วันวานวันนี้วันพรุ่งนี้
เมื่อแม่เจ้าพ้นเยาวัย พร้อมเป็นคุณแม่ที่ดีของหลาน เขาก็เดินออกประตูบ้าน เปิดประตูสู่โลกกว้าง
พ่อเจ้าเมื่อเห็นน้องสาวมี ก็จรลีไปมีมารดาเจ้า ณ ต่างแดน บัดนี้เจ้าทั้งสองโตวัย ตายายปู่ย่าต้องเติม ต้องสร้าง ต้องพัฒนาเจ้า แต่เราทั้งสองต้องการแลกเปลี่ยน เพื่อนำมาสร้างเสริมเติมแต่งให้เจ้า
เขาก้าวไปข้างหน้า ล้วนมาจากเหตุปัจจัย ในวันนี้
ดีใจลูกไปพ้นอ้อมอกพ่อแล้ว มิหนำซ้ำมีเจ้าตัวน้อย ๆ เอาไว้ให้เราชื่นชมแก้เหงาด้วยดูแลเจ้าเทวดาน้อยให้ได้สมใจเถิด ซักวันเข้าคงคิดถึงเรา พ่อ
หลานตาเอเชียเกิดวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2544 เวลาใกล้รุ่ง วันจันทร์ พร้อมวันเกิดโดเรมอน พ่อแม่ของหลานได้ตั้งชื่อเล่นว่าโป้ยเซียน พันธุ์ไม้ที่เป็นแปดเซียนรักษาพันธุ์มนุษย์ คุณตาตั้งชื่อเตมูจินยาดินเอเชีย คุณยายตั้งชื่อเอเชีย ด้วยเสียงที่ดังและฟังชัด สั้นและตรงกับชื่อจริงที่พ่อแม่ของลูกตั้งให้สอดคล้องกับนามสกุลวรรณพิพัฒน์ ที่มีความหมายถึงชาติตระกูลที่เจริญรุ่งเรือง ว่าเด็กชายภูมิพัฒน์ (พู-มิ-พัด)มีความหมายว่าแผ่นดินเจริญ ดังนั้นเอเชียภูมิพัฒน์ ตาก็ให้คำจำกัดความอันเป็นสุขว่า ผู้ทำให้แผ่นดินเอเชียเจริญรุ่งเรือง หลานตายายหลานปู่ย่า เป็นบุคคลสำคัญที่ต้องสร้างอารยะที่ดีที่ถูกต้องในนามคนไทยทั้งประเทศ
หลานปู่เจโรมีเกิดวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2545 เวลาวันไม่ทราบ เพราะหลานเกิดที่ประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันยังถือสัญชาตินิวซีแลนด์ ต้องต่อพาสปอร์ตทุกปี โตขึ้นอยู่ที่ตัวเจ้าเลือกจะอยู่เลือกจะเป็น ชื่อจริงเด็กชายชาตะกวี ที่มีความหมายผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นศิลปินนักกลอนนักเขียนนักบันทึกจดจำ คงไม่เทียบเท่าวิลเลี่ยม เชคสเปรียส์ แต่หวังจารึกไว้บนแผ่นดิน
หลานเป็นดีเอ็นเอของตระกูล หลานเป็นแก้วตาของพวกเรา บัดนี้ชีวิตทั้งสองเจ้าสดใสรื่นเริง แข็งแกร่ง ที่ตาจะเล่าเป็นวันวันต่อไป
1พฤษภาคม 2552 เอเชียเรียน ป.3 เจโรมี เรียน ป.1 โรงเรียนวัดดอนเมือง ด้วยความสุข วัยสนุกสนานเข้าร่วมกิจกรรมเคเบิ้ลทหารอากาศทัศนศึกษาท้องฟ้าจำลองเรียนรู้ดวงดาว พายุ เล่นเกมส์ ได้ดูจากการบันทึกDVDที่โครงการเขามอบให้ ว่ายน้ำเริ่มฝึกเป็น เล่นสเกตล้อทุกวันอาทิตย์ สเกตบอร์ดที่ยืมยายเพ็ญ ทั้งสองสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย เวลาเรียนตั้งใจเรียน เวลาเล่นตั้งใจเล่น ผลการเรียนภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2552 เอเชียได้ เกรด 3.84 เปอร์เซนต์ 84 % เจโรมี ได้ เกรด 3.81 เปอร์เซนต์ 81 % รู้จักเก็บออมมัธยัสถ์ ได้รับเงินไปโรงเรียนวันละ 15 บาท ถึง 20 บาท ยกเว้นโรงเรียนมีกิจกรรมยายก็จะเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หลานทั้งสองสามารถเหลือเงินไว้ซื้อตอนเย็น ฝากออมทรัพย์ที่โรงเรียน หยอดกระปุกที่บ้าน ทุกเดือนจะนำสินค้าเก่าที่สามารถจำหน่ายได้ เช่น ขวด หนังสือพิมพ์ หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ขายได้จากการถามตายายว่าสิ่งนี้ขายได้ไหมตายาย บางทีเก็บจากที่อื่นนำมารวมกองไว้ สิ้นเดือนก็จะถูกนำมาขายกับรถที่วิ่งมารับซื้อของเก่า ได้ถึงเดือนละ 50 ถึง 70 บาท ตายายก็สอนว่าให้แบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน หนึ่งส่วนไว้ซื้อขนมตามที่ต้องการ อีกสองส่วนให้นำไปหยดกระปุก จนสามารถออมทรัพย์ได้เป็นร้อยเป็นพันบาท ทุกวันนี้ตากับยายสบายใจ ตายายมีความมั่นใจว่าลูกต้องเป็นคนดีของสังคมคนเก่งของประเทศ วรรณพิพัฒน์ เป็นหนึ่งร่วมกับสกุลอื่น ร่วมสร้างประเทศไทยจงเจริญ