พรบ.ว่าด้วยการใช้คอมพิวเตอร์2550

พรบ. คอมฯ นี้ เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว เป็นความจำเป็นที่ผู้ร่างซึ่งเป็นนักกฎหมาย เห็นว่า เมื่อความเจริญของคอมพิวเตอร์มาถึงจุดเสื่อม (คือ ผู้ใช้เริ่มมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการกระทำความผิด) จึงจำเป็นต้องกำหนดกติกาในการเตรียมปราบผู้กระทำความผิดความผิดทางด้านคอมพิวเตอร์ ได้แก่ hacking, phishing, DDOS, SPAM การลบ copy หรือ edit ข้อมูลคอมพิวเตอร์, การเข้าสู่ระบบไม่ถูกต้อง (access) เป็นต้น และอนาคต ความผิดโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ก็จะมีเพิ่มไปเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าด้าน technology ด้าน ITกฎหมายที่มี จึงมีวัตถุประสงค์หลัก ให้มีไว้เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด และเนื่องจากความผิดที่อาจจะรุนแรงได้ จึงบัญญัติให้เป็นกฎหมายอาญากฎหมายอาญา คือ กฎหมายที่มีบทลงโทษ ไม่เพียงแค่ปรับเป็นเงิน แต่รวมไปถึง การคุมขัง และ การตัดสินโทษประหารชีวิตสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ติดตามการพัฒนากฎหมายนี้มาตลอดต่อเนื่องหลายปี เท่าที่ทราบจากปากผู้ร่างกฎหมาย พรบ. ฉบับนี้ เสร็จในยุคอดีตนายกทักษิณ แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในขณะนั้น คุณทักษิณตัดสินใจเลื่อนการนำ พรบ. นี้เข้าสู่ ครม. เพราะเกรงจะเป็นที่ครหาว่า ออกกฎหมายมา เพื่อบังคับคนอินเทอร์เน็ต ตราบจนมีการรัฐประหาร และมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ (ซึ่งค้างเติ่งอยู่แล้วนั้น) ออกมาให้ สนช. พิจารณา จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ในที่สุดจากปัญหาเรื่องความยุ่งในการออกกฎหมาย ซึ่ง take time, ความก้าวหน้าล้ำสมัยของ technology จนยากจะเขียนเป็นตัวอักษรได้อย่างทันต่อสถานการณ์ ทางกรรมาธิการผู้แปรร่าง จึงมีมติให้กฎหมายฉบับนี้ (ฉบับแม่) ให้เขียนด้วยถ้อยคำที่เปิดกว้าง ไม่ระบุเจาะจงถึง technic หรือ technology เฉพาะ เผื่ออนาคตของการก่ออาชญากรรมที่ยังคาดเดาไม่ได้นั่นเองและเพื่อให้การทำงาน ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องมีการบัญญัติ กฎหมายลูกตามมาด้วย ซึ่งถูกเรียกว่า ประกาศกระทรวง เป็นประกาศที่ให้อำนาจต่อรัฐมนตรีกระทรวง เป็นผู้มีสิทธิลงนามเพื่อเพิ่มเติมแก้ไขประกาศเหล่านั้นได้ -- ซึ่งจะเห็นว่า การปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติม ลบทิ้ง จะทำได้เร็วกว่า จะปรับตัวได้ทันต่อเหตุการณ์มากกว่า