การเมืองภาคประชาชน

วันและเวลา...และสังคมยุคเปลี่ยนผ่าน  ..เสียงปี่  กลองและระนาดเอก  ฉิ่ง  ฉาบ  ดังกระหื่มขึ้นแล้ว..วันแรก..ที่เปิดรับสมัครสมาชิก อบต.หลากหลาย  อบต.ในประเทศไทย..ในวันนี้..เป็นสิ่งตื่นเต้นขอผู้สมัครหน้าใหม่ๆ..รวมถึงกองเชียร์ส่วนมากเป็นผู้สูงวัย..ผมมีโอกาสได้เห็นและร่วมในบรรยากาศการรับสมัครวันแรก..ในฐานะประธาน  กกต.ท้องถิ่น?  เห็นการแสดงออกต่างๆของผู้สมัครอย่างหลากหลาย..บางคนหลังได้รับเบอร์ผู้สมัคร..มีการผูกข้อมือเรียกขวัญและให้กำลังใจมากมาย..เป็นการข่มขวัญคู่แข่งนิดๆ...บางคนนั่งหลังควายมาสมัครบ้าง..เพื่อลดพลังงาน...บางคนแกะกระปุกออมสินมาบ้าง..แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ...บางคนถือตะเกียงนำหน้าส่องทางให้แสงสว่างจากความมืดบอด...สะท้อนให้เห็นการดำเนินชีวิต  การกระทำของผู้คนในชุมชนในหลากหลายลีลา...ดีใจ?..ที่เห็นคนรุ่นใหม่ๆสนใจสมัครการเมืองท้องถิ่น..รวมถึงสุภาพสตรีผู้กล้าทั้งหลายมีมากขึ้นเรื่อยๆ  "สิ่งสำคัญยิ่งจากการสอบถามผู้สมัครหน้าใหม่ๆ..ได้คำตอบที่ตรงกัน"...วันนี้การเมืองใหญ่(ระดับชาติ)เข้ามายุ่งมากเกินไป...จนบางครั้งชุมชนสับสน...ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ที่ไร้รูปแบบ..ไร้เป้าหมายของการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง..จะเป็นการเสี้ยมเขาให้ชุมชนแตกแยก...อย่าเอาเงินมาล่อให้ชุมชนแตกความสามัคคี..จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นกี่ครั้งไม่เป็นไร..ชุมชนเขาคุยกันเองได้..หาทางออกเองได้...สังคมเรามืดบอดมาพอสมควรแล้ว?  ..เมื่อไหร่ที่การเมืองใหญ่ยุ่งมากปัญหาก็ยิ่งยุ่งหาทางแก้ยากขึ้น...การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นไม่มีระบบพรรค..แต่ใช้ระบบเครือญาติ..ความเป็นพี่น้องความผูกพันในสายเลือดเพราะทุกคนเป็นเครือญาติกันหมด...ความแตกต่างทางความคิดเป็นสิ่งปกติ...สุดท้ายสายเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ..หาทางออกร่วมกันได้เสมอ?...อย่างน้อยที่สุดก็มีพ่อตาแม่ยายคนเดียวกัน..."การเมืองใหญ่เข้ามาฉิบหายกันหมด" ความเป็นพี่น้องไม่มี..ใครมีเงินมากก็สร้างอำนาจแย่งชิง..ยอมกันไม่ได้...ต้องชนะสถานเดียว..แบ่งก๊กแบ่งเหล่า..แบ่งพวกพ้องอย่างสิ้นเชิง..."  เป็นคำกล่าวของผู้สมัครหน้าใหม่คนหนึ่ง?...สะท้อนให้เห็นวิธีคิด  อุดมการณ์ และการดำเนินชีวิตในชุมชนอย่างชัดเจน  เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย...และดีใจ..ในวาระเดียวกัน  จากเวลานี้เป็นต้นไปบทบาทหน้าที่ของชาวเรา..ผู้รู้...นักวิชาการ..คงต้องทบทวนบทบาทในการกระทำ..เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาท้องถิ่นให้มากขึ้น..โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองผู้มากด้วยบารมีทั้งหลาย...จะช่วยพัฒนาการเมืองท้องถิ่น  พัฒนาประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง..โดยผ่านกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็งได้อย่างไร...เป็นการสร้างต้นแบบที่ถูกต้องให้คนรุ่นใหม่...เป็นแบบอย่างเชิงสร้างสรรค์...เพื่อมอบเป็นมรดกให้ลูกหลานในวันหน้าได้อย่างภาคภูมิ?...การพัฒนาการเมืองย่อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง...ความเป็นประชาธิปไตยต้องได้รับการฝึกฝนจากทุกคนและทุกภาคส่วน...การพัฒนาต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมด้วยตัวของมันเอง...วันนี้..ผมมองเห็นการพัฒนาประชาธิปไตยทั้งในระบบการเมืองและการเมืองภาคประชาชนได้เริ่มต้นขึ้นในระดับชุมชนแล้ว?? ขอเพียงการเมืองใหญ่...ให้โอกาสชุมชนได้แสดงบทบาทเป็นพระเอกและนางเอก...เพื่อความสุข  สงบของชุมชนโดยรวมครับ???