ความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยเอดส์ : มุมมองของญาติผู้ดูแล

ความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยเอดส์ : มุมมองของญาติผู้ดูแล

คณิสร  แก้วแดง*  และคณะ**

 

                การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการการพยาบาลของ   ผู้ป่วยเอดส์ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ในมุมมองของญาติผู้ดูแล ประชากรเป็นญาติผู้ดูแลผู้ป่วยเอดส์ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ในช่วงเดือนมิถุนายน 2549 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2550 กลุ่มตัวอย่างได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวนทั้งหมด 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ปลายเปิดชนิดกึ่งโครงสร้างซึ่งคณะผู้วิจัยสร้างขึ้นแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเพศ ความสัมพันธ์กับผู้ป่วย และระยะเวลาที่ดูแลผู้ป่วย ส่วนตอนที่ 2 เป็นแบบสัมภาษณ์ปลายเปิดเกี่ยวกับความคิดหรือมุมมองของ         ญาติผู้ดูแลเกี่ยวกับความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยเอดส์ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยการหาค่าความถี่และร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยเอดส์ในมุมมองของญาติผู้ดูแลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

 

                ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 63.64 มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยโดยป็นมารดา คิดเป็นร้อยละ 36.37และระยะเวลาที่ดูแลผู้ป่วยคือ 1-2 ปี คิดเป็นร้อยละ 45.46 และพบว่าญาติผู้ดูแลมีความคิดว่าผู้ป่วยเอดส์ที่เป็นญาติของตนมีความต้องการการพยาบาลในประเด็นต่างๆรวม          3 ประเด็น ดังนี้

                                1.ความต้องการการพยาบาลด้านร่างกาย  พบว่ามีความต้องการได้รับการดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคลและสิ่งแวดล้อมต้องการได้รับการดูแลเรื่องการรับประทานยา และต้องการได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว รวมทั้งการป้องกันโรคแทรกซ้อน  

                                2. ความต้องการการพยาบาลด้านจิตใจ  พบว่ามีความต้องการได้รับข้อมูลต่างๆ ต้องการได้รับการรักษาความลับ ต้องการได้รับการสัมผัส ต้องการได้รับฟังคำพูดที่ไพเราะและนุ่มนวล ต้องการได้รับ สัมพันธภาพที่ดี รวมทั้งต้องการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ต้องการได้รับการบริการที่รวดเร็วและทันที ต้องการได้รับการให้เกียรติในความเป็นมนุษย์ ต้องการได้รับการดูแลด้วยความเต็มใจ และต้องการได้รับการดูแลต่างๆที่เท่าเทียมกับผู้ป่วยโรคอื่น

                                3. ความต้องการการพยาบาลด้านอารมณ์  พบว่ามีความต้องการได้รับการปลอบโยน/      ให้กำลังใจ และต้องการได้รับการดูแลเพื่อลดความวิตกกังวล