จิ้งจกผู้ดี

            บ้านใครมีจิ้งจกยกมือขึ้น จุ๊ๆๆๆๆ อย่าเอ็ดไป บ้านใครเขาก็มีกัน ไอ้ตัวเล็กๆ 4 ขา หางยาวๆ หางหลุดได้ ตัวเปลี่ยนสีได้ ที่บ้านผมก็มีจิ้งจกเหมือนกัน และบ้านผมก็มีตุ๊กแกด้วยนะ แต่ผมว่า บ้านผมมีจิ้งจกที่รักดีนะครับ

            เรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่ว่า ผมกับจิ๋มมักจะหงุดหงิดเสมอเมื่อเห็นขี้จิ้งจกตกลงมาบนที่นอนของเจ้าจ้า เรียกว่านอนจนหัวเหม็นขี้ (จิ้งจก) กันเลยนั่นแหละ บางวันตื่นขึ้นมา แก้มเธอก็แต้มไปด้วยขี้ (จิ้งจก) หอมหึ่งไปทั่วหน้าเลย

            แล้วเวลาก็ผ่านพ้นเลยไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ไม่ได้สังเกตหรอกว่า จิ้งจกมันใช้ชีวิตผ่านไปกี่รอบ กี่ชั่วสัตว์ของมัน ผมเพิ่งได้มาตระหนักเมื่อราวสองสัปดาห์นี้นี่เอง ว่าไม่มีขี้จิ้งจกบนที่นอนคุณจ้าซะแล้ว ไม่มีกระทั่งขี้จิ้งจกบนพื้นบ้าน ห้องนอน ทั้งๆที่ยังมีตัวมันอยู่เต็มบ้าน ลูกเล็กเด็กแดง บนหลังคา พื้นบ้าน เธอก็อยู่กันเกลื่อน แล้วขี้เธอหายไปไหน

            มันไปขี้ในส้วมครับท่านที่รัก

            ทุกๆเช้าที่ผมข้ามาเพื่อการชำระล้าง สังเกตอยู่พักหนึ่งแล้ว ว่าใครหนามาทำส้วมเราสกปรก จุดดำๆนี่ช่างคุ้นตานัก บ้างก็หล่นเป็นก้อน บ้างก็หล่นแผละ และบางวันเธอก็ขี้มาลงตรงโถส้วมพอดี 4-5 กองในตอนเช้า 4-5 กองในช่วงหัวค่ำ ตอนเที่ยงไม่รู้ เพราะทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลครับจึงเห็นแต่ขี้คน (ไข้)

            เป็นอย่างไรครับ ความสมานฉันท์ระหว่างคนและจิ้งจกของบ้านเลขที่ พ.18 แห่งรั้วสงขลานครินทร์

            ยังครับยัง ยังมีอีกเรื่อง นั่นก็คือเรื่องตุ๊กแก

            ผมเกลียดตุ๊กแก ไม่รู้ทำไมต้องเกลียดตุ๊กแก ไม่ใช่กลัวนะครับ เกลียดครับเกลียด เหมือนเกลียดขี้หน้าคนเลยครับ ไม่ต้องการคำอธิบาย เกลียดก็คือเกลียด และครั้งหนึ่งนานมาแล้วผมก็เคยกำจัดมันด้วยมือของผมเอง เพราะเห็นตุ๊กแก มันร้องแล้วทำให้ผมนอนไม่ลง เกลียดมัน เกลียดมัน เพราะมันเป็นตุ๊กแก

            หลายคนอาจจะคิดว่าผมบ้าไปแล้ว เหมือนคนเกลียดเหี้ยอย่างที่ผมเคยเขียนเอาไว้ แต่นั่นมันก็เป็นผมเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งไม่ใช่ผมในขณะนี้ เมื่อ 5 ปีก่อนผมเกลียดตุ๊กแก และไม่ปรารถนาจะให้มันมาร่วมชายคาเดียวกับผม (ฅนหนอคน) ผมเลยพิฆาตมันจากผนังข้างบ้านหลวงที่ผมอาศัยอยู่

            แต่สาบานได้ว่า หลังการฆาตกรรม ผมไม่ได้มีความสุขจากการกระทำไปเลยแม้แต่นิดเดียว

            ตราบแต่วันนั้นจนวันนี้ บ้านผมก็ปราศจากตุ๊กแก แต่ก็ยังได้ยินเสียงของมันอยู่นะ เพราะที่บ้านข้างๆยังมีตุ๊กแกเกาะผนังตึกอยู่

            เดือนก่อน ผมกลับมาจากญี่ปุ่น คุณจ้าลูกสาวตัวเล็กก็เข้ามารายงานว่า พ่อจ๋า...... (กรุณาลากเสียงย๊าวยาว) มีตุ๊กแกในบ้านเราด้วยแหละ มันเกาะตรงนี้ แล้วเธอก็ชี้ไปที่ผนังในบ้าน เหนือโซฟาที่ผมนอนเล่นเป็นประจำ ไม่มีหรอกลูก พ่อไม่เคยเห็นมัน ไม่เคยได้ยินเสียงมัน และไม่เคยเห็นขี้มันเลยลูก แต่ในใจก็คิดว่า ไอ้ตัวเล็กมันไม่น่าจะโกหกเป็นนะ ถึงแม้ว่ามันจะกะล่อนคล้ายพ่อมันก็ตาม เลยตะโกนถามคุณพี่เลี้ยงว่าเป็นจริงไหม จริงค่ะ คือคำตอบที่ทำให้หัวใจผมหล่นตุ๊บ เขาเห็นกันหลายหนแล้ว คุณยายก็เห็น แต่ผมกับจิ๋มไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินเสียงร้อง ไม่เคยเห็นขี้ (ตุ๊กแก)

            อารามคนเกลียดตุ๊กแก ที่ไม่ปรารภนาจะพิฆาตมันเป็นหนที่สอง จึงบอกกับคุณตุ๊กแกที่รักอย่างเกรงใจว่า อย่าร้อง อย่าออกมาให้เห็น อย่าขี้เพ่นพ่าน....นะ

            เชื่อไหมว่า จวบจนวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นตัว ไม่ได้ยินเสียงของมันเลย และข่าวดีก็คือว่า เช้าวานนี้ผมเห็นขี้ของมันอยู่นอกบ้านเรียบร้อยแล้ว ปัญหาต่อไปก็คือ แล้วมันออกไปได้อย่างไร บ้านผมมีรูอยู่ตรงไหนอีกหรือ แล้วในเมื่อตุ๊กแกเข้าออกได้ แล้วงูล่ะ ซวยละตู ฮ่า ฮ่า ฮ่า