ในโอกาสที่ไปนิวยอร์ค เพื่อประชุมคณะกรรมการจัดการประชุม PMA Conference ในวันที่ ๑๐ ก.ค. ๕๑   ผมถือโอกาสอยู่ต่ออีก ๑ วัน เพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ Guggenheim
          ลูกสาวคนที่ทำงานอยู่ที่ นิวยอร์ค รู้ใจ ส่ง link ของพิพิธภัณฑ์มาให้เมื่อวันที่ ๖ ก.ค. โดยที่ตอนนั้นเธอมาทำงานที่สิงคโปร์   คนสมัยใหม่ชีพจรลงเท้า เดินทางไปทำงานทั่วโลก   เธอจะกลับไป นิวยอร์ก วันที่ ๑๑ บ่าย   ทันรับผมไปค้างที่บ้านของเธอ ๑ คืน   ผมอาศัย link http://www.guggenheim.org/new_york_index.shtml   เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทาง อินเทอร์เน็ตอย่างสบายใจในบ่ายวันที่ ๖ ก.ค.  
          ทำให้ผมค้นพบวิธีชมพิพิธภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น    คือเตรียมตัวชมพิพิธภัณฑ์แห้งไปก่อน   อ่านเอกสารประวัติพิพิธภัณฑ์ อ่านคำอธิบายศิลปวัตถุแต่ละชิ้นไปก่อนล่วงหน้า    ตอนไปชมสดก็ใช้เวลาดื่มด่ำกับสัมผัสที่เรารับรู้จากศิลปะวัตถุนั้น    คือใช้ การชมแห้งเรียน explicit knowledge   ส่วนการชมสดเน้นเรียนรู้ tacit knowledge
          จาก เว็บไซต์ ผมได้ข้อมูลว่าเขาห้ามถ่ายรูป    ซึ่งก็ดูจะไม่จำเป็นเพราะเขาเอารูปของภาพวาดและศิลปวัตถุอื่นๆ ขึ้นเว็บให้ดูได้หมดแล้ว    เป็นภาพที่สวยกว่าเราถ่ายเองเสียอีก    และผมยังเตรียมตัวไปซื้อตั๋วลดราคาสำหรับผู้สูงอายุ (เกิน ๖๕) ๑๕ เหรียญ จากราคาเต็ม ๑๘ เหรียญ   ผมได้เรียนรู้ลักษณะของ เว็บไซต์ ที่ดีหลายประการ    เช่นมีคำแนะนำวิธีใช้เว็บไซต์นั้น มี FAQ เป็นต้น

 

          วันที่ ๑๑ ก.ค. ๕๑ ผม check out และฝากของไว้ที่โรงแรม Jolly ออกมานั่งชมวิวชีวิตคนในมหานครริมถนนสายที่ห้าเวลา ๘.๕๐ น  ห้าง Lord Taylor อยู่ตรงสี่แยก 5th Ave - 38th Street นี่เอง
          เดินไป 34th Street แล้วเดินลงไประหว่าง 2nd - 3rd Ave ดูว่าจากโรงแรมไปบ้านใต้เดินลากกระเป๋าไปได้ไหม    ระยะทางน่าจะสัก ๑ กม.

 

Guggenheim Museum
          นั่งแท้กซี่ไป Guggenheim Museum  จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมของอาคาร ที่ออกแบบโดย Frank Lloyd Wright    ทางเดินและพื้นที่ตั้งแสดงวนเป็นเกลียวขึ้นไป    มีส่วนที่เป็นปีกออกไปด้วย    ส่วนนี้มองลงมาจากชั้นบนเห็นทั้งห้องสวยดี 
          ศิลปินนางเอกที่กำลังจัดแสดงเป็นหลักคือ Louise Bourgeois (b. 1911) อายุ ๙๗ แล้ว    และผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะหลายยุคหลายสมัย และหลากหลายแบบมาก    มีความสร้างสรรค์ของตนเองที่ไม่เหมือนใคร    ผลงานของแก abstract มาก เขาห้ามถ่ายรูป จึงถ่ายหน้าปกเอกสารแนะนำนิทรรศการมาให้ดู    เป็นผลงานศิลปะชื่อ Red room (child) 1994    รูปประติมากรรมหินอ่อนชื่อ Cumul I, 1969    ผมถ่ายภาพของประติมากรรม Steel spider ที่ห้องโถงชั้นล่างสุด
          มีนิทรรศการ New York in the 1940s แสดงให้เห็นว่าสงครามในยุโรปทำให้ ศิลปินเก่งๆ อพยพมาอยู่สหรัฐมาก 
          นิทรรศการ Vasily Kandinsky, 1866-1944 เป็นคน Russian เคยไปอยู่สร้างงานศิลปะที่ Germany และมาลงเอยที่ Paris
          นิทรรศการ Ad Reinhardt ชื่อ IMAGELESS เป็นศิลปะภาพสีดำ (Black Painting) ดูเหมือนเอาสีดำทาเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วศิลปินมีวิธีผสมสี เล่นกับสีอย่างพิสดารมากในช่วงกว่า ๑๐๐ ปีมาแล้ว    ทางพิพิธภัณฑ์เขาทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เอามาแสดง    

