องค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ
(International Cooperative Alliance – ICA)
และการเฉลิมฉลอง “วันสหกรณ์สากล”
ความเป็นมา
องค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA) เป็นองค์กรที่เก่าแก่ที่สุดองค์กรหนึ่งของขบวนการสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2438 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นองค์การสหกรณ์ระดับชาติจำนวน 223 องค์การ ใน 89 ประเทศ และ เป็นองค์การระหว่างประเทศ อีก 1 องค์การ คือ World Council of Credit Union (WOCCU) นับว่าเป็นองค์การสหกรณ์ระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียว ที่มุ่งส่งเสริมการสหกรณ์ในทุกภูมิภาคทั่วโลก
องค์การ ICA ได้รับสิทธิเข้าร่วมการประชุมและร่วมโครงการพัฒนาต่าง ๆ ขององค์การชำนาญพิเศษแห่งสหประชาชาติ เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และมีฐานะเป็นที่ปรึกษาประเภท 1 ของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN/ECOSOC)
องค์การ ICA เริ่มเฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากล ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) และที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ มีมติที่ 47/90 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2535 ประกาศให้วันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคม เป็น “วันสหกรณ์สากล” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการก่อตั้งองค์การ ICA และในที่ประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2537 ได้เชิญชวน ให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกร่วมมือกับองค์การสหกรณ์ระหว่างประเทศ และระดับชาติ ร่วมเฉลิมฉลอง “วันสหกรณ์สากล” เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2538 เป็นต้นไป
ปัจจุบันองค์การ ICA ได้เฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากลมาแล้ว 84 ครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ 85 และองค์การ สหประชาชาติ ได้เฉลิมฉลองมาแล้ว 12 ครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ 13 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2550
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ในฐานะเป็นองค์กลางของสหกรณ์ไทย ได้เข้าเป็นสมาชิกชั้นสามัญขององค์การ ICA ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2514 โดยได้รับสิทธิ์ในแต่งตั้งผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์ฯ เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชาองค์การ ICA ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี เข้าร่วมกิจกรรมของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ทั้งในสำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การส่งผู้แทนสหกรณ์ไทย เจ้าหน้าที่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและสหกรณ์สมาชิก เข้าร่วมการประชุม การสัมมนาและฝึกอบรม ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตามโอกาสอันเหมาะสมรวมทั้ง ไดรับข่าวสารความเคลื่อนไหว ด้านการพัฒนางานสหกรณ์ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และได้เริ่มจัดงานเฉลิมฉลอง “วันสหกรณ์สากล” เป็นประจำทุกปี ตั้งปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา
สำนักงานองค์การ ICA
1. สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (ICA Head Office, Geneva, Switzerland)
15, route des Morillons 1218, Grand-Saconnex,
Geveva, Switzerland
Telephone: +41 22 929 88 88
Fax: +41 22 798 41 22
E-mail: [email protected] Website: www.ica.coop
2. สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ICA Regional Office for Asia and the Pacific - ICA Asia-Pacific)
Aradhana Enclave, Ring Road, Sector 13, R.K. Puram
New Delhi 110 066, India
Telephone: +91 11 2688 8250
Fax: +91 11 2688 8067 or +91 11 2688 8241
E-mail: [email protected]
Website: www.icaroap.coop
ICA Business Office (Singapore)
510 Thomson Road#12-02 SLF Building
Singapore 298 135, Singapore
Telephone: +65 6358 2322
Fax: +65 6358 2292 E-mail: [email protected]
3. สำนักงานภูมิภาคอัฟริกา (ICA Regional Office Africa - ICA Africa)
P.O. Box 67 595, Off Gichugu Road, Kileleshwa
Nairobi 00200, Kenya
Telephone: +254 20 434 3204
Fax: +254 20 560 865 or +254 20 565 771
E-mail: [email protected]
Website: www.icaafrica.coop
ICA Project Office for West Africa (POWA)
Avenue Kwame N'Krumah 01 B.P. 6461
Ouagadougou 01, Burkina Faso
Telephone: +226 5030 73 28
Fax: +226 5030 73 29
Email: [email protected]
4. สำนักงานภูมิภาคอเมริกากลางและคาริเบียน (ICA Regional Office for the Americas - ICA Americas)
Apartado 6648-1000, San José, Costa Rica
Telephone: +506 296 0981
Fax: +506 231 5842
Email: [email protected]
Website: www.aciamericas.coop
ICA Project Office Bolivia
Responsable de la Oficina de Proyectos: Fernando Oropeza
Alianza Cooperativa Internacional
Av. Ayacucho No.127, entre Heroínas y Colombia
Edificio Céspedes 7mo. piso, oficina Nº 4.
