เรียนรู้ไปด้วยกัน
บ่ายวันอังคาร หลักจากจบงานบริการในคลินิกเบาหวาน เราและทีมพบคนไข้ที่น่าสนใจอยากไปเยี่ยมค้นหาปัญหาและให้การช่วยเหลือ โดยการเยี่ยมบ้าน ประเด็นก็คือ การคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ เคยมีอาการชักจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ชนิดและอาหารที่เลือกทานอาหารยังไม่เหมาะสม น่าจะมีส่วนทำให้ระดับน้ำตาลสูง อาหารที่ทานประจำเป็นของทอด ไข่เจียว ปลาทอด ทานข้าวมากและเก็บรักษายาอินสุลินไม่ถูกต้องคาดว่ายาอาจเสื่อมสภาพ
ภาพการประชุมศึกษา Case ก่อนออกเยี่ยมด้วยความสนุกสนาน ทำงานเป็นทีม “หรรษาหัวใจ”

บรรยากาศ ในการเยี่ยมครั้งนี้เราให้ความสำคัญกับความรู้สึกและเคารพในสิทธิส่วนบุคคลเพราะฉะนั้นจึงขอออนุญาตเยี่ยมบ้าน และบันทึกภาพ ซึ่งผู้ป่วยยินดีแต่ไม่ต้องการให้เห็นหน้า และเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่พี่ ก.ไก่ของเรารีรอและลังเล
คำถามจากเรา: การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้Hba1c 9.2 ทานอาหารประเภทของทอด และขนมหวาน

คำตอบ : อาหารบางส่วนได้จากวัด ทำให้เลือกชนิดอาหารไม่ได้, อุปกรณ์ทำครัวมีแต่กะทะ เพราะฉะนั้นอาหารที่ทำง่ายที่สุด คือ ไข่ทอด, ปลาทอด

เครื่องครัวและกิ่งไม้ที่นำมาทำฟืน (ต้องนำมาเก็บในบ้านเพราะช่วงนี้ฝนตก)
คำถามจาก ร.พ. : การเก็บรักษายาฉีด Insulin ไม่ถูกต้อง, ยาเสื่อมสภาพอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำตาลสูง

เมื่อสังเกตุภายในบ้านพี่ ก.ไก่ เรามีคำถามในใจว่า ปัจจัย 4 ในการดำเนินชีวิตของพี่ ก.ไก่ มีครบหรือนี่ ไม่ต้องถามหาตู้เย็นแช่ยาเลย
-
จึงแนะนำให้เก็บรักษายาโดยนำยาใส่ถุงพลาสติกและนำไปแช่ในโอ่ง
-
ให้นำยา Insulin มา ร.พ.ด้วยทุกครั้ง เพื่อที่เภสัชกรจะได้ทิ้งยาส่วนที่เหลือ (ป้องกันการใช้ยาเสื่อมสภาพ)
-
ประสานกับแพทย์ให้ทราบสภาพปัญหาไม่นัดนานเกิน1เดือน
-
ประสานกับพยาบาลประจำพื้นที่ ให้แกนนำชุมชนเข้ามาช่วยดูแลฝากแช่ยา
พี่ก.ไก่ให้ความเห็นว่า “เค้าคงน้ำตาลไม่สูงหรอกนะ”เราถามว่าเพราะอะไร เค้าตอบว่า” "มดไม่ขึ้นฉี่" เราถามว่ารู้ได้อย่างไร พี่ก.ไก่ ชี้ไปที่ขวดน้ำที่วางไว้ที่ข้างฝาบ้าน เหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะ กลางคืนจะปวดปัสสาวะบ่อยและที่บ้านเป็นป่ามีงูเยอะมาก