 

The Metropolitan Museum of Art
          เดินมาตามถนน Museum Mile เลียบ Central Park  แวะนั่งกินบรรยากาศในสวน    แล้วเดินไปจนถึง The Metropolitan Museum of Art ที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์โปรดของผม ไปแล้ว     ไปกินอาหารเที่ยงที่คาเฟทีเรียก่อน    แล้วเลือกเดินชมบางนิทรรศการที่ปีที่แล้วไม่ได้ชม
          ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากคือ นิทรรศการ Art of the Royal Court : Treasures un Pietre Dure from the Palaces of Europe   เด่นที่สุดคือพื้นโต๊ะหินอ่อนฝังหินมีค่า เป็นลวดลายต่างๆ ฝีมือดี งดงามมาก   จำนวนมากมาย  แต่ละชิ้นอายุตั้งแต่ ๕๐๐ - ๒๐๐ ปี    บางชิ้นมาจาก collection ของควีน เอลิซาเบธ ที่ ๒   ซึ่งถ้าไม่มีนิทรรศการเช่นนี้เราคน ธรรมดาไม่มีบุญตาได้เห็น 
          อีกนิทรรศการเด่นคือ J. M. W. Turner  ยอดนักวาดภาพทิวทัศน์ของอเมริกา    วาดภาพทะเลได้อารมณ์มาก
          ไปชมภาพห้อง American Landscapes
          ขากลับลืมคืนออดิโอไกด์  พอผ่านประตูมันร้อง     แสดงว่าเขามีระบบป้องกันของหายอย่างดี

 

โชเฟอร์เนปาล
          จาก The MET นั่งแท้กซี่กลับโรงแรม   โชเฟอร์ชาวเนปาลเล่าว่ามาอยู่นิวยอร์ค ๖ ปีแล้ว    กลับบ้าน ๓ ครั้ง   ค่าเช่ารถ $1,400/wk ขับ ๒ ผลัด    ส่วนของแกค่าน้ำมันวันละ $50/12 ชม.

 

เปลี่ยนสภาพเป็นพ่อของ นิวยอร์คเกอร์
          เนื่องจากเป็นเวลา rush hour หาแท้กซี่ยาก    จึงตัดสินใจลากกระเป๋าไปบ้านใต้    ใต้เพิ่งมาถึง (จากสิงคโปร์) ตอนเที่ยง    และเพิ่งส่ง อี-เมล์ตามหาผม  
          นั่งกินน้ำพอหายเหนื่อย ชวนกันเดินไปถนน ๗ ไปดูของลดราคาที่ห้าง Macy’s เพื่อหารองเท้าและกระเป๋า   ไม่ได้ถูกใจและราคาแพงกว่าบ้านเรามาก    สินค้าในสหรัฐเวลานี้ทำจากจีนทั้งนั้น    เดินกลับมาถนน ๑ ซื้อหนังสือ ๔ เล่ม   ใต้ออกเงินให้หมด
          มูราลี่กลับมาจากปักกิ่ง ถึง ๒ ทุ่ม    ไปกินอาหารเปรู ชื่อ Lima's Taste อยู่ทาง West Village  122 Christopher St ตัดกับ Bedford St  www.limastaste.com     ลูกเขารู้ว่าผมชอบของแปลก    อาหารอร่อย   คนแน่น เสียงคุยดังสนุกสนานกันมาก  ลืมถ่ายรูป

 

วิ่งริมน้ำ
          เช้าวันที่ ๑๒ ก.ค. ออกไปวิ่งริมแม่น้ำ East River  มูราลี่บอกว่าถ้าลงไปถึงถนน ๑๗ จะมีลู่วิ่งริมน้ำอย่างดี   เขาเคยไปครั้งเดียว    คนเรา enjoy สิ่งต่างๆ รอบตัวไม่เหมือนกัน

         ใต้ซื้อผลไม้ ได้แก่เชอรี่ บลูเบอรี่ แบลคเบอรี่ และสตรอเบอรี่ ใส่กล่องที่ผมขนของไปฝากกลับมา    ให้สลิปเป้อร์ที่เก็บมาจากโรงแรมและเครื่องบิน    ให้กระเป๋าเอกสารที่ได้รับแจกจากการไปประชุม  

 

หน้าพิพิธภัณฑ์ กูเก้นไฮม์

 

 

ประติมากรรมแมงมุมยักษ์

โดย หลุยส์ บูชัวส์

ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ กูเก้นไฮม์

 

หลังคาอาคารพิพิธภัณฑ์

กูเก้นไฮม์

หลุยส์ บูชัวส์ กับประติมากรรมหินอ่อน


 พื้นโต๊ะหินอ่อนประดับหินสีมีค่า นิทรรศการจากวัง

นี่ก็ในนิทรรศการศิลปะจากวัง

Salome, 1870 วาดโดย Henri Regnault ศิลปินฝรั่งเศส

นิทรรศการ JMW Turner ยอดนัดวาดภาพวิวอเมริกัน