Cochabamba - Bolivia
Teléfono: (591) 707 63456
E-mail: [email protected]
5. สำนักงานภูมิภาคยุโรป (Regional Office for Europe - ICA Europe)
Square Ambiorix 32, bte 2 1000
Brussels, Belgium
Telephone: +32 2 280 16 09Fax: +32 2 235 28 69
E-mail: [email protected]
Website: www.coopseurope.coop
ประวัติสหกรณ์สากลบิดาสหกรณ์โลก
สหกรณ์ถือกำเนิดขึ้นในยุโรปในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมซึ่งต้องใช้ที่ดินจำนวนมากการกว้านซื้อที่ดินส่งผลให้ประชาชนชนชั้นรากฐานไร้ที่ทำกิน ละทิ้งถิ่นฐานเข้าไป ขายแรงงานในเมืองหลวง ความยากจนยิ่งโหมกระหน่ำจากสังคมที่เคยเกื้อกูลดังเช่นในชนบท ได้จางหายไปทุกคนต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด ถึงกระนั้นความพยายามแสวงหาวิธีสร้างสังคมใหม่ควบคู่กันไปกับระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ได้ใช้เวลาเนิ่นนาน จึงคิดค้นวิธีการได้สำเร็จ เรียกว่า " การสหกรณ์ "และถือว่า
โรเบิร์ต โอเวน เป็นบิดาสหกรณ์โลก
สหกรณ์แห่งแรกของโลก
ความลำบากยากแค้นของผู้ใช้แรงงานในโรงงานทอผ้า ณ เมืองรอชเดล ประเทศอังกฤษที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อสินค้าเชื่อรวมกับดอกเบี้ยสูง และการจ่ายค่าจ้างเป็นสิ่งของเป็นแรง ผลักดันให้มีการรวมตัวกัน แสวงหาทางรอดตามวิธีสหกรณ์คือ ร้านสหกรณ์ รอชเดล โดยสมาชิก ผู้ก่อตั้ง มีข้อตกลงร่วมกันในหลักเกณฑ์ที่เรียกว่า กฎ 10 ประการ และกฎนี้เป็นแม่บทของหลักการสหกรณ์ สหกรณ์นี้จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นสหกรณ์แรกของโลก การดำเนินงานของ สหกรณ์ รอชเดล ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพราะเป็นที่เข้าใจ กันในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการศึกษาเพราะเป็นที่เข้าใจกันดีว่าผู้ใช้แรงงานมีความรู้น้อย การศึกษาจึง เป็นความจำเป็น โดยได้เปิดสอนในวิชาการต่าง ๆ แก่สมาชิกในยามว่าง ก็คือเวลากลางคืน จึงเรียกว่า " โรงเรียนกลางคืน " ความลำบากยากเข็ญที่กระจายอยู่ทั่วไป เยอรมันก็เป็นประเทศหนึ่งที่กำเนิดสหกรณ์เครดิต (สหกรณ์สินเชื่อ หรือ ธนาคารสหกรณ์) ซึ่งมี 2 ประเภทคือ สหกรณ์เครดิตในเมือง มีเฮอร์มัน ชุลซ์เดลิทช์(Hermann Schulze-Delitzsch) เป็นผู้ให้กำเนิดสหกรณ์สำหรับประชาชนผู้ยากจนในชุมชนเมืองและสหกรณ์เครดิตในชนบท มีฟรีดริช วิลเฮล์ม ไรฟ์ไฟเซน (Friedrich Wilhelm Raiffisen) เป็นผู้ให้กำเนิดในการจัดตั้งสหกรณ์เครดิตสำหรับชาวนา โดยได้ขยายไปทั่วเยอรมนี และสหกรณ์ เหล่านี้ได้รวมตัวกันก่อตั้งสถาบันกองทุนกลางในภูมิภาคต่าง ๆในที่สุดได้ก่อตั้งสถาบันกลางระดับชาติ
วันสหกรณ์สากล (International Cooperatives Day)
สหกรณ์ในประเทศต่าง ๆ มีหลายประเภทและหลายระดับ รวมเป็นขบวนการสหกรณ์ของประเทศนั้น ๆ มีความเจริญก้าวหน้าแตกต่างกันไป มองในภาพรวมเรียกได้ว่าเป็น"ขบวนการสหกรณ์โลก" มีการประชุมสมัชชาสหกรณ์ระหว่างชาติเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2438 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีมติก่อตั้งองค์กรสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (องค์การ ICA)เพื่อประสานความร่วมมือในด้านต่าง ๆ มีสำนักงานใหญ่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อ พ.ศ.2538 องค์การ ICA จึงได้ปรับปรุงและประกาศหลักการสหกรณ์เป็น 7 ประการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ องค์การ ICA ได้ประกาศใหญ่สหกรณ์ทั่วโลก ร่วมเฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากลตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 ต่อมาที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2535 มีมติให้วันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคมทุกปี เป็น " วันสหกรณ์สากล "
