ผ้าไตรจีร ถูกส่งรวดเดียว เที่ยวบินเดียว ด้วยน้ำหนัก สองร้อยกว่ากิโลกรัม ถึงบังกลาเทศแล้ว

 สวัสดีค่ะ

 กลับมาเขียนบันทึกคราวนี้ ต้องขอสวัสดีก่อน เพราะจากไปหลายวัน ทั้งสุขภาพร่างกาย และงานที่เข้ามาเต็มพิกัด จึงหมดเวลา ที่จะมานั่งเขียนบันทึก

 แต่คนเรา ก็ตามธรรมชาตินั่นแหละ ใจอยู่ที่ไหน ก็ต้องย้อนกลับมาหาอยู่ดี

 วันนี้จะตั้งใจเขียนเรื่อง การส่งผ้าไตรจีวร ไปบังกลาเทศให้จบ ให้ผู้ที่เฝ้ารออ่าน ผู้ที่ร่วมบุญ อนุโมทนาบุญ ได้ปิติใจ กับงานบุญครั้งนี้

 และเมื่อเย็นวันนี้ ผู้เขียนได้ทราบข่าว กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ที่ร่วมบุญมาตลอด และเป็นผู้มีจิตใจดีงามเสมอมา กำลังป่วย เข้าโรงพยาบาลมาแล้ว ๓ วัน และกำลังจะกลับ เข้าไปรักษาตัวอีกครั้ง ด้วยอาการ แคลเซี่ยมในเลือดต่ำ มีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ซึ่งถ้าเป็นมาก กล้ามเนื้อหัวใจ อาจกระทบกระเทือนได้

 ผู้เขียนเป็นห่วงเธอ อยากจะส่งข่าว ให้พี่น้องGotoknow.org แห่งนี้ ให้ได้รับทราบกัน ถึงแม้ว่า เธออาจจะยังเป็นที่ห่วงคิดถึงของหลายๆคน ที่เห็นเธอปิดบล็อกไป ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึงสาเหตุ ส่วนข้อเท็จจริงนั้น ได้รับทราบหมดแล้ว และเธอขอเป็นผู้จากไปอย่างเงียบๆ แม้จะไม่ได้บอกข้อเท็จจริงให้ สังคมส่วนมากรับรู้ก็ตาม แต่เธอก็ยินดี ให้ทุกฝ่ายสบายใจ และสนับสนุนเจตนารมณ์ ของหลายๆฝ่ายต่อไปที่มีความมุ่งมั่นขันแข็งกันดี ขอชื่นชมน้ำใจ ของคนปฏิบัติธรรม ที่เห็นว่า การตอบโต้แย้งกันนั้น บางครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ตราบเท่าที่เรายังไม่เข้าใจเจตนาของกันและกัน

  กำลังจะเขียน ส่งกำลังใจให้กับคุณเบิร์ด เจ้าของบล็อก ของขวัญจากวันวาน ที่เมื่อใดที่เธอเขียนบันทึก ยอดผู้อ่าน จะสูงเป็นพันๆคน ในเวลาอันรวดเร็ว ตามกระแสความตั้งใจ เป็นผู้ให้ของเธอ บันทึกต่อจากนี้ ถ้าเธอได้อ่าน พร้อมกับทุกๆท่าน คงทำให้ความปลื้มปิติแห่งบุญ ส่งผลให้เธอ จงหายเจ็บไข้ โดยเร็ววันค่ะ

***************************************************************

  ในเวลานั้น ที่ผู้เขียนยังขับรถ หาตึก cargo ไม่เจอ รถบนท้องถนนก็ช่างมากมาย ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เมฆลอยต่ำลงมาทุกที ผู้เขียนขับรถเหมือนอยู่ในแดนสนธยา มืดมัวไปหมด แม่ชี ก็ได้แต่ขอเทวดา ขออย่าให้ฝนตกลงมาเปียกกล่องผ้าไตรเลย ผู้เขียนจอดถามทุกด่าน จนที่สุด ก็มาหยุดอยู้ที่ประตูที่ ๒ ยามชี้ให้เห็นตึกที่กำลังค้นหา ทันเวลาพอดี ฝนยังไม่ตกสักเม็ดเดียว ผ้าไตรถูกขนเข้าอาคาร อย่างเรียบร้อย แต่แล้ว ก็พบปัญหาที่สอง คือ มีกล่องผ้าไตรที่น้ำหนักเกินยังไม่มีโควต้าส่ง ทางลูกชายครั้งแรกโทรมาว่า วันนี้ อาจไม่ได้โควต้า ให้นำกล่องดังกล่าวกลับบ้านก่อน ขณะที่ผู้เขียนทำเรื่องส่งของเสร็จเรียบร้อย ให้นึกสงสาร ผ้าไตรกล่องสุดท้าย ที่พนักงาน กำลังขนกลับมาขึ้นรถ ผู้เขียนเขียนรายละเอียดไว้ว่า ผ้าสบง ๗๐ ผืน โอกาสที่จะได้ไปบังกลาเทศก็คงจะน้อยเต็มที ใจอยากจะให้ส่งไปพร้อมกัน แต่ถ้าขอโควต้าจากนางฟ้าคนที่เจ็ดไม่ได้ ก็คงไม่ได้ส่งกันแล้ว

  ผู้เขียนไม่รู้ว่า มีคนอีกหลายคน มีเจ้าของผ้าทั้งผู้ให้ และผู้รับ ทีมีแรงอธิษฐานพอๆกัน ก่อนที่จะขับรถออกจาก Cargo ลูกชายก็โทรมาบอกให้รออยู่ก่อน ขณะนี้ อาจารย์อ้อย กำลังติดต่อ โควต้า ใบที่เจ็ดอยู่ ต่อมาไม่นาน ลูกชายก็โทรมาบอกอีกว่า ได้แล้ว จะรีบมา จากที่ทำการการบินไทย ถึงสุวรรณภูมิแห่งนี้ คงไกล และรถติดพอสมควร พอหมดอุปสรรค ผู้เขียนถึงกับตื้นตันใจ เอามือลูบกล่องผ้าสบง แล้วแสดงความยินดี ที่จะได้เดินทางไปพร้อมเพื่อนๆ อีก ๑๒ กล่อง

  รู้สึกหิวข้าวมากๆ เพราะหลังอาหารเช้าไม่ได้กินมื้อต่อมาเลย ในใจคิดแต่เรื่องผ้าไตรจนลืมหิว เดินไปกินข้าวกลาางวัน เมื่อเวลา สี่โมงเย็น ขณะนั่งกินข้าวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ เปิดเพลงพร้อมประกาศว่า วันนี้วันพระ สาธุทุกอย่างสำเร็จในวันพระอย่างปาฏิหาริย์

 สุดท้ายผู้เขียนได้ทราบข่าว จากคุณแณณ และคุณบอลว่า ผ้าไตรจีร ถูกส่งรวดเดียว เที่ยวบินเดียว ด้วยน้ำหนัก สองร้อยกว่ากิโลกรัม ถึงบังกลาเทศแล้ว 

 ขอจงได้รับผลบุญ แห่งความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเสมอกัน ผู้ใดได้ทุกขอให้หมดทุกข์ ผู้ใดได้สุข ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป

 จบเรื่องเล่า การให้ทานข้ามประเทศ ครั้งที่สอง ในgotoknow แห่งนี้