บทความนี้ได้รับเรต: R (บทความนำเสนอความรุนแรง)

พนันร้อยนึงเอาบาทเดียวเลยครับ ทุกครั้งที่มีข่าวการใช้ความรุนแรงของเด็กหรือวัยรุ่น จะต้องมีการเชื่อมโยงไปถึงสื่อที่นำเสนอความรุนแรง โดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์ ทนายความ ท่านหนึ่ง สร้างชื่อเสียงจากการเชื่อมโยงผู้ก่อเหตุโศกนาฐกรรมในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเข้ากับเกมที่ใช้ความรุนแรง (school shoot out) ประมาณว่ามีเหตุยิงในโรงเรียนเมื่อไหร่ จะต้องมีการสัมภาษณ์คุณแจ๊คทันที และทุกครั้งก็มีข้อสรุปเดียว คือผู้ก่อเหตุฝึกทักษะการใช้ความรุนแรง การใช้อาวุธจากเกมคอมพิวเตอร์ เกมได้กลายเป็นเหตุผลหลักสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ และถูกสร้างภาพให้น่ากลัว เสพติด ปลูกฝังความรุนแรงให้กับคนเล่นเกม

งานวิชาการนับไม่ถ้วนอ้างถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเล่นเกมที่รุนแรงกับแนวโน้มในการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง เกมหนึ่งที่ดูจะเป็นตัวร้ายของข้อถกเถียงนี้คือเกมในตระกูล Grand Theft Auto (GTA) ซึ่งจัดเป็นเกมประเภท Sandbox คือไม่บังคับเนื้อเรื่อง ผู้เล่นสามารถเลือกภารกิจได้เอง ผู้เล่นต้องพัฒนาตัวละครเอกในเกมให้กลายเป็นสุดยอดอาชญากร โดยเริ่มไต่เต้าจากการภารกิจซึ่งเพิ่มระดับความท้าทายขึ้นไปตามเนื้อเรื่อง เช่นการขโมยรถหรือปล้นแบงค์ ไฮไลท์อีกประการของ GTA คือการโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมแบบเหมือนจริง ยิ่งเกมพัฒนาออกภาคใหม่มา ก็ยิ่งเหมือนจริงขึ้นทุกที ทั้งเสียงประกอบ สิ่งแวดล้อม ภาคหลังๆ ของ GTA นั้นจะมีธีมเป็นเมืองใหญ่ๆ ในอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นใน ไมอามี แคลิฟอร์เนีย ภาคล่าสุดนั้นใช้นิวยอร์ค เป็นฉากดำเนินเรื่อง

9gag-videogame

ความเหมือนจริงของฉากนั้นนับเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจนะครับ แต่ความเหมือนจริงที่สร้างความลำบากใจให้กับสื่อมวลชน ผู้ปกครอง ครู จนถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล คือธีมของเกมที่เน้นการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการจี้ชิงรถ การปล้น ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนถึงการใช้บริการโสเภณี

ผมเองไม่ใช่แฟนของเกมรุนแรง เกมแนวต่อสู้หรือสงครามที่เคยเล่นก็เป็นประเภทสงครามวางแผน ซึ่งก็ไม่ได้ถือดาบถือปืนไปฟันแทงแบบจะๆ และผมคงไม่ประทับใจถ้าเห็นลูกผมเล่นเกมประเภทนี้ แต่ก็มีนักวิชาการบางกลุ่มที่ออกมาเสนอข้อโต้แย้งว่าเกมตีรันฟันแทงนี้มีส่วนช่วยลดความรุนแรงในชีวิตจริง เช่นเครียดจากโรงเรียน เครียดจากงาน เกมหนึ่งที่มุ่งตอบโจทย์นี้โดยตรงคือเกม Bully ซึ่งตัวเอกเป็นวัยรุ่นที่ถูกส่งเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านการต่อยตี โดยต้องเอาตัวรอดจากอาจารย์สุดเฮียบ และเพื่อนนักเรียนที่จ้องจะรังแกให้ได้