กำหนดการพิธีเปิด “งานพลังสหกรณ์ พลังงานทดแทน”
เนื่องในโอกาส “วันสหกรณ์สากล” ครั้งที่ 86
วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2551
ณ ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
*************************************
เวลา 09.00 น.
เปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลังสหกรณ์ พลังงานทดแทน”
นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เวลา 10.15-10.45 น.
ปาฐกถาพิเศษเรื่อง“พลังงานทดแทน แก้วิกฤติพลังงานไทยได้จริงหรือ?”
พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ โดย ฯพณฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เวลา 10.45-12.30 น.
สาธิต และนำเสนอ “นวัตกรรมพลังงานทดแทนไทย”
** “ไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน”โดย ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด
** “ไบโอดีเซลจากสบู่ดำ”โดย รศ.ดร. สมบัติ ชิณะวงศ์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
* * “เอทานอล จากอ้อย และมันสำปะหลัง”โดย นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี
สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย
* *“การผลิตพลังงานไฟฟ้า จาก มันสำปะหลัง” โดย นายจรุง วงศ์วานรุ่งเรือง
บริษัท พลังงานหมุนเวียนชุมชน จำกัด
* * เรื่อง“การผลิตพลังงานไฟฟ้า จาก ไม้โตเร็ว”โดย ดร. วีรชัย อาจหา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
หมายเหตุ
1) การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ 4 ภาคระหว่างวันที่ 4 – 6
กรกฎาคม 2551 เวลา 07.00 – 21.00 น. ณ บริเวณสำนักพัฒนาและ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์
2) การจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตกระบวนการผลิตพลังงานทดแทน
ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.51 เวลา 09.00 – 21.00 น. ณ บริเวณศูนย์
การประชุมรัชนีแจ่มจรัส สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
3) ฝึกอบรมและชมการสาธิต เรื่อง “การปลูกสบู่ดำและการสร้างมูลค่า
เพิ่มจากผลพลอยได้ของพืชสบู่ดำ”
มิติใหม่ของพืชพลังงานทดแทน
“การผลิตกระแสไฟฟ้าจากหัวมันสำปะหลังสด แห่งแรกของโลก”
โอกาสทองของชาวไร่มันสำปะหลัง เมื่อนักวิทยาศาสตร์ไทยได้สร้างนวัตกรรมใหม่ในการใช้หัวมันสำปะหลังสดมาผลิตไบโอแก๊สหรือก๊าซชีวภาพได้ปริมาณมากคุ้มราคาหัวมันสด ก๊าซชีวภาพที่ได้นำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในขนาดตั้งแต่ 1 – 10 เมกะวัตต์ได้
เทคโนโลยีนี้ได้จดทะเบียนอนุสิทธิบัตรแล้วและนับเป็นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากหัวมันสำปะหลังสดเป็นรายแรกของโลกจากผลงานวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงนำโดย ผศ.ดร.วรรณนา ภาณุวัฒน์สุข เป็นหัวหน้าทีมวิจัยและชาวคณะจากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าจากหัวมันสำปะหลังเป็นผลสำเร็จ
นอกจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากหัวมันสำปะหลัง ที่สามารถคืนทุนใน 4 – 5 ปีแล้ว ยังได้มีการนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้อีก เช่น กากมันใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ความร้อนเหลือทิ้งนำมาใช้อบพืชผล หรือแลกเปลี่ยนเป็นความเย็น คาร์บอนไดออกไซด์ใช้ในการเร่งการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด เป็นต้น ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก
ขณะนี้โรงงานต้นแบบขนาด 1 เมกะวัตต์ มูลค่า 25 ล้านบาท ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน “พลังสหกรณ์ พลังงานทดแทน” เนื่องในวันสหกรณ์สากล ครั้งที่ 86 ประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 4 – 6 กรกฎาคม 2551 ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ นอกจากนี้ในงานยังมีนิทรรศการด้านพลังงานทดแทนอื่นๆอีกมากมายและมีสินค้าผลิตภัณฑ์สหกรณ์มาจำหน่ายในราคาพิเศษเพื่อช่วยลดค่าครองชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารเกรดเอจากสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศราคาถูกต่ำกว่าท้องตลาดมีจำหน่ายในงานทุกวัน
สสท.จัดงานวันสหกรณ์สากล จัดมหกรรมพลังงานทดแทน แก้วิฤติน้ำมันแพง
นายมงคลัตถ์พุกะนัดด์ประธานคณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) เปิดเผยถึงความเป็นมาของ “วันสหกรณ์สากล” ว่าองค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (International Cooperative Alliance = ICA) เป็นองค์การสหกรณ์ระหว่างประเทศ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีหน้าที่ในการเผยแพร่ส่งเสริมหลักการและอุดมการณ์สหกรณ์ปัจจุบันมีสมาชิกองค์กรทั้งสิ้น 236 แห่งจาก 93 ประเทศรวมถึงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ICA เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ที่ประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติมีมติประกาศให้วันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคมของทุกปีเป็นวันสหกรณ์สากล พร้อมทั้ง ได้เชิญชวนให้รัฐบาลประเทศ ต่างๆให้ความร่วมมือกับองค์การสหกรณ์ระดับชาติและระหว่างประเทศในการเฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากลเป็นประจำทุกปีและในปีนี้วันสหกรณ์สากลตรงกับวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2551สันนิบาตสหกรณ์ในฐานะองค์กรสูงสุดในขบวนการสหกรณ์ไทยและเป็นสมาชิกขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA) จึงกำหนดจัดงาน “วันสหกรณ์สากล” ครั้งที่ 86 ขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวโดยในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2551
ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การจัดแสดง และสาธิตกระบวนการผลิตพลังงานทดแทนการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน ไบโอดีเซลจากสบู่ดำ เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากมันสำปะหลัง การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากไม้โตเร็ว การประชุมเชิงวิชาการภายใต้หัวข้อ“พลังสหกรณ์พลังงานทดแทน” จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ไทย 4 ภาครวมถึงการจำหน่ายข้าวสารราคาถูกกว่าท้องตลาดเป็นต้น
วันสหกรณ์สากล (International Cooperatives Day)
“พลังสหกรณ์ พลังงานทดแทน”
