต่างจากเนื้อสเต๊กครูต้อที่ปากช่อง และสเต๊ก คาวบอยที่ มก. กำแพงแสน ที่ยังมีพังผืดให้ติดฟันอยู่ วิชาการด้านการผลิตสเต๊ก ของไทยยังต้องมี การพัฒนาอีกมาก
รายละเอียดของสเต๊กที่ผมกิน มีดังนี้ "Pan-fried bef tenderloin with herb crust and tarragon sauce (410 kcal)" เขามีพริกไทยป่นหยาบให้กินกับสลัด และสเต๊กด้วย อร่อยดี และมี Extra virgin olive oil ให้กินกับสลัดด้วย
หนุ่มฝรั่งที่นั่งคู่กับผมโชคร้าย เก้าอี้ปรับไม่ได้ แกเข้าออกยาก ทำน้ำหกรดผม แอร์โฮสเตสเก่งมาก เข้ามาลอกเบาะออกและปรับสวิตช์ ยกเก้าอี้ขึ้นได้สำเร็จ ผมพลอยได้ความรู้ด้วย แล้วหลังจากนั้นเก้าอี้ของแกก็ใช้ได้ปกติ
ของหวานเป็นไอสกรีมเมล่อน ผมกินไปเรื่อยๆ จนถึงกาแฟ และเหล้าหลังอาหาร
หลับรวดเดียวประมาณ ๖ ชั่วโมง
ผมเล็งจะกินข้าวหน้าปลาไหลเป็นอาหารว่างแบบขาไป ปรากฎว่าขากลับไม่มี จึงกินเต้าหู้ทรงเครื่อง ชื่อ Petit bowl of fried tofu with vegetable broth สั่งเหล้าสาเกผลิตจากเมืองโออิตะ ชื่อ Tokubetsu HonJozo, NISHINOSEKI (Oita)
อ่านนิวสวีค newsweek.com ฉบับ July 14, 2008 มีบทวิเคราะห์ Lincoln vs Darwin. Who matters more? โดย Malcolm Jones เขียนได้น่าอ่านมาก เขาเอามาเทียบกันเพราะเกิดวันเดียวกัน คือ ๑๒ ก.พ. ๒๕๕๒ และมีหลายๆ อย่างคล้ายกัน โดยเฉพาะเป็นนักจดอย่างละเอียดเหมือนกัน ชอบอยู่คนเดียวกับตัวเองเหมือนกัน และเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน เขาสรุปว่าลินคอล์นยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งผมว่าเขาสรุปแบบลำเอียงเข้าข้าง สรอ. และการเมือง ผมก็มีอคติของผมว่าดาร์วินยิ่งใหญ่กว่ามากเพราะเป็นผู้เปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์ต่อตนเอง ว่าตนเป็นเพียงหนึ่งในความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ใช่ลูกรักของพระเจ้า อย่างที่เคยเข้าใจผิด
อ่านหนังสือหนื่งใน ๔ เล่มที่ไปซื้อเย็นวาน และใต้แย่งจ่ายเงิน คือ The God Delusion โดย Richard Dawkins ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกปี 2006 เล่มนี้มีคำนำเขียนปี 2008 ด้วย หนังสือเล่มนี้ร้าน Borders เอามาวางในกลุ่มที่ถ้าซื้อจะซื้ออีกเล่มหนึ่งในกลุ่ม (ที่ราคาถูกกว่า) ได้ในราคา ๕๐% ผมจึงได้หนังสือ 90 Minutes in Heaven มาอีกเล่ม
เมื่ออดีต ปธน. อิสเรลถูกถามว่าท่านศรัทธาในพระเจ้าหรือไม่ ท่านตอบว่า ท่านศรัทธาในคนอิสเรล และคนอิสเรลศรัทธาในพระเจ้า
สาระสำคัญที่สุดที่ Sir Richard Dawkins บอกก็คือ คนเรามีทางเลือกที่จะไม่เชื่อ ในพระเจ้าได้ด้วย ไม่ใช่แค่เลือกว่าจะถือพระเจ้าองค์ไหน คนที่ไม่ศรัทธาในพระเจ้า สามารถมีชีวิตที่มีความสุข สมดุล มีศีลธรรม และอุดมปัญญา ซึ่งที่จริงก็ตรงกับคติพุทธ แต่หนังสือที่แต่งโดย Sir Richard ประเทืองปัญญาในแง่คิดมากกว่าข้อสรุป
Sir Richard เถียงความเชื่อว่ามีพระเจ้าในรูปของสิ่ง/อำนาจเหนือธรรมชาติ (supernatural) โดยเชื่อว่ามีแต่สิ่งที่ความรู้ปัจจุบันยังไปไม่ถึง แต่ต่อไปก็จะเข้าใจ คือเชื่อในวิทยาศาสตร์หรือธรรมชาตินั่นเอง
บทที่ ๑ ชื่อ "คนเคร่งศาสนาที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า" คือไม่เชื่อในพระเจ้าบุคคล แต่เชื่อในศาสนาแห่งความดีต่อกัน ยกคำของปราชญ์มาอ้างอิงทำความเข้าใจ ประเทืองปัญญายิ่ง และผมตีความว่าเป็นการแยกศรัทธาแบบงมงายหยุดนิ่งตายตัว กับศรัทธาแบบมีวิจารณญาณ ยอมรับความรู้ความเข้าใจที่มีเพิ่มขึ้น
