อ่านวรรณกรรม อ่านชีวิต อ่านโลก

 ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์ นักฝัน

ผู้แต่ง มิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดฺร้า

ผู้แปล สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์

ISBN 974-14-0312-7 ผีเสื้อ 600 หน้า ฉบับเล่มใหญ่ราคา 969 บาทเล่มเล็กราคา 696 บาท

 

คงยังไม่สายเกินไปที่จะพูดถึงหนังสือที่ได้รับยกย่องว่า เป็นนิยายที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมา นั่นคือ "ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน"

ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน พิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาสเปนในปี ค.ศ. 1605  นับถึงปีนี้ หนังสือเล่มนี้ก็มีอายุถึง 403 ปีแล้วค่ะ แต่ผู้คนอ่านก็ยังนิยมอ่านจวบจนทุกวันนี้   และยกย่องว่าเป็นนิยายดีที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา บ้างกล่าวว่าดอนกิโฆเต้ คือนิยายเรื่องแรกของโลก 

ถึงแม้นิยายเรื่องนี้จะเกิดขึ้นมาในบรรณพิภพถึง 403 ปี แต่เพิ่งจะได้รับการพิมพ์เป็นภาษาไทยเมื่อไม่นานมานี่เอง  คือพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ  ธันวาคม  2548  แต่ยังไม่เผยแพร่ทั่วไป   พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ มีนาคม  2549 และครั้งที่ เมื่อเมษายน  2549  เป็นเวลากว่า 2 ปี แล้วที่เผยแพร่ในวงการวรรณกรรมไทย  แต่ผู้เขียนเพิ่งได้มีโอกาสได้ครอบครองเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ ก็เมื่อวานนี้เอง  (1 กรกฎาคม  2551)  เพิ่งอ่านได้ถึงตอนที่ 3 เองค่ะ  

ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝันได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก 84 ภาษา  ภาษาที่ 84 เป็นภาษาเวียดนาม ซึ่งพิมพ์เมื่อปี 1976    ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 85  คนไทยได้อ่านนิยายเรื่องนี้หลังเวียดนาม 30 ปี !!! 

ตัวละครเอกของเรื่อง  กิโฆเต้เป็นชายวัยห้าสิบเจ็ดปี อาศัยอยู่ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในลามันช่า วันทั้งวันเขาเอาแต่อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับอัศวิน ไม่ว่าจะเรื่องแต่งหรือเรื่องจริง ขอให้เป็นอัศวิน กิโฆเต้ยอมทุกอย่าง บทบรรยายของเซร์บันเตสเรียกความขบขันได้ตั้งแต่หน้าแรกๆ เซร์บันเตสเล่าว่าหากกิโฆเต้ทำได้ก็จะยอมขายแม่บ้านและหลานสาวของเขาเสีย แค่ขอให้มีโอกาสเงื้อมดาบฟันทรราชอย่างกาเนอล็องสักครั้ง

ความมัวเมาลุ่มหลงในหนังสืออัศวินสร้างความบกพร่องทางสมองแก่พระเอกของเรา เป็นการบ้าอ่านอันงดงามที่สุดเมื่อกิโฆเต้ตัดสินใจออกเดินทางรอนแรม เพื่อดำเนินชีวิตอัศวิน เขาปรารถนาจะกำจัดสิ่งชั่ว พิทักษ์สิ่งดี สร้างความยุติธรรมให้แก่ผืนแผ่นดินด้วยจริยธรรมอันสูงส่งศรัทธาและความเชื่อที่คนอื่นมองเป็นเพียงความฝัน ในใจของกิโฆเต้นั้น มันเป็นความจริงเสียยิ่งกว่าจริงกิโฆเต้จึงแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยหมวกเกราะกระดาษ ออกเดินทางกับม้าผอม ๆ นาม โรสินันเต้ และขาดไม่ได้คือนางในฝันผู้เป็นแรงใจให้อัศวิน กิโฆเต้กล่าวว่าหากอัศวินใดขาดแรงใจจากนางผู้เป็นที่รัก ก็เหมือนต้นไม้ขาดใบไร้พืชผล มีเพียงร่างกายอันไร้วิญญาณ ว่าแล้วเขาก็สถาปนาหญิงชนบทจากหมู่บ้านใกล้ๆ ที่แอบเห็นในระยะห่าง เป็นเจ้าหญิงดุลสิเนอา และอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเธอ โดยที่เธอมิเคยล่วงรู้