สหกรณ์ในประเทศต่างๆ มีหลายประเภทและหลายระดับ รวมเป็นขบวนการสหกรณ์ของประเทศนั้นๆ มีความเจริญก้าวหน้าแตกต่างกันไป มองในภาพรวมเรียกได้ว่าเป็น "ขบวนการสหกรณ์โลก" มีการประชุมสมัชชาสหกรณ์ระหว่างชาติเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2438 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมกับมีมติก่อตั้งองค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (International Cooperative Alliance : ICA) เพื่อประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ มุ่งส่งเสริมการสหกรณ์ในทุกภูมิภาคทั่วโลก และจากการประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2535 องค์การ ICA ได้ประกาศให้สหกรณ์ทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองวันสหกรณ์สากลตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 โดยกำหนดให้วันเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคมทุกปี เป็น "วันสหกรณ์สากล"
“วันสหกรณ์สากล”เป็นวันสำคัญของสหกรณ์ทั่วโลก เพื่อให้ชาวโลกและชาวสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์ที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของโลก และหากจะย้อนถึงความเป็นมาสำหรับสหกรณ์ในประเทศไทย ที่เข้ามามีบทบาทและร่วมเป็นหนึ่งในองค์การ ICA ได้นั้น สหกรณ์ในประเทศไทยได้ถือกำเนิดขึ้นโดยมีมูลเหตุการณ์จากติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ระบบเศรษฐกิจของชนบทก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจแบบเพื่อเลี้ยงตัวเองมาสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเพื่อการค้า ความต้องการเงินทุนในการขยาย การผลิตและการครองชีพจึงมีเพิ่มขึ้น ชาวนาที่ไม่มีทุนรอนของตนเองก็หันไปกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงและยังถูกเอาเปรียบจากพ่อค้านายทุนทุกวิถีทางอีกด้วย
จากสภาพปัญหาความยากจนของชาวนาในสมัยนั้น ทำให้ทางราชการคิดหาวิธีช่วยเหลือ ด้วยการจัดหาเงินทุนมาให้กู้และคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ ความคิดนี้ได้เริ่มขึ้นในปลายรัชกาลที่ 5 โดยกำหนดวิธีการที่จะช่วยชาวนาในด้านเงินทุนไว้ 2 วิธี คือ จัดตั้งธนาคารเพื่อให้เงินกู้แก่ชาวนา แต่ขัดข้องในเรื่องเงินทุนและหลักประกันเงินกู้ วิธีนี้จึงระงับไป และวิธีการสหกรณ์ประเภทหาทุน เกิดจากรัฐบาลโดยกระทรวงพระคลังมหาสมบัติในปัจจุบันคือ กระทรวงการคลังได้เชิญเซอร์ เบอร์นาร์ด ฮันเตอร ์หัวหน้าธนาคารแห่งมัดราช ประเทศอินเดีย เข้ามาสำรวจหาลู่ทางช่วยเหลือชาวนา และเสนอว่าควรจัดตั้ง "ธนาคารให้กู้ยืมแห่งชาติ" ดำเนินการให้กู้ยืมแก่ราษฎร โดยมีที่ดินและหลักทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันเพื่อป้องกันมิให้ชาวนาที่กู้ยืมเงินทอดทิ้งที่นาหลบหนี้สิน ส่วนการควบคุมเงินกู้และการเรียกเก็บเงินกู้ท่านได้แนะนำให้จัดตั้งเป็นสมาคมที่เรียกว่า " โคออเปอราทีฟ โซไซตี้ " (Cooperative Society) โดยมีหลักการร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งคำนี้พระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณได้ทรง บัญญัติศัพท์เป็นภาษาไทยว่า "สมาคมสหกรณ์" จึงกล่าวได้ว่าประเทศไทยเริ่มศึกษาวิธีการสหกรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2457
จนกระทั่งในปี 2458 ได้มีการเปลี่ยนกรมสถิติพยากรณ์เป็นกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ ประกอบด้วยส่วน ราชการ 3 ส่วน คือ การพาณิชย์ การสถิติพยากรณ์ และการสหกรณ์ การจัดตั้งส่วนราชการสหกรณ์นี้ ก็เพื่อจะให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทดลอง จัดตั้งสหกรณ์ขึ้น และพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ ในฐานะทรงเป็นอธิบดีกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ขณะนั้นได้ทรงพิจารณาเลือกแบบอย่างสหกรณ์เครดิตที่จัดกันอยู่ในต่างประเทศหลายแบบในที่สุดก็ทรงเลือกแบบ ไรฟ์ไฟเซน และทรงยืนยันไว้ในรายงานสหกรณ์ฉบับแรกว่า
