งานเขียนที่ส่งแก่ทางคณะวิทยากรที่ได้เข้าค่ายมาหมาด ๆ วันนี้นี้เอง แก้แล้วในบางประโยค แต่ยังไงก็อยากได้รับคำแนะนำจกทุก ๆ ท่านนะค่ะ ช่วยชี้แนะกันสักนิดนะค่ะ ขอบคุณค่ะทุกท่าน

ปมปริศนา

                เกิดคดีการถูกฆ่าโดยการขังไว้ในห้องน้ำ  ใช้ลวดเชือดคอ  กดน้ำ  รวมไปถึงการฆ่าขมขื่น  เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  ทุกอย่างถูกจดบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มสีดำ  มีข้อความเขียนด้วยเลือดว่า “ความลับ”   เจ้าของสมุดบันทึกคือคนที่ฆ่าทุกคนทุกคนและผู้ที่ได้ล่วงรู้ความรับของสมุดบันทึกเล่มนี้  ซึ่งมันอยู่ในมือของฉัน...

                ฉันอ่านหนังสือในมือที่หน้าสุดท้ายของการถูกจดบันทึก  ฉันกำมือแน่น  ลำตัวสั่นเทาด้วยความกลัว  เพราะบรรทัดสุดท้ายของบันทึกนี้บอกว่า “คุณจะต้องไขปริศนาและหยุดยั้งฆาตกรคนนี้ให้ได้” ข้อความนี้ถูกเขียนด้วยเลือด  ซึ่งน่าจะเป็นเลือดของคนที่ตกเป็นเหยื่ออีกราย  ถ้าอย่างนั้นคนที่เขียนบันทึกเล่มนี้จะต้องถูกฆาตกรรมในขณะที่ยังอ่านสมุดบันทึกเล่มนี้อยู่  และเขาก็จะต้องรู้ว่าคนร้ายคือใคร...

                ความอยากรู้แทรกสอดเข้ามาแทนที่ความกลัวภายในใจ  คืนนี้ฉันจะต้องพิสูจน์และเปิดโปงฆาตกรคนนี้ให้ได้!

                ฉันก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาประมาณทุ่มเศษ ๆ   ท้องฟ้ายามนี้มืดสนิท  ภายในมือทั้งสองของฉันมีเพียงสมุดบันทึกสีดำและกระบอกไฟฉายหนึ่งกระบอก  ฉันย่างเท้าเข้ามาในโรงเรียนอย่างเงียบ ๆ  และตรงไปยังสถานที่เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมครั้งแรกที่สระว่ายน้ำของโรงเรียน

                ฉันมองตามแสงไฟดวงเล็ก ๆ จากไฟฉายไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ถูกจับกดน้ำจนตายแล้วถูกข่มขืน  จากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ไขปริศนาไปได้เปราะหนึ่งคือ  ฆาตกรเป็นผู้ชาย...

                ฉันเดินสำรวจโดยรอบก็ไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม  แต่พอมองไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใกล้กับห้องเก็บของ  ก็เห็นเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กับข้อความที่ได้ถูกบันทึกไวในหน้าแรกที่เล่าถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมเด็กสาวคนหนึ่งที่เดินมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า  แต่เธอกลับถูกมือของชายคนหนึ่งมาฉุดเธอลงไปที่ห้องเก็บของ  เธอขัดขืนเต็มแรง  เลยถูกชายคนนั้นฉุดให้ลุกขึ้นแล้วจับเธอกดน้ำจนขาดใจตาย   ก่อนลงมือข่มขืนเธอ  ด้วยความที่ฆาตกรอยู่ในมุมมืด  ทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจนจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ ทั้งสอง  แต่เมื่อเข้าไปใกล้  ภาพเหล่านั้นกลับเลือนหายไป  เหมือนดั่งไม่เคยเกิดขึ้น เช่นครั้งก่อนหน้านี้  ตรงหน้าเหลือเพียงความว่างเปล่า  ความอยากรู้เริ่มเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น  ฉันเริ่มก้าวเท้าไปยังสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมใช้ลวดเชือดคอและขังเด็กผู้หญิงในห้องน้ำ  แต่พอเดินไปได้เพียงก้าวเดียว  กลับมีเสียงเดินลากเท้าอยู่เบื้องหลัง  ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับทำใจกล้าหันหน้าไปเผชิญกับต้นเสียง  เมื่อหันไปก็ไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่าเช่นเดิม

