"กางเกงวิเศษ"
ณ ลานเวทีเสวนาในช่วงเช้าของวันที่ 3 กรกฏาคม 2551 ในงานมหกรรม R2R นั้นข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้รับฟังอย่างซึมซับในเรื่องราวของคนหน้างานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นต่อการพัฒนางาน ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อผลลัพธ์ของงานเท่านั้น หากแต่เอาใจเข้าไปใส่ไว้ในความรู้สึกของผู้มารับบริการจากงานของตนเองที่กำลังพัฒนาอยู่นั้น
หลายครั้งหลายคราที่ข้าพเจ้าได้ร่วมรับฟังการพัฒนางาน จุดเด่นที่ได้พบและสัมผัส คือ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางาน แต่น้อยมากที่จะได้เห็นการพัฒนางานที่มุ่งไปสู่หัวใจของผู้มารับบริการเป็นที่ตั้ง
แต่ทีมบริการทางด้านสุขภาพ โรงพยาบาลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี นำโดยพี่โย หรือคุณอุบลวรรณา เรือนทองดี... นั้นกลับทุ่มเทการทำงาน ด้วยการนำหัวใจไปใส่ในใจ และความรู้สึกของผู้ป่วย และค้นหาหนทางการแก้ไขให้แก่เขา
พี่โย - อุบลวรรณา ... และทีมงานวิจัยตัวน้อยๆ แต่หัวใจยิ่งใหญ่นั้น ได้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ในการบริการตรวจ Pap smear ซึ่งพี่โยและทีมเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่เป็นการจุดประกายในการงานทำงานชิ้นนี้ ก็คือ เรื่องการพิทักษ์สิทธิ์และการดูแลหัวใจของความเป็นมนุษย์ ไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงการเปิดเผยร่างกายมากเกินไป โดยใช้ความรู้สึกของตนเองเข้าไปร่วมด้วยในความรู้สึกของผู้ป่วย...
"เราเองเรายังรู้สึกอายเลย...ผู้ป่วยเราคงรู้สึกไม่ต่างไปจากเรา"
"พี่ไม่อยากให้คนทำงานสักแต่ว่าทำงาน แต่อยากให้เขาทำงานแบบเน้นในเรื่องความเป็นมนุษย์ นั่นคือ ใส่ใจจิตใจของผู้ป่วยของเรา"
นี่เป็นเพียงบางส่วนของคำบอกเล่าของพี่โย... ข้าพเจ้าได้เห็นแววตาแห่งความมุ่งมั่น และมีความอ่อนน้อม อ่อนโยนในทีของพี่โย สะท้อนให้เห็นถึง "ความมุ่งมั่นต่อการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่หากแต่นอบน้อมในใจปราศจากความก้าวร้าวและอหังการต่อการต่อกรในสิ่งต่างๆ "... แม้แต่ อ.จุล (ผศ.จุลจราพร สินศิริ - คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต) ซึ่งเป็นทีมงานวิจัยของพี่โย ซึ่งอาจารย์จุลมาร่วมเติมเต็มงานวิจัยนี้ให้เกิดคุณค่า และขยายผลไปต่อในแวดวงการศึกษาทางพยาบาล ที่เน้นปลูกฝังให้นักศึกษาพยาบาลคนรุ่นใหม่มีหัวใจในการทำงาน มากกว่าการก้มหน้าทำไปเพียงเพื่อสักแต่ว่าทำเท่านั้น...
"ทำงานเหมือนได้ทำบุญ" เป็นคำบอกเล่าของทีมงานของพี่โย... ข้าพเจ้าจึงได้ถามต่อไปว่าทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนว่าได้ทำบุญทั้งๆ เหมือนว่างานวิจัยนี้แทบจะเป็นภาระที่เพิ่มเข้ามาก็ว่าได้...
"การที่เราทำให้คนไข้เราสบายใจ นี่ถือว่าเป็นบุญแล้ว และไม่คิดว่าการทำวิจัยนี้เป็นภาระ แบ่งหน้าที่และช่วยกันทำ ขอแค่คนไข้เราเขาสบายใจก็เป็นความสุขของเราแล้ว"...
ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่ได้ร่วมรับฟังความสุขของคนหน้างานที่ทำงานพัฒนาด้วยกระบวนการวิจัย ... ทำให้ข้าพเจ้าเกิดการรับรู้ที่ตระหนักยิ่งขึ้นว่า ... การทำ R2R ณ การเริ่มต้นในตอนนี้นั้นมากจากคนทำงานที่มองโลกในเชิงบวก และสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันกระบวนการทำ R2R ที่ไม่หลงทางนี้จะขัดเกลาจิตใจของคนทำงานให้ละเอียดยิ่งขึ้น มีความสุขยิ่งขึ้นและทำให้การทำงานหน้างานของเขาเป็นการทำงาน ด้วยหัวใจการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (meaningfull learning)
คำถามต่อไปสำหรับข้าพเจ้า...แล้วคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังทุกข์ตรมจากสภาพการทำงานตรงหน้าของเขาเล่าจะมีทางช่วยเหลือเขาเหล่านี้ได้อย่างไร...?
ในฐานความเชื่อส่วนตัวของข้าพเจ้า...มองว่า การนำ R2R + ความสุขให้แทรกซึมเข้าไปในการทำงานนี้จะเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาความทุกข์และเกิดเป็นการแบ่งปันความสุขของการทำงานให้เกิดขึ้นได้ ... ข้าพเจ้าไม่ให้อยากให้เกิดบรรยากาศการทำ R2R ที่มุ่งเพียงแค่ผลลัพ์ที่ตัวงาน แต่อยากให้มุ่งกลับมาที่คนทำงานด้วย... ให้ได้เกิดความรู้สึกมีความสุขในการทำงาน เมื่อเขาเหล่านี้มีความสุขแบบเล็กๆ ในจิตใจตนเองแล้ว เขาจะมีความกล้าหาญที่จะเผชิญต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงานของตนเองต่อไปได้... และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้นไม่ได้เพียงแค่ เขาคนทำงานเท่านั้น หากแต่จะแผ่ซ่านไปสู่เพื่อนรวมงาน คนไข้ และองค์กร เกิดเป็นบรรยากาศการทำงานที่ตลบอบอวลไปด้วยความสุข
อย่างน้อย... การจัดงานมหกรรม R2R ของสวรว.ที่มีขึ้นนี้ ก็เป็นบทพิสูจน์ที่เป็นการจัดงานด้วย "หัวใจ" ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานในส่วนต่างๆ... ต่างมีทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานมากน้อยคละกันไป แต่ภาพรวมออกมาเป็นหัวใจเชิงบวกมากกว่า... จึงทำให้บรรยากาศของการจัดงานมหกรรมนี้เป็นงานวิชาการที่มีความสุข...
_____________________________________________________________________________________
Note : มีเรื่องเล่าที่มีคุณค่าและมีความสุขมากมายหลายเรื่อง... ในงานมหกรรม R2R และเรื่องของพี่โยและชาวบางปลาม้านี้ เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายๆ เรื่องที่ประทับอยู่ในใจและความทรงจำของข้าพเจ้า
อ่าน Blog เรื่องราว-เรื่องเล่า R2R ได้ที่
http://gotoknow.org/post/tag/r2r