"เมื่อได้พิจารณาละเอียดแล้วได้ตกลงเลือกสหกรณ์ ชนิดที่เรียกว่าไรฟ์ไฟเซน ซึ่งเกิดขึ้นใน เยอรมันก่อน และซึ่งมุ่งหมายที่จะอุปถัมภ์คนจน ผู้ประกอบกสิกรรมย่อมๆ เห็นว่าเป็นสหกรณ์ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย”
จากการที่พระองค์ท่าน ทรงเป็นผู้บุกเบิกริเริ่มงานสหกรณ์ขึ้นในประเทศไทย บุคคลทั้งหลายในขบวนการสหกรณ์จึงถือว่าพระองค์ทรงเป็น "พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย"
ปัจจุบันสหกรณ์ไทย ได้เข้ามามีบทบาทในองค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ หรือ ICA โดยขบวนการสหกรณ์ของประเทศไทย ที่มี สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กลางของสหกรณ์ไทย ได้เข้าเป็นสมาชิกชั้นสามัญขององค์การ ICA ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2514 โดยได้รับสิทธิ์ในการแต่งตั้งผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์ฯ เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชาองค์การ ICA ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี เข้าร่วมกิจกรรมของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ทั้งในสำนักงานใหญ่และสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การส่งผู้แทนสหกรณ์ไทย เจ้าหน้าที่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและสหกรณ์สมาชิกเข้าร่วมการประชุม การสัมมนาและฝึกอบรม ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตามโอกาสอันเหมาะสมรวมทั้ง ได้รับข่าวสารความเคลื่อนไหว ด้านการพัฒนางานสหกรณ์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก และได้เริ่มจัดงานเฉลิมฉลอง “วันสหกรณ์สากล” เป็นประจำทุกปี ตั้งปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา
ในปีนี้ การเฉลิมฉลอง “วันสหกรณ์สากล” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 86 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2551 สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ในฐานะเป็นองค์กรสูงสุดของการสหกรณ์ไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสหกรณ์ไทยทั่วประเทศ จัดงาน “วันสหกรณ์สากล” ภายใต้ชื่องานว่า“พลังสหกรณ์ พลังงานทดแทน”เนื่องใน “วันสหกรณ์สากล” ครั้งที่ 86 ขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2551 ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
จากภายใต้ชื่องานดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเพื่อน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการสหกรณ์และพลังงานทดแทนมาปฏิบัติ อีกทั้งรณรงค์ให้ประชาชนและสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญด้านพลังงานทดแทน ซึ่งจะมีการนำเสนอความรู้ในด้านวิชาการ นิทรรศการ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์
นอกจากนี้ มีการนำเสนอผลงานนวัตกรรมพลังงานทดแทนไทย ที่เป็นองค์ความรู้สามารถนำไปใช้ได้จริง จาก ชุมนุมสหกรณ์ และผู้ประกอบการ อาทิ ไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน ไบโอดีเซลจากสบู่ดำ เอทานอล จากอ้อยและมันสำปะหลัง การผลิตพลังงานไฟฟ้า จากมันสำปะหลัง และจากไม้โตเร็ว
แล้วพบกันในวันสหกรณ์สากล ณ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ถนนพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม ศกนี้