วันนี้ช่วงบ่ายเรามีนัดประชุมพบปะกันในทีมที่ไปร่วมงาน มหกรรม R2R ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2551 ที่โรงแรมมิเคิล แกรนด์นั้น ...

เป็นการเล่าเรื่องที่เราไปร่วมงาน มีพี่อื๋อ พี่ตุ๊ พีอ้อย เภสัชกรเฉลียว น้องนิตงานรังสี น้องโย๋ น้องอัท (พี่จิ๊ พี่นาถ พี่หน่อย น้องหญิงไม่อยู่ไม่ได้มาร่วมถอดบทเรียน) เราที่เหลือจึงมาร่วมกันถอดบทเรียนว่าที่เราไปนั้น เราได้เรียนรู้อะไร และจะทำอะไรกันต่อไป ในการ ลปรร. ครั้งนี้มีพี่เตี้ย - คุณอุไร ชำนาญค้านั่งเป็นประธานฟังเรื่องเล่าจากพวกเรา
- พี่อ้อย ขออนุญาติเล่าก่อน: พี่อ้อยเล่าว่า ไปร่วมงานแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องศึกษาก่อนไปว่า R2R คืออะไร เพราะตัวเองทำหน้างานตลอดไม่มีโอกาสได้ก้าวมาสู่วงนอกมากนัก พอไปแล้วพบว่างานมหกรรมนั้นยิ่งใหญ่มากในความรู้สึกของตนเอง รู้สึกดี ประทับใจ และที่สำคัญตนเองเกิด click ขึ้นมาว่า "จริงๆ แล้วเรานั้นเป็นผู้รู้ปัญหาหน้างานมากที่สุด ทำไมเราต้องไปรอและคอยบอกให้คนอื่นมาแก้ไขให้ เราเท่านั้นน่าจะเป็นผู้แก้ไขปัญหาหน้างานได้ดีกว่าผู้อื่น ด้วยการนำกระบวนการวิจัยนี่แหละมาทำ เพราะวิจัยนั้นทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ" พอกลับมาแล้วมีหลายเรื่องมากที่อยากทำ เริ่มหันมามองงานประจำที่ตนเองทำอย่างจริงจัง และที่ประทับใจที่สุดคือ ... "คำว่า ลปรร. และชอบมากเพราะทำให้รู้สึกถึงการมีคุณค่าในการพูดคุยมากกว่าการ Conferrence"
- น้องนิต: ทำงานที่ห้อง x-ray เล่าว่าเคยมร่วมกระบวนการ R2R ครั้งเดียว และได้เดินทางมาร่วมงานมหกรรม R2R ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่า การทำ R2R นั้นไม่ใช่ภาระ เพียงแค่เราเพิ่มวิจัยเข้าไปอีกนิดและรู้สึกว่า "เป็นสิ่งที่ต้องทำ" บอกตรงๆ ว่าเกิดความรู้สึก "ฮึดสู้" ใจหึกเหิมอย่างมาก น้องนิตค่อยข้างพูดน้อยแต่ต่อยหนัก ขณะที่เธอเล่าหรือแสดงความคิดเห็นออกมานั้น สะท้อนถึงความคิดเห็นเชิงบวกและดูมีพลังอย่างมาก
- เภสัชกรเฉลียว: ก่อนไปนั้นไม่ทราบบริบทมาก่อนและตนเองเพิ่งย้ายมาโรงพยาบาลยโสธรได้ไม่นาน เคยสังเกตเห็นพี่อื๋อทำงานหน้างานมาสักพัก พอได้รับคำชวนจึงไม่ลังเลและไปร่วมด้วย พอได้ไปร่วมแล้ว พบว่ามีสิ่งต่างๆ มากมายที่อยากกลับมาทำที่งานตนเอง
- พี่ตุ๊-วิสัญญี: เล่าว่า สำหรับตนเองนั้นค่อนข้างจะพอคุ้นเคยมาในระดับหนึ่งแล้ว เรียนรู้ผ่าน gotoknow แต่ตนเองไม่ได้เขียนแต่ชอบเข้าไปอ่าน ทุนเดิมสำหรับตนเอง คือ มีความสนใจในการทำวิจัย และพอได้ไปร่วมงาน มหกรรม R2R ทำให้ย้อนกลับมามององค์กรตนเองว่า น่าจะไปได้สวยและขับเคลื่อนไปต่อได้ พี่ตุ๊บอกว่าชอบใจ ชอบรูปแบบการจัดงาน ประทับใจงานมหกรรมครั้งนี้...และต่อไปนี้จะนำรูปแบบนี้มาใช้ที่โรงพยาบาลยโสธร
