ความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

บันทึกเรื่องนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเมื่อวันพุธที่ 16 กรกฏาคม 2551  พวกเรา (ทีม QA Staff คณะแพทยศาสตร์ ทั้ง 4 คน ได้แก่ น้ำฝน, กนกพร, กนกทิพย์และนุชนารถ)  ได้รับเกียรติและมีโอกาสร่วมรับประทานอาหารเย็นกับรองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ  ไชยาคำ หรือท่านอาจารย์ jj ที่ทุกคนรู้จักกันค่ะ  โดยระหว่างรับประทานอาหาร อ. และพวกเรา ได้พูดคุยกันถึงรายละเอียดโดยภาพรวมเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ โดย อ. ได้ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ ในการที่จะช่วย (ด้วยใจ) และร่วม (เป็นแรงใจ) พัฒนาด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะ  แต่ระบบและกลไกทางด้านการประกันคุณภาพการศึกษาจะขับเคลื่อนไปได้มากน้อยแค่ไหน ทุกคนในองค์กรต้องเล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาเสียก่อน  เพราะการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานความเป็นองค์กรของเรา  โดยที่ทุกคนในองค์กรต้องมีความสามัคคีกัน มองไปที่เป้าหมายเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาหรือจุดบอดที่พวกเราในองค์กรมองเห็น เพราะปัญหาเล็กๆ ถ้าพวกเราไม่รีบช่วยกันแก้ไขในวันนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันข้างหน้าได้  มน. เป็นสถาบันที่เน้นบัณฑิตและวิจัย   อ. ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า บัณฑิตของเรา (นสพ.) อยู่ตรงไหนเราก็ควรที่จะต้องตามไปพัฒนาตรงนั้นด้วย  คณะแพทยศาสตร์ มีศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกทั้งหมด 7 แห่ง (รพ.พุทธชินราช, รพ.เชียงรายฯ, รพ.อุตรดิตถ์, รพ.พิจิตร, รพ.ตาก, รพ.แพร่ และ รพ.มน.) โดยเราต้องเล็งเห็นและให้ความสำคัญกับ รพ.ร่วมผลิตทุกแห่งของเราด้วย เพราะนิสิตเราไปเรียนและไปฝึกงานตาม รพ.เครือข่ายต่างๆ

           ทีม QA Staff คณะแพทยศาสตร์  ขอขอบคุณท่าน อ.จิตเจริญ เป็นอย่างสูงค่ะ  

ที่สละเวลาอันมีค่ามาช่วยแนะนำและชี้แนะเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ทำให้พวกเรา (ลูกๆ หลานๆ) มีมุมมองใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นค่ะ  การประกันคุณภาพการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ จะดำเนินต่อไปอย่างไร ทีม QA Staff อยากให้พวกเราทุกคนในองค์กรร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาต่อไปค่ะ

ปล...  อ.จิตเจริญ กำลังรอดูความเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จของพวกเรา (ชาวคณะแพทย์) อยู่ค่ะ สู้ๆ กันต่อไปนะคะ