อื่นๆ..เมื่อเราถามว่าเดินทางไปร.พอย่างไร พี่ ก.ไก่ ยิ้มและบอกว่า "เดิน" โดยออกเดินจากบ้านตั้งแต่ตี 5 ถึง ร.พ. 7 โมงเช้า ก็ไปเข้าคิวรอเจาะเลือด
เกิดอะไรขึ้นในระหว่างทาง ความจริงของการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานที่ต้องอดอาหารและน้ำเพื่อมาเจาะเลือด อดมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ว่าจะต้องมาตรวจเลือดเพื่อดูอะไร บางทีก็ต้องอดตั้งแต่ สองทุ่ม เพื่อเจาะดูไขมัน วันไหน อดมานาน อากาศร้อน เดินเหนื่อย อาการช๊อค น็อก ระหว่างเดินทาง จึงเป็นเรื่องที่เกิดอยู่หลายครั้ง
สำหรับ พี่ก. ไก่ ยังมีปัญหาอีกหลายประเด็นที่เราทุกฝ่ายและคนไข้ต้องมาช่วยกันแก้ไข เพื่อให้ความมึดมิดของเราและพี่ก.ไก่ กลายเป็นมีแสงที่ปลายทางก็ยังดี ไม่ใช่ช่วยแค่เข้าไปอุ้ม ให้และให้ อย่างเดียว แต่เราทั้ง2 ฝ่ายต้องช่วยกัน ต่างคนต่างให้ และพี่ก.ไก่ ก็คงลุก ยืน ออกเดินทางเดินแก้ปัญหาของเค้าร่วมกันไปกับเรา เราหวังว่า วันนี้คือจุดเริ่มต้น ที่จะได้มาสู่การจัดการกับปัญหาด้วยกัน ์
ก่อนกลับ พี่ตุ๋ม นักสุขศึกษาของเราถามว่า ถ้าสมมุติ สมมุตินะ ขอพรอะไรก็ได้สัก 3 ข้อ พี่ก.ไก่ จะขออะไร เหมือนเป็นความฝันที่ทำให้พี่ ก.ไก่ มีความสุข พี่ ก.ไก่ ตาเริ่มแดง ร้องไห้ แล้วบอกว่า "ขอพัดลมเก่าๆ ขอทีวีเก่าๆ ก็มากเกินพอ" ขอเพราะอยากให้ใครเขามาแล้วรู้สึกว่านี้เป็นบ้าน บ้านที่มีข้าวของในบ้าน คำว่าบ้านดังก้องในหัวของเรา บ้าน บ้าน บ้าน ทุกคนคงเข้าใจความหมายของคำนี้นะ มีหลายสิ่งที่ซ่อนในคำว่า บ้าน ความรัก ความอบอุ่น ความสุข ฯลฯ เป็นบ้านของเค้า และเราก็ได้ข้อคิด
ไม่ว่าจะยากดีมีจน สิ่งที่สำคัญ คือ ความมีคุณค่าต้องการเป็นที่ยอมรับในศักดิ์ศรีตามเป็นมนุษย์ เมื่อเราถามว่าถ้าอยู่ๆ มีคนเอาเงินมาให้จะเอาไหม เค้าตอบว่า "ไม่..ต้องดูก่อนว่าเค้าหวังอะไรตอบแทน และที่สำคัญ ไม่ขอใคร เพราะไม่อยากให้ใครดูถูก
เราฟังแล้ว ย้อนคิดถึงชีวิตตัวเองว่าพอหรือยังสำหรับชีวิตนี้ เสื้อผ้าสวยๆ โทรศัพท์รุ่นใหม่ รถยนต์คันใหม่ ชีวิตเรา ..พอดี หรือพอเพียง ..พอดีคงไม่ใช่ มันพอจนเกินแล้วสำหรับชีวิต ที่ผ่านมา
สรุปบทเรียนที่ได้ในครั้งนี้
1. กลับมาจากเยี่ยมบ้าน เราได้มานั่งอยู่กับตัวเองอยู่นานหลายนาที แต่เหมือนเนิ่นนาน อาจเพราะเราไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง ย้อนนึกทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาถึงชีวิตในปัจจุบัน ว่าเราได้ใช้ชีวิตอย่างไร เคยคิดว่าเราใช้ชีวิตเรียบง่ายพอเพียง แท้จริงอาจไม่ใช่ บางครั้งมีอย่างนี้ อยากได้อย่างนั้นมากกว่า รู้สึกอย่างนั้นจะดีกว่าอย่างนี้ แต่แค่เพียงเรื่องนั้น/โอกาสนั้น กลับไปอยู่ที่พี่ ก.ไก่ ผู้ป่วยรายนี้ ก็จะแปลเปลี่ยนเป็นสุข ที่ยิ่งใหญ่ แล้วเรื่องอะไรกันที่เราหรือใครจะใช้ชีวิตที่ดูน่าอึดอัด อย่างนั้น ต้องของคุณจริงๆ สำหรับการ Click ในชีวิตที่ ใช่เลย
2. รู้ซึ้งและเข้าใจว่า เราทำงานอะไร เพื่ออะไร คุณค่าอยู่ตรงไหน ...หลังจากนาทีนั้น..ที่ออกจากบ้านพี่ ก.ไก่ พลังในการทำงาน ถูกเติมจนเต็ม รู้หน้าที่ของเรา ว่าคืออะไร แล้วหันกลับมาถามตัวเองว่า "วันนี้เราทำได้ดีที่สุดแล้วหรือยัง"
ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์
ffff
ทำงานเพื่อคนไข้อย่าง พี่ ก ไก่ แบบนี้แหละอ้อ เราว่าเป็นงานอันทรงคุณค่า จรรโลงศักดิ์ศรีของความเป็นคนซึ่งต่างก็อาศัยอยู่บนพื้นโลกใบนี้ ขอบคุณที่ร่วมกันสร้างสิ่งดีๆแบบนี้ให้มากขึ้นเรื่อยๆนะอ้อ
ขอบคุณอาจารย์หมอเจ๊ ที่ทำให้อ้อมองเห็นอีกมุมของ KM เข้าใจและซึ้ง.ง กับพลังของเพื่อนที่แสนดีคนนี้ จริงๆ
"KM นำพาตัวเองสู่ชีวิตที่วิวัฒน์หมุนเวียนจนพบความสงบของชีวิตที่เป็นความพอดี พอเพียงของตัวเราเอง"
งานนี้แห็นแล้ว..เข้าใจชีวิตของของชีวิตจริงๆนะคะ...พี่อ้อ เราคงได้แต่บอกว่าท้อได้แต่ห้ามถอย ( กับชีวิต) ที่ถูกกำหนดมาแล้วจากฟากฟ้า สู้ต่อไป..
ชีวิตเราไม่มีใครกำหนดค่ะ อยากยิ้มให้คนไข้ก็อยู่ที่ปากเรา
อยากด่าคนไข้ก็อยู่ที่ปากเรา ( อีกแหละ )
ว่าแต่ว่า ชีวิตที่เราไปเห็น และเก็บมากระทบกับความรู้สึก จนแสนสะเทือนใจนั้น
ใช่อย่างที่ตาเราเห็นหรือคะ...
ท้อถอยเรื่องอะไรหรือคะคุณอุ๋ย..ลบคำนี้ไปจากmemoryเลยนะคะ
ชีวิตจะได้ไม่ท้อถอยอีก