- พี่อื๋อหัวเรือใหญ่: เล่าว่าจากงานวิจัยเรื่องเดียวกันนี้ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เปรียบเทียบจากเวทีระดับชาติสองงานที่จัดไล่เลี่ยกัน คือ งานประชุมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข และงานมหกรรม R2R ... สำหรับโดยส่วนตัวประทับใจในงานมหกรรม R2R ที่จัดขึ้นนี้ ... ทำให้เกิดความฮึกเหิมอยากทำ บรรยากาศในงานเหมือนตนเองเป็นส่วนหนึ่งของงาน คนเล่าเรื่องกับคนฟังไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ประทับใจ
- น้องอัจ: เข้ามาร่วมทีหลัง แต่ทันได้เล่าเรื่อง อัจเล่าสั้นๆ ว่า "รู้สึกขอบคุณตนเองที่ได้ให้โอกาสตนเองไปร่วมงานนี้"... เกิดความคิดมากมายและมองเห็นคุณค่าที่เกิดขึ้นจากการทำ R2R
หลายคนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า รูปแบบการจัดงานนี้ทำให้ลดช่องว่าง บรรยากาศ Relax ทุกคนที่ไปเข้าร่วมต่างๆ เป็นครูซึ่งกันและกัน เกิดการจุดประกายการทำ R2R
กำลังใจตอนนี้มาอย่างมาก และฮึกเหิม
หลังจากเราถอดบทเรียนกัน...เราได้พูดคุยกันถึงทิศทางและการก้าวต่อ และจากนั้น เราทุกคนคิดว่าเรื่องนี้เราต้องเล่าสู่กันฟัง... ให้กับชาวโรงพยาบาลยโสธรท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วม ได้ร่วมซึมซับควันหลงจากงานมหกรรม R2R ที่ผ่านมา โดยที่วง ลปรร. ของเราตกลงกันว่าเราจะจัด "เวที" นำเสนอขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์งาน R2R ถอดบทเรียนเล่าเรื่องจากตนไปร่วมสู่เพื่อนพ้องในโรงพยาบาล และที่สำคัญจุดประกายการทำ R2R ทุกหย่อมหญ้าของ "คนหน้างาน"
______________________________________________________________________________
Note: การถอดบทเรียนและ ลปรร.กันในวันนี้ เราได้น้องโย๋ อาสาเป็นประชาสัมพันธ์งาน R2R ที่จะขับเคลื่อนกันต่อไป น้องโย๋ ไม่ได้ไปร่วมงานมหกรรมด้วย แต่เธอเป็นหนึ่งในทีม ICU ศัลย์ ซึ่งเป็นทีมที่ทำงานพัฒนาประจำด้วยกระบวนการวิจัยอย่างมีความสุข... โดยส่วนใหญ่คนหน้างานต่างเป็นผู้มีอารมณ์ดี... ข้าพเจ้าชอบเรียกชาว ICU ศัลย์นี้ว่า "คนต้นแบบ R2R"
...............................................
รู้สึกดีๆกับงานมหกรรม R2R ในนี้ครับ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมประชุม R2R เลยได้เรียนรู้อะไรใหม่ ได้แง่คิดเพิ่มอีกหลายอย่าง และก้อคงต้องเริ่มต้นขับเคลื่อนให้เกิด R2R ในหน่วยงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาลแต่ไม่เคยถูกนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างเป็นระบบ ถ้าหากมีปัญหาหรือข้อสงสัยก้อจะขออนุญาตปรึกษาอาจารย์กะปุ๋มนะครับ
สวัสดีค่ะคุณ Optochin :
(^____^)
ดีใจจัง มีคนช่วยขับเคลื่อนงานR2Rที่เข้มแข็งอย่างคุณน้องกะปุ่มค่ะ แล้วเรามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันร่วมกับภาคีR2R ในวันที่28กค.นี้นะคะ
ดีใจเช่นกันที่ได้ร่วมงานกับ...อ.แต้ม...ขอบพระคุณเช่นกันนะคะที่ร่วมขับเคลื่อนเพื่อคนหน้างานแบบไม่ผลักภาระ แต่เป็นการเสริมสร้างการทำงานประจำของเขาให้มีความหมายยิ่งขึ้นค่ะ ...
(^____^)