ผมนึกออกแล้ว หัวใจของหนังสือเล่มนี้ คือความใจกว้าง เข้าใจความเชื่อทาง ศาสนาในรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย รวมทั้งศาสนาที่ไม่เชื่อในพระเจ้าแบบ บุคลาธิษฐาน ซึ่งผมสรุปว่าเข้าหลักศาสนาพุทธ คือเชื่อในอิทัปปัจยตา
โดยที่ในขณะเดียวกัน เราก็เคารพในความศรัทธาต่อศาสนาของผู้อื่น โดยไม่ถามเหตุผล แต่ Sir Richard บอกตั้งแต่คำนำแล้วว่าการถือศาสนาส่วนใหญ่ เป็นการครอบงำโดยครอบครัว หรือการเลี้ยงดู ไม่ใช่ศรัทธาที่แท้จริง
ที่จริงศาสนาหรือพระเจ้าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการดำรงชีวิตด้านใน และเพื่อการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมสันติ แต่ในหลายกรณีมนุษย์ก็ใช้บางสิ่งแบบเกินพอดี กลายเป็นคลั่งศาสนา แทนที่ศาสนาจะเมตตามนุษย์ กลับชักจูงให้เข่นฆ่ากัน เป็นสงครามศาสนา
บทที่ ๒ The God Hypothesis เปิดฉากด้วย quote "The religion of one age is the literary entertainment of the next." - Ralph Waldo Emerson แค่นี้ผมก็ถึงบางอ้อ หรือปิ๊งแว้บ ว่า พระเจ้าก็มีวิวัฒนาการเหมือนสิ่งอื่นๆ ในธรรมชาติ ใช่แล้ว co-evolution พระเจ้ามีวิวัฒนาการร่วมไปกับมนุษย์
หนังสือเล่มนี้มีลักษณะ Christian, Caucasian - centric จึงไมได้กล่าวถึงพระเจ้า หรือเทพแบบฮินดู ซึ่งจะมีเรื่องราวสนุกสนานมาก
บทที่ ๓ ข้อโต้แย้งวามีพระเจา มีมากมาย ข้อหนึ่งคือประสบการณ์ตรง ของบุคคล ซึ่งเมื่อพิสูจน์ก็จะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ เหนือธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์อเมริกันเป็นเรื่องของการหนีจากสังคมที่กดขี่ครอบงำโดยเจ้าและพระ ที่อาศัยพระเจ้าเป็นเครื่องมือ ดังนั้นผู้นำยุคต้นๆ อย่าง ปธน. โธมัส เจฟเฟอร์สัน จึงกล่าวว่า "The priests of the different religious sects ... dread the advance of science as witches do the approach of daylight, ..."
ที่จริงหนังสือเล่มนี้เป็นการเปรียบเทียบหลักฐานสนับสนุน creatiinism กับ evolutionism โดยเอาข้อมูลการถกเถียงมาทำความเข้าใจ เชื่อมโยงกับสภาพจริง ในสังคม ซึ่งยังมีกลุ่มคนที่วิทยาศาสตร์เข้าไม่ถึง แต่วงการที่เน้นความเชื่อเข้าถึง
เที่ยวกลับนี้ได้ลองใช้หูฟัง Sony Noise Cancelling Headphones MDR-NC22 ซึ่งตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด ๗๕% คุณภาพดีทีเดียว ข้อดีคือขนาดเล็กนิดเดียว ซื้อจากนิวยอร์คราคารวมภาษี $109 แต่เทียบกับ Bose QuietComfort 2 Noise Cancelling Headphones ซึ่งเป็นชนิดครอบหูราคากว่าหมื่นบาทย่อมไม่ได้ ทั้งการตัดเสียงรบกวนและคุณภาพเสียงดนตรี
มีดสวิสให้ความรู้
มีดสวิสขนาดเล็กจิ๋วผ่าน security chck ของนิวยอร์คมาได้สบาย มาโดนพบตอนผ่านการตรวจที่นาริตะ ผมได้ใช้ปัญหาเป็นโอกาสเรียนรู้ระบบญี่ปุ่น และความสามารถในการวินิจฉัยของพนักงานญี่ปุ่น โดยพยายามต่อรองขอให้ ANA เอามีดมาให้ผมที่กรุงเทพ ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ก็ได้ความรู้ ว่าญี่ปุ่นเขาเก่งเรื่องวางระบบ แต่พนักงานไม่มีมิติมนุษย์ และยังมีข้อจำกัดด้านภาษา
โตเกียว – กรุงเทพ
เครื่องบิน Boeing 747 – 400 ใช้เวลาบิน ๖ ชั่วโมง
ดื่ม plum wine ญี่ปุ่นชื่อ Umeshu หอมดี on the rock
เลือกอาหารญี่ปุ่น มีอาหารจานนำเป็นอาหารทะเลดิบ อาหารจานเล็กเป็นผัก และอาหารจานหลักเป็นปลา ดื่ม ไวน์แดงฝรั่งเศส Chateau La Cardonne 2002 (Bordeaux, France)
นอนหลับไปประมาณ ๒ – ๓ ชั่วโมง
เครื่องบินลงเร็วกว่ากำหนดประมาณครึ่งชั่วโมง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ค. ๕๑