ดอนกิโฆเต้ผจญภัยกับความเพ้อฝันครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเห็นโรงแรมเล็กๆ เป็นปราสาท เห็นกังหันลมเป็นยักษ์ เขามีเพื่อนร่วมเดินทางน่ารักมากอย่างซานโช่ ผู้ที่รู้ว่าเจ้านายบ้าแต่ตัวเองก็ยอมบ้าตามด้วยความจงรักภักดี ทุกครั้งที่ซานโช่ท้วงดอนกิโฆเต้ว่าภาพแห่งความจริงเป็นเช่นไร ดอนกิโฆเต้ก็ตอบด้วยความเอ็นดูซานโช่ผู้เบาปัญญาว่า เจ้าโดนเวทมนตร์ของความชั่วร้ายลวงตาเป็นแน่แท้ คนอ่านประทับใจความเป็นเพื่อนของทั้งสอง และเข้าใจในความรักที่ผูกพันคนคู่นี้เข้าด้วยกัน ประโยคของซานโช่ที่เล่าแก่คนผ่านทาง บ่งบอกความเป็นมนุษย์ของดอนกิโฆเต้ได้น่ารักยิ่ง

          

 “สังคมไม่ว่าจะอีกกี่สิบกี่ร้อยปีข้างหน้าจะต้องมีคนอย่างนี้อยู่ คุณหาเถอะ คุณมองดู ในสังคมปัจจุบันจะต้องมีคนอย่างนี้อยู่ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศคงจะแย่ถ้าหากทุกคนเห็นแก่ตัว ทุกคนเห็นแก่ได้ ทุกคนหวังประโยชน์ ทุกคนโกง  อุดมคติของดอนกิโฆเต้ไม่มีวันล้าสมัยเลย


ครั้งหนึ่ง กษัตริย์ฟิลิปเป้ที่ 3 แห่งเสปน ทอดพระเนตรชายผู้หนึ่งกำลังอ่านหนังสือที่ข้างถนน ชายผู้นั้นหัวเราะเสียน้ำตาไหล กษัตริย์ตรัสว่าชายผู้นี้หากไม่บ้าก็คงกำลังอ่านดอนกิโฆเต้อยู่

พระราชดำรัสของพระราชาธิบดี ฆวน การ์ลอส ที่  เนื่องในโอกาสเปิดตัว ดอนกิโฆเต้ ฉบับแปลไทย -- จาก เนชั่น 

      "สเปนไม่มีทูตวัฒนธรรมคนใดจะดีไปกว่า มิเกล เด เซรบันเตส และไม่มีสาส์นแนะนำใดที่ยอดเยี่ยมไปกว่า ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า งานอมตะของเขา" 


มีคำกล่าวไว้ว่า   ในชั่วชีวิตหนึ่ง หากแม้นสวรรค์ทรงอนุญาตให้อ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว จงเลือกเล่มนี้เถิด ชีวิตจักไม่ตายเปล่าแน่แท้!  

       

          ขอเชิญชวนให้เพื่อนนักอ่าน หนอนหนังสือ ตัวอ้วนทั้งหลายมาอ่าน นิยายดีที่สุดที่โลกเคยมีมา กันค่ะ  หรือว่าใครอ่านแล้วก็นำมาบอกเล่า แลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ  สำหรับผู้เขียนเองเพิ่งอ่านได้ตอนที่ 3 อย่างที่บอกไว้ข้างต้นค่ะ  คืนนี้อ่านต่อ นะคะ

สวัสดีค่ะ .

 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากอินเทอร์เน็ต