เมื่อเราหลายคนอยู่ด้วยกัน การเกิดอารมณ์ (ความรู้สึก แบบทิฏฐิ) ต่างๆกัน ก็เป็นธรรมดา นานาจิตตัง

กระดาษใบนี้ไม่มีอะไรแต่ถ้าเขียนลงไปมันก็จะมีอะไรใช่ไหม นั่นแหละคือความแตกต่างล่ะครับ พี่น้อง

ประสบการณ์เดียวกัน เรื่องเดียวกัน
แต่ต่างคนต่างมีความรู้สึกต่างกัน
มีความคิดมีทิฏฐิต่างกัน..ก็เป็นเรื่องธรรมดา
เราจึงควรระวังความรู้สึก ความคิด ทิฏฐิของตนเอง
และเข้าใจธรรมชาติที่แตกต่างกัน
คนแต่ละคนก็เหมือนอาหารแต่ละชนิด สมมุติเป็นอาหารนานาชาติก็ได้ เช่น อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ อินเดีย อิหร่าน เป็นต้น มีคุณภาพมีรสชาติ มีเอกลักษณ์ของเขา แล้วแต่ใครชอบแบบไหน บางคนชอบอาหารไทย บางคนชอบอาหารญี่ปุ่น


อาหารที่เราชอบ รับประทานแล้วอร่อย แต่ไม่มีคุณภาพทางอาหารก็มีมาก บางอย่างมีโทษต่อร่างกายก็มี เช่น ไขมันมาก น้ำตาลมาก เป็นต้น อาหารบางอย่างไม่อร่อย เราไม่ชอบ แต่มีคุณภาพ มีประโยชน์แก่เราก็มีมาก อาหารที่เราไม่ชอบเลย รับไม่ได้เลย แต่คนอื่นเขาก็ชอบกันเป็นหลายล้านคนก็มี ถ้าเราเป็นคนกินง่าย อยู่ที่ไหนก็มีความสุข ไปเที่ยวที่ไหนก็สนุกสนาน อยู่กับใครก็อยู่ได้ด้วยสันติสุข

คนเราก็เหมือนกับอาหารนี่แหละ คนแต่ละคนก็มีรสชาติ และอุปนิสัยแตกต่างกัน เหมือนรสชาติของอาหารที่ต่างๆกันไป คนที่เราไม่ชอบเลย เขาอาจจะมีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงที่รักเขา ชอบเขามากมาย

แต่เราอาจจะไม่ชอบเขาเพราะอุปนิสัยที่สั่งสมมาไม่เหมือนกัน จึงต้องระวัง
ชอบไม่ชอบเป็นอารมณ์เฉพาะของเราเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าถ้าเราชอบ ก็ดี ก็ถูก
ถ้าเราไม่ชอบ ก็ไม่ดีเสมอไป ก็ไม่ใช่
อย่าเอาความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบของเรามาตัดสินว่าเขาดีหรือไม่ดี เป็นประโยชน์หรือมิใช่ประโยชน์ เหมือนกับอาหารนั่นแหละ บางคนเราอาจจะไม่ชอบเลย รับไม่ได้ แต่มีคนชอบเขาเป็นล้านๆคนก็มี

อย่า..เอาความรู้สึกมาตัดสิน...อันตรายมาก
อย่ายึดมั่นถือมั่น
อย่าเชื่อความรู้สึกของเรามากเกินไป

เคยเห็นฟ้ากับดินไหม ฟ้ากับดินแตกต่างกันไหม แต่ทำไมอยู่ร่วมกันได้

นั่นก็เพราะมีมนุษย์อยู่ตรงกลาง เพราะมีมนุษย์ที่รู้จักสามารถนำฟ้ากับดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ตัวเราก็เหมือนกัน สามีคิดอย่างหนึ่งเราคิดอย่างหนึ่ง เรายอมรับความแตกต่างได้ไหม แล้วเราสามารถยืนตรงกลาง อีกทั้งสามารถอาศัยความแตกต่างนั้นให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

ถ้าเราสามารถยืนตรงกลางได้เราก็ยังเป็นมนุษย์

แต่ถ้าเรารู้ว่า เราพบความแตกต่างแล้วเรายืนตรงกลางไม่ได้ และไม่สามารถใช้ชีวิตได้ เราหาใช่มนุษย์ไม่ อาจจะไปเป็นนกที่อยู่บนฟ้าหรืออาจจะไปเป็นปลาที่อยู่ในน้ำแต่ตอนนี้เราเป็นสองขาที่เดินอยู่บนดิน

เรามองเห็นทุกวันฟ้าก็เป็นฟ้าดินก็คือดิน

เราเปลี่ยนดินให้เป็นฟ้าได้ไหมเปลี่ยนฟ้าให้เป็นดินได้ไหม เหมือนกัน เราก็คิดแบบเรา เขาก็คิดแบบเขาจะให้คิดเหมือนกันได้ไหม แต่ตัวเราเองจะทำอย่างไรให้ฟ้ากับดินนี้อยู่ร่วมกันได้ แล้วเราก็จะเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ แต่เราชอบเป็นนกที่ขึ้นไปบนฟ้าหรือไม่ก็เป็นหนอนที่ไชดินไม่ยอมฟังเหตุผล ปิดหูปิดตามุดอยู่ในดินลงไปเรื่อยๆ สามีพูดอะไรฉันไม่สนฉันมีเหตุผล ลูกพูดอะไรแม่ไม่สนแม่ดำน้ำลงไปบุ๋งๆจริงไหม ลูกก็บินบนฟ้าไป แล้ววันไหนจะโคจรเจอกันไหมก็เป็นทุกข์ไหมเมื่อนกกับปลาคุยกันไม่รู้เรื่องแต่เราคือมนุษย์ผู้ประเสริฐ เขาจึงบอกว่าย้ายเขาเคลื่อนแผ่นดินเรายังทำได้ แต่เปลี่ยนใจคนเปลี่ยนไม่ได้ ยังยอมมุดดินกันอยู่หรือ (ไม่ยอม)ไม่ยอมมุดดินก็ต้องทำการบ้าน

ถ้าเรารับความแตกต่างของคนได้ เราจะอยู่บนโลกนี้ได้อย่างเป็นสุข



ความขัดแย้งจะไม่เป็นที่อยู่อาศัยของความโศกเศร้าเสียใจ รอยแตกร้าวจะไม่บังเกิดขึ้นที่ใด ถ้าที่นั่นรู้จักรับความแตกต่าง แล้วยังมีเรื่องใดที่เป็นทุกข์อีกไหม ถ้าแก้ได้เรื่องความโลภ ถ้าแก้ได้เรื่องความห่วงหาวิตกกังวล และถ้าแก้ได้เรื่องความแตกต่าง ทุกข์ในชีวิตจะน้อยลง

 

http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=7330  >>เพลงความแตกต่าง

วันนี้ วันอังคารขอให้ทุกคนมองเห็นความแตกต่างเป็นเรื่องปกตินะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