นิคมการเกษตรทุ่งกุลาร้องไห้
นายบรรหารนายกคนที่21เดินทางไปเปิดโครงการจัดตั้งนิคมการเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด

-
นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย หัวหน้าพรรคชาติไทย เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการจัดตั้งนิคมการเกษตร จังหวัดร้อยเอ็ด ที่บ้านจานเตย องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกุลา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรฯ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม มีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมร่วมงานกว่า 1,000 คน โดยนายพินิจ พิชยกัลป์ ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมมอบ สปก.4-01 ให้เกษตรกร จำนวน 105 ราย
-
นายบรรหาร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ แสดงถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร โดยวางรากฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯให้แก่เกษตรกรไทยทุกคน เน้นการเดินทางสายกลาง มุ่งให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีด้วยการพึ่งตนเอง และพึ่งพาตลาดอย่างชาญฉลาด เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ระดับครัวเรือน ชุมชน ส่งผลถึงระดับประเทศ ข้อสังเกตราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่แน่นอน ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวพร้อมๆกัน ปัจจัยการผลิตสูงขึ้น เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน ตกอยู่ในวังวนของหนี้สิน แม้ปีนี้ราคาข้าวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา ราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น อาทิ ปุ๋ยเคมี เมล็ดพันธุ์พืช ค่าแรงงาน น้ำมันเชื้อเพลิง การจัดการผลผลิตที่ดีคือเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพ ตามความต้องการของตลาด การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิต เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำ ระบบชลประทาน ระบบขนส่งสินค้า การปรับปรุงบำรุงดิน การพัฒนาองค์ความรู้ ให้สอดคล้องกัน การรวมกลุ่มและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน หรือระบบสหกรณ์ แบบมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่น่าสนใจคือ การส่งเสริมนิคมการเกษตร ของจังหวัดร้อยเอ็ดแห่งนี้ด้วย จะมีความสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย ผมจะมาตรวจเยี่ยมอีกครั้งและให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯดูแล

-
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการจัดตั้งนิคมการเกษตร จ.ร้อยเอ็ด เป้าหมาย คือข้าว เป็นพืชที่มีความสำคัญสูงสุดของประเทศไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นอาหารหลักสำหรับคนไทย และส่งขายต่างประเทศ ราคาข้าวเปลือกเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จากราคา ประมาณ 6,500 บาท เป็น 12,000-13,000 บาท ต่อเกวียน ส่วนข้าวหอมมะลิ ราคาสูงถึง 15,000-16,000 บาท/เกวียน สูงข้นเฉลี่ย 8,800 บาท ปี 2550 ไทยส่งออกข้าว 9.2 ล้านตัน มีรายได้สูงประมาณ 1.2 แสนล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด 1.13 ล้านล้านบาท ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งข้าวออกอันดับ 1 ของโลก ครองส่วนแบ่งการตลาด ร้อยละ 75 ผลผลิตประมาณร้อยละ 28 เป็นข้าวหอมมะลิ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยปลูกข้านาปีประมาณ 57 ล้านไร่ จากพื้นที่ภาคการเกษตร 130 ล้านไร่ มีผลผลิตข้างเปลือก 23 ล้านตันผลผลิตเฉลี่ย 407 กก./ไร่ ผลผลิตค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเวียตนาม มีผลผลิตเฉลี่ย 783 กก./ไร่
-
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการผลิตข้าว ดดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญสามารถแข่งขันและสร้างความสมดุล และภูมิคุ้มกันภาคการเกษตร ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยเริ่มต้นจากพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน การขับเคลื่อนการพัฒนานิคมเกษตร อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จึงมุ่งที่ข้าวหอมมะลิเป็นสำคัญ ร้อยละ 70 ของชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ปลูกข้าวหอมมะลิ โครงการนำร่อง 5,000 ไร่ เกษตรกรร่วมโครงการ 300 ราย ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 โดยกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สปก.หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกัน เป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชอาหาร และพืชพลังงานทดแทน รองรับนโยบายปรับโครงสร้างการเกษตรของประเทศ โดยมีนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรฯเป็นผู้ดูแลเรื่อง สปก.ในพื้นที่ทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านไร่ แบ่งเป็นการใชผลประโยชน์ในการปลูกข้าว 12.6 ล้านไร่ ข้าวโพด 3.6 ล้านไร่ มันสำปะหลัง 3.3 ล้านไร่ ยางพารา 2.6 ล้านไร่ อ้อย 2.4 ล้านไร่ ปาล์ม 4 แสนไร่ ที่ดิน สปก.เป็นทรัพย์สินของชาติ เป็นผืนแผ่นดินผืนสำคัญที่สุดยังสามารถรักษาไว้ได้ เป็นที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และใช้ประโยชน์โดยเกษตร แตกต่างจากที่ดินกรรมสิทธิ์ทั่วไป การคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงเป็นหนึ่งพันธกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะที่ดิน สปก.4-01 ที่มอบให้เกษตรกร วันนี้ 105 ราย ต้องรักษาและใช้ประโยชน์ให้สูงสุดส่วนปัญหาภัยแล้ง กองบินเกษตร ได้ดำเนินการบินเพื่อทำฝนเทียมในพื้นที่ทุ่งกุลร้องไห้ ทุกวัน และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากรํบบาลจัดเป็นวาระสำคัญและต้องแก้ไขทั้งระบบด้วย

