ถ้าถึงมือหมอที่ม.อ.แล้ว คุณยายตายก็ไม่เป็นไร ญาติพี่น้องจะได้ภูมิใจว่าได้ดูแลสุดความสามารถแล้วนะ ตายมาจากม.อ.นะ

           

                                              เมื่อวันก่อน  ดิฉันได้ไปร่วมงานศพของญาติห่างๆซึ่งจากไปด้วยโรคชราในวัย 93ปี ได้มีโอกาสนั่งคุยกับลูกหลานของผู้ตาย เขาก็บอกว่า คุณยายตายที่ม..นะ ดิฉันก็แปลกใจเพราะคุณยายก็เจ็บออดๆแอดๆ หลงๆลืมๆตามประสาคนสูงอายุมาหลายปีแล้ว   ไม่นึกว่าเมื่อถึงระยะสุดท้ายลูกหลานจะอุตส่าห์เหมารถ เดินทางข้ามมาถึง 3  จังหวัดกว่าจะถึงรพ.สงขลานครินทร์  หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า โรงพยาบาล ม..

                       ดิฉันลองคุยกับน้าซึ่งเป็นลูกสาวคนโต เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในบ้าน ก็ได้คำตอบว่า  ถึงแม้จะรู้ว่าคุณยายคงไม่ไหวแล้วล่ะ    แต่ยังไงๆก็ต้องไปให้ถึงมือหมอที่ม..รักษาให้     ตอนแรกที่ม..ก็จะส่งกลับเหมือนกันเพราะเตียงเต็มและคุณยายเป็นไม้ใกล้ฝั่งเต็มที อยากให้ไปรพ.ใกล้บ้าน จะได้พร้อมหน้าพร้อมตาลูกๆหลานๆในระยะสุดท้ายของชีวิต  แต่น้าไม่ยอมนำกลับ ขอให้คุณยายนอนที่มอ.ซักคืนก็ยังดี   เตียงเต็มก็จะรออยู่ในรถก็ได้จนกว่าคุณหมอจะหาเตียงให้ เรียกว่ายังไงๆก็ไม่กลับ  ทุกคนปักหลักรออยู่จนกว่าจะได้เตียงก็ค่ำพอดี  และไม่ได้โทรบอกดิฉันเพราะทราบว่าดิฉันไปอบรมที่กรุงเทพ   อยู่รพ.ได้ 3 วันคุณยายก็จากไปอย่างสงบ     ซึ่งญาติๆก็พอใจโดยบอกดิฉันว่า ถ้าพาไปรพ.ใกล้บ้านแล้วคุณยายตาย ประเดี๋ยวญาติพี่น้องจะว่าเอาได้ว่ายังดูแลไม่เต็มที่  ถ้าถึงมือหมอที่ม..แล้ว คุณยายตายก็ไม่เป็นไร ลูกหลานจะได้ภูมิใจว่าได้ดูแลสุดความสามารถแล้วนะ ตายมาจากม..นะ

 

                ในมุมมองของญาติผู้ป่วย  ความศรัทธา ความเชื่อมั่นที่มีต่อโรงพยาบาล  ทำให้การตายที่ม.อ. เป็นการตายที่สมศักดิ์ศรี และญาติรู้สึกว่าตนเองได้ทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายอย่างดีที่สุดแล้ว

                           แต่ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ล่ะ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้   จะลองคุยกันแล้วค่อยให้คำตอบนะคะ