หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าผู้บริโภคคนไทยบริโภคข้าวแพงกว่าคนต่างประเทศ
| รุมค้านระบายข้าว1.1ล้านตัน หวั่นทุบราคาใน-นอกปท.ร่วง |
|
ฐานเศรษฐกิจ 10 - ส่งออก-โรงสี-ชาวนา รุมค้านรัฐบาลระบายข้าวสารในสต๊อก 1.1 ล้านตัน ชี้เวลาไม่เหมาะสมหากระบายออกทุบราคาข้าวทั้งในและต่างประเทศดิ่งแน่นอน วงในลือแซดรัฐเตรียมตั้งราคาประมูลขายตันละ 1.4 หมื่นบาท เผยหากเป็นจริงเท่ากับคนไทยกินข้าวแพงกว่าคนต่างประเทศ
แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" กรณีที่พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมนำเสนอนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานแก้ปัญหาข้าวครบวงจรให้พิจารณาระบายข้าวในสต๊อกออกจำนวน 1.1 ล้านตัน จากสต๊อกที่มีอยู่ประมาณ 2.1 ล้านตัน ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมวันที่ 9 กรกฎาคม 2551ว่าเวลานี้ทั้งผู้ส่งออก โรงสี และชาวนาเห็นว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาล เนื่องจากช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาดมาก หากมีการระบายสต๊อกข้าวออกมาจะทำให้ราคาทั้งในและต่างประเทศอ่อนตัวลง และกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งผู้ส่งออก โรงสี และชาวนาในที่สุด
"แม้ว่าเวลานี้รัฐบาลจะมีโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง แต่เนื่องจากชาวนารายหนึ่งสามารถจำนำข้าวได้วงเงิน 500,000 บาท หรือคิดเป็นข้าวเปลือกประมาณ 40 ตัน ผลผลิตข้าวส่วนเกินต้องไปขายท้องตลาดหากราคาตกต่ำลงชาวนาก็ต้องเดือดร้อน ขณะที่โรงสีไม่สามารถขายข้าวให้กับผู้ส่งออกได้เพราะผู้ส่งออกชะลอซื้อ ประกอบกับก่อนหน้านี้โรงสีจำนวนมากได้ซื้อข้าวเปลือกความชื้น 15% ที่ตันละ 14,000 บาท ราคานี้ควรจะขายข้าวสารกระสอบละ 2,300-2,400 บาท แต่ปัจจุบันผู้ส่งออกเสนอซื้อเพียงกระสอบละ 2,050 บาท หากราคาข้าวตกต่ำลงโรงสีจำนวนมากต้องเดือดร้อน และจะกระทบย้อนไปถึงชาวนาอีก"
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือสะพัดวงการค้าข้าวว่ารัฐบาลจะนำข้าวจำนวนดังกล่าวออกมาประมูลขายให้กับผู้ส่งออกเพียงตันละ 14,000 บาท หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าผู้บริโภคคนไทยบริโภคข้าวแพงกว่าคนต่างประเทศ เพราะข้าวในสต๊อก 2.1 ล้านตัน ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้นำออกมาบรรจุถุงขายให้กับผู้บริโภคในประเทศขนาดบรรจุ (5 กิโลกรัม)ถุงละ 120 บาท หรือตกกิโลกรัมละ 24 บาท หากรัฐบาลประมูลขายตันละ 14,000 บาท บวกค่าใช้จ่ายต่างๆถึงมือลูกค้าต่างประเทศไม่ถึงกิโลกรัมละ 24 บาทอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีโรงสีกลุ่มหนึ่งมีข้อเสนอว่าหากรัฐบาลต้องการระบายสต๊อกควรจะขายจีทูจี (รัฐบาลต่อรัฐบาล)แล้วให้โรงสีรับจ้างปรับปรุงคุณภาพ หรือขายออกเป็นล็อตเล็กๆ ให้กับผู้บริโภคในประเทศในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวนาปรังใกล้จะหมดและนาปียังไม่ออก
อย่างไรก็ดีนายสมพงษ์ กิติเรียงลาภ ประธานบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด ให้ความเห็นว่า รัฐบาลสามารถระบายข้าวในสต๊อกได้ ราคาเฉลี่ยตันละ 18,000 บาท ซึ่งจะทำให้รัฐได้เม็ดเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมนำเงินไปรับจำนำข้าวนาปีฤดูใหม่
โดย : ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 11/07/2008
ดิฉันมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับชาวนาซึ่งชาวนามีความเห็นตรงกันที่ว่า"ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาล " เพราะ ถ้าหากผลผลิตข้าวส่วนเกินต้องไปขายท้องตลาดหากราคาตกต่ำลงชาวนาก็ต้องเดือดร้อน ขณะที่โรงสีไม่สามารถขายข้าวให้กับผู้ส่งออกได้เพราะผู้ส่งออกชะลอซื้อ ดังนั้นหากรัฐบาลมีความต้องการที่จะระบายข้าวสารในสะต๊อกออกสู่ท้องตลาดก็ควรดูช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือชาวนาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็คือเมื่อราคาข้าวจะมีแนวโน้มว่าจะถูกลงเนื่องจากการระบายข้าวของรัฐบาลผู้ผลิตก็จะผลิตน้อยลง และเมื่อผู้ผลิตผลิตน้อยลง ราคาก็จะสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอีกในที่สุด เช่นเดียวกับกฎของอุปทานที่ว่า
"ถ้าราคาสินค้าชนิดนั้นเพิ่มขึ้น ปริมาณความต้องการเสนอขายสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้น
ถ้าหากราคาสินค้าชนิดนั้นลดลง ปริมาณความต้องการเสนอขายสินค้าจะลดลง"
|