ถ้าเอาเรื่องเกมกับความรุนแรงนี้ไปเปรียบเทียบกับสื่ออื่นๆ ก็ต้องบอกว่าข้อถกเถียงเกี่ยวกับความรุนแรงของสื่อนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ตั้งแต่ดนตรีร็อค หนังสือการ์ตูน หรือแม้แต่สื่อลามก ล้วนตกเป็นผู้ต้องหาของการใช้ความรุนแรง แต่จะเป็นการด่วนสรุปเกินไปไหมถ้าเกิดเราพบว่าผู้ก่อเหตุมีซีดีเพลงร็อคประเภทเฮฟวี่เมททัล หรือมีสื่อลามกอยู่ในครอบครอง โดยไม่ดูปัจจัยอื่นเลย ว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร หรือมีปัญหาอะไรอย่างอื่นเข้ามารุมเร้า การโทษเกมในมุมมองนี้ก็ไม่น่าจะเป็นหนทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องนัก

ถ้าเอาเรื่องเกมที่ให้โทษนี้ไปเทียบกับบุหรี่ให้โทษ ก็จะกลายเป็นเรื่องทางธุรกิจไปเลยครับ หลายๆ คนคงทราบว่าบุหรี่นั้นอันตราย แต่ในวงการวิชาการยังถกเถียงกันไม่เลิก ยังมีหลักฐานมาแย้งว่าบุหรี่อันตรายจริงเหรอ? จริงๆ แล้วคงต้องดูว่านักวิจัยได้ทุนจากใคร ในการออกมาพิสูจน์ว่าบุหรี่นั้นให้โทษหรือไม่

ในโลกความฝัน ผมคงเถียงว่าทางที่จะจัดการกับปัญหาสังคม การเอารัดเอาเปรียบ การทำร้ายรังแกกันในโรงเรียนหรือในสังคมนั้นต้องเริ่มที่นโยบายและความเป็นธรรมที่ผู้ใหญ่จะมีให้ การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก รวมถึงความเอาใจใส่จากผู้ปกครองและสมาชิกในชุมชน แต่ในโลกความจริง เกม Bully อาจเป็นทางเลือกหนึ่งของหลายๆ คน เกม GTA อาจช่วยปลดปล่อยความเครียดได้เช่นกัน ถ้าจะถามถึงความรู้สึกลึกๆ และจากประสบการณ์ของผมเอง ผมไม่เชื่อว่าความรุนแรงในชีวิตจริงจะแก้ไขปัญหาอะไรได้ และผมก็ไม่คิดว่าความรุนแรงในเกมเป็นสิ่งที่ทำให้ผมติดเกม รวมทั้งไม่คิดจะสนับสนุนให้เด็กเล่นเกมที่ใช้ความรุนแรงประเภท GTA หรือ Bully ส่วนตัวผมเล่นเกมเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก และบางทีก็อยากเอาชนะเกม ผ่านฉากไปสู้หัวหน้า ทำคะแนนให้ได้สูงๆ หรืออะไรประมาณนั้น ไม่เคยคิดว่าจะเล่นเกมเพราะโกรธใครมา แล้วไปตีหัวหรือขับรถชนคนในเกม แต่ก็นั่นแหละครับ ผมเชื่อว่าด้วยการศึกษาและความเข้าใจของผู้ปกครอง เด็กสามารถแยกความรุนแรงในชีวิตกับการไล่ยิงคนในเกมคอมพิวเตอร์ได้แน่

คิดเห็นกันอย่างไรบ้างครับ?

ปล. ผมเคยเห็นเด็กอายุไม่เกินห้าขวบ เล่นเกม GTA อยู่ในร้านเกม ประมาณว่าเล่นเก่งเลยละครับ เรื่องนี้ผมออกจะลำบากใจเอามากๆ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่เกมนั้นรุนแรง แต่ด้วยเหตุผลที่ทำไมถึงให้เด็กไม่เกินห้าขวบเข้าร้านเกม ทำไมถึงไม่มีใครคอยชี้นำ ทำไมผู้ใหญ่ถึงเห็นแก่เงิน และทำไมไม่มีนโยบายจำกัดอายุเด็กเข้าร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกม

ภาพประกอบจาก kotaku.com

ข้อมูลเพิ่มเติม Howstuffworks > Do violent video games lead to real violence?