                ฉันรีบเร่งเดินไปจนได้ยินเสียงของผู้ชายสองคนทะเลาะกัน  เสียงหนึ่งดูเป็นเด็กเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มไม่นานเท่าไรนัก  กับ ชายที่เข้าสู่วัยกลางคน  ฉันรีบเดินไปดุเหตุการณ์ทันที  เมื่อถึงก็เห็นเด็กหนุ่มต่อยหน้าชายวัยกลางคนที่แลดุคุ้น ๆ ทั้งใบหน้าและน้ำเสียง  เด็กหนุ่มเดินจากชายวัยกลางคนไป  พร้อมกันนั้นชายวัยกลางคนก็ล้วงมือเข้าไปในกางเกงพร้อมกับหยิบเส้นโลหะบาง ๆ คล้ายเส้นลวดออกมา  เขาใช้มันพันกับมือทั้งสองของเขา  เว้นช่องว่างทิ้งไว้ประมาณสองคืบ  ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาเด็กหนุ่ม  แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมคล้องศีรษะเก้กหนุ่มก่อนจะกระตุกมือทั้งสองข้างเข้าหาตัวอย่างแรง  เด็กหนุ่มดินทุรนทุรายไมกี่วินาทีก็สิ้นใจ  แต่ก็มีเสียงกรีดร้องของเด็กสาวคนหนึ่งโผล่งขึ้นมา  ชายวัยกลางคนรีบสาวเท้าเข้าไปหาและใช้มือปิดปากพร้อมลากเธอไปขังไว้ในห้องน้ำ  หลังจากที่ฉันยืนดูอยู่สักพักก็รีบเดินเข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้น  แต่พอเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป  กลับมีเพียงแต่ความว่างเปล่าเช่นเคย...

                ความคิดอย่างหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง  ฉันจึงรีบจ้ำไปที่สถานที่เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมที่อยู่ในหน้าสุดท้ายของการบันทึกในสมุดเล่นนี้ในมือชองฉัน

                ลานว่างที่ตรงอยู่ระหว่างบ้านพักครุกับนักการภารโรง  คือสถานที่เกิดเหตุ  ฉันเดินสำรวจโดยทั่ว  สักพักมีมือเย็นเฉียบมือหนึ่งมาสะกิดที่ไหล่  พอหันกลับไปก็เจอกับเด็กชายคนหนึ่งที่อายุประมาณรุ่นราวคราวเดียวกัน

                “เธอมาตามหาฆาตกรใช่ไหม?”ฉันพยักหน้ารับ

                “ระวังตัวด้วย  ปมปริศนานี้เธอต้องไขมันได้อย่างแน่นอน”เด็กชายพูดเหมือนกันรู้อะไรบางอย่างเกี่ยกับการฆาตกรรม  และรู้ถึงจุดประสงค์ของฉัน  แสดงว่า...

                “นาย...”

                “เธอไม่ต้องสงสัยอะไร  ฉันเคยเจอหนังสือเล่มนี้มาก่อน  และพยายามพิสูจน์เหมือนเธอ  คิดที่จะเปิดโปงฆาตกร  แต่ก็ไม่ทันได้บอก  ฉันก็...”เสียงเขาเงียบหายไป  แค่นี้ฉันก็พอที่จะปะติดปะต่อเรื่องได้บ้างแล้ว  เขาคือคนที่เขียนบันทึกหน้าสุดท้ายรู้ว่าฆาตกรคือใคร...

                “นายรู้ว่าฆาตกรคือใครใช่ไหม?”

                “ใช่”

                “ใคร?”

                “นักการภารโรงของโรงเรียนนี้”พอสิ้นเสียงของเขาไม่ทันจบประโยคดี  เสียงที่ฟังคุ้นหูก็พูดขึ้นมาใกล้ ๆ กับฉัน

                “ใช่ฉันเอง”พอหันกลับไปมองเขาก็คือคนที่ฆ่าทุก ๆ คน

...