-
ทางด้านนายพินิจ พิชยกัลป์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ 5.18 ล้านไร่ ประชากร 1.3 ล้านคน อาชีพส่วนใหญ่คือการทำนาร้อยละ 58.47 ครัวเรือนที่มีการทำนา ข้าหอมมะลิปลูกมากที่สุดคือ 1.9 ล้านไร่ โดยพาะทุ่งกุลาร้องไห้ ปลูกข้าวหอมมะลิ 7.56 แสนไร่ จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด คื อ “มุ่งเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายข้าวหอมมะลิชั้นดี สู่ตลาดโลก” จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2549-50 ผลผลิตข้าว 400 กก./ไร่ ทำรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท กระบวนการพัฒนาการผลิต การปรับปรุงดิน ปรับปรุงพันธุ์ข้าว การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร สามารถนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน และการจัดตั้งนิคมการเกษตรทุ่งกุลาร้องไห้ ด้านข้าวหอมมะลิ เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยผลักดันยุทธศาสตร์จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

วัชรินทร์ เขจรวงศ์/ร้อยเอ็ด โทร.085-7567108/086-8502416
เรียน พี่น้องชาวตำบลทุ่งกุลา ทั้ง 105 ครัวเรือนครับ
การที่นายบรรหาร มาแจก หนังสือแสดงการใช้ประโยชน์จากที่ดินของท่านนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นการเอาที่ดินของท่านทั้งหลายกลับเข้าไปเป็นของราชการนะครับ พูดง่ายๆก็คือเอาที่ดินที่เราสามารถออกโฉนดได้ และมีกรรมสิทธิ์เต็มที่ ไปเป็นที่ของ สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ( สปก.) แล้วเอากลับออกมาแจกคืนให้แก่พวกท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านรู้หรือไม่ว่า การที่ทางการเอาที่ดินของพวกท่านทั้งหลายไปเป็นของ สปก. มันมีผลเสียมหาศาลเลยนะครับ
ข้อเสีย 1.ไม่สามารถออกโฉนดได้ตลอดชีวิต-รุ่นลูก-หลาน-เหลน-ลื้อ
2.เขาจะเอาคืนเมื่อไหร่ก็ได้
3.ซื้อขาย-จำนอง ไม่ได้
4.คนที่ได้มาจะต้องทำกินตลอด ถ้าปล่อยไว้เฉยๆเขาจะเอาคืนทันที
5.ทางการจะทำอะไรก็ได้บนที่ดินของท่าน
และมีอีกหลายๆผลเสียที่ตามมาครับพี่น้อง
อย่างเป็นม้าลำปางครับ กระจกมีหลายด้าน เหรียญบาทมีหลายเหลี่ยม "หมื่นคนกำหนดหรือจะสู้ลิขิตฟ้า ร้อยล้านดวงชะตารือจะสู้วาสนาคน"
คนที่บอกว่าอยู่ในศีลกินในธรรม อาบน้ำวันละ 5 ขันยังไม่สิ้นกิเลส