เพราะฉะนั้นหน้าที่ของครู ไม่ใช่สอนแค่วิชาแล้ว แต่เราจะต้องช่วยซักฟอกจิตใจของเด็กให้ขาวสะอาดด้วย

      กลับมาเร็วอีกแล้ว..ครั้งนี้นำนิทานเรื่อง "หญิงออกกำลังกายกับผ้าของเพื่อนบ้าน" หรืออีกชื่อหนึ่งคือเรื่อง "มองผ่านกระจก" ของอาจารย์ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาอีกเช่นเคย เชิญติดตามได้เลยครับ...(คงต้องหานิทานมาเขียนอีกให้ครบ..๒๕ เรื่อง จึงจะพอใช้สอนนิสิตครับ)

 

     "หญิงออกกำลังกายกับผ้าของเพื่อนบ้าน"

      มีผู้หญิงคนหนึ่งชอบออกกำลังกาย โดยการเต้นแอโรบิค ทุกเช้าพอเธอตื่นขึ้นมา ก็เต้นอยู่ที่บนบ้าน ออกกำลังกายโดยเปิดเพลงแล้วก็เต้นตามจังหวะ เต้นไปเต้นมา ก็มาเต้นอยู่ที่หน้าหน้าต่าง แล้วตาก็มองผ่านหน้าต่างออกไปข้างนอก มองเห็นเพื่อนบ้านกำลังซักผ้าอยู่
เมื่อออกกำลังกายเสร็จ หญิงคนนั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงมารับประทานทานอาหารเช้ากับสามี และเล่าให้สามีฟังว่า..

       "นี่เธอ ชั้นไม่เข้าใจเลยว่า เพื่อนบ้านซักผ้าไม่เป็น ซักผ้าไม่สะอาด เสื้อผ้าเขาสกปรกเหลือเกิน"



       สามีก็บอกว่า "ช่างเขาเถิดน่า เขาซักอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน"

       แต่ภรรยาก็ไม่เชื่อฟัง ทุกเช้าตื่นขึ้นมาก็ไปเต้นแอโรบิค แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเพื่อนบ้านกำลังซักผ้าอยู่ทุกวันเลย แล้วก็ลงมารายงานให้สามีฟัง.. "เอาอีกแล้ว ชั้นไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาซักผ้าของเขายังไง ทำไมเสื้อผ้าของเขาจึงสกปรกอย่างนั้น"

       สามีก็ชักจะรำคาญ จนกระทั่ง...

       วันหนึ่ง ภรรยารีบวิ่งลงมา แล้วก็รายงานให้สามีฟังด้วยความประหลาดใจว่า "โอ้! นี่เธอเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ วันนี้เสื้อผ้าของเพื่อนบ้านขาวสะอาดไปหมดเลย อยากจะรู้นักว่า เขาเปลี่ยนไปใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร เราจะได้ไปซื้อผงซักฟอกยี่ห้อนั้นมาบ้าง เราจะได้มีเสื้อผ้าที่สะอาดเหมือนเขา"

       สามีก็เลยบอกว่า
"นี่ชั้นรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้าฉันก็เลยตื่นก่อนเธอ ฉันก็เลยไปเช็ดกระจกให้สะอาด ก่อนหน้านั้นกระจกมันสกปรก เธอมองออกไปก็เห็นความสกปรกข้างนอก แต่วันนี้กระจกมันใสสะอาด เธอก็เลยเห็นอะไรข้างนอกสะอาดไปหมดเลย"

       นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "สิ่งที่เราเห็น ไม่จำเป็นต้องจริงหรือถูกต้องเสมอไป"

       ถ้าเกิดเราสวมแว่นตาสีแดง เราก็เห็นทุกสิ่งทุกอย่างข้างนอกเป็นสีแดงไปหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นสีแดง สีแดงมันอยู่ที่ตรงนี้ อยู่ตรงแว่นตา ดังนั้นเราต้องเข้าใจว่า เราใช้อะไรในการรับรู้ เราใช้จิตใจของเรา..

      เมื่อเราใช้จิตใจ ถ้าจิตใจมันสกปรก มันก็รับภาพที่สกปรก ดังนั้นเราต้องชำระจิตใจของเราให้ขาวสะอาด เมื่อจิตใจของเราขาวสะอาดหรือบริสุทธิ์แล้ว เราก็จะเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง มองเห็นสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี...

      เพราะฉะนั้นหน้าที่ของครู ไม่ใช่สอนแค่วิชาแล้ว แต่เราจะต้องช่วยซักฟอกจิตใจของเด็กให้ขาวสะอาดด้วย ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ จิตใจของเด็กๆ ของเรา ก็จะค่อยๆ ถูกยกให้สูงขึ้นๆ ในที่สุด

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)