ห้องสมุด...ที่ฉันต้องการ คุณทรงศรี อัศวแก้วฟ้า

ภายใต้โลกแห่งยุคสารสนเทศในปัจจุบันนี้  ความรู้  ข้อมูล  และข่าวสารต่างๆเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของประชากรในประเทศ   ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่ประสบกับปัญหาในด้านคุณภาพของประชากร  โดยประชากรจำนวนมากของประเทศยังเป็นกลุ่มคนที่ไม่รู้หนังสือ   ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็มาจากการละเลยและขาดการเอาใจใส่ในการให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือ      ซึ่งจากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เดือนสิงหาคม  ปี 2548 พบว่า   คนไทยใช้เวลาในการอ่านหนังสือโดยเฉลี่ย วันละประมาณ 1 ชั่วโมง 59 นาที    โดยเหตุผลหลักที่ไม่ได้อ่านหนังสือนั้นเนื่องมาจาก การชอบดูโทรทัศน์มากกว่า   รองลงมาคือ ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ

 

ปัจจุบันนี้เราคงต้องยอมรับว่าสื่อสารสนเทศออนไลน์   หรืออินเตอร์เน็ตรวมถึงสื่อทางโทรทัศน์นั้นมีบทบาทอย่างมากต่อเยาวชนไทย เนื่องจากเป็นแหล่งความรู้   ข่าวสาร  ข้อมูล  ที่มีความรวดเร็ว   สะดวกและทันสมัย ทำให้เยาวชนไทยจำนวนมากให้ความสนใจต่อการอ่านหนังสือลดน้อยลง    แต่อย่างไรก็ตามการอ่านหนังสือถือได้ว่าเป็นการค้นคว้าหาข้อมูลที่ได้ประโยชน์มากที่สุด   เพราะเนื่องจากจะทำให้ผู้อ่านเกิดสมาธิในการอ่านแล้ว   ยังช่วยส่งเสริมให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการและความคิดที่สร้างสรรค์  ได้ใช้สมองในการคิดและวิเคราะห์ได้ดี

 

ทั้งนี้ เราต้องยอมรับว่าห้องสมุดหรือสถานที่ที่จะให้เยาวชนไทยใช้สำหรับศึกษา   ค้นคว้า  และหาความรู้นั้นมีอยู่น้อยมาก  โดยห้องสมุดที่มีอยู่นั้นส่วนใหญ่ก็ยากแก่การเข้าถึง เช่น ต้องสมัครเป็นสมาชิก   หรือต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าใช้บริการในราคาที่สูง    นอกจากนี้ยังรวมไปถึงคุณภาพและมาตรฐานของห้องสมุดที่มีเกณฑ์อยู่ในระดับต่ำ การให้บริการหนังสือไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างเต็มที่    ดังนั้นจึงควรต้องมีการปรับปรุงและบูรณาการห้องสมุดใหม่เพื่อให้ห้องสมุดเป็นห้องสมุดในฝันที่เยาวชนอยากเข้าไปใช้บริการและค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งห้องสมุดในฝันที่ดีอาจพอสรุปเป็นประเด็นได้ดังนี้

 

ประการแรกที่สำคัญคือ สภาพภายในของห้องสมุด นอกจากจะต้องมีขนาดที่ใหญ่เพียงพอเพื่อรองรับต่อจำนวนผู้มาใช้บริการแล้ว ควรจะต้องมีความสะอาด เรียบร้อย มีการจัดแบ่งสัดส่วนสำหรับชั้นวางหนังสือ และที่นั่งสำหรับผู้มาใช้บริการได้อย่างสมดุลกัน และที่สำคัญคือบรรยากาศภายในห้องสมุด ต้องดูมีสีสันและมีชีวิตชีวา มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงสว่างเพียงพอ   รวมถึงความเงียบสงบที่จะให้ผู้อ่านใช้สมาธิในการทำความเข้าใจหนังสือได้อย่างดี

ประการที่สองซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของห้องสมุดในฝัน นั้นก็คือ หนังสือ ตำรา วารสาร รวมถึงเอกสารต่างๆที่รวบรวมอยู่ในห้องสมุด นอกจากจะต้องมีการดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้ว จะต้องมีความทันสมัยและเหมาะกับยุคสมัย และที่สำคัญ   ควรจะต้องมีความหลากหลายเพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีความต้องการแตกต่างกันไป     ซึ่งภายในห้องสมุดนั้นไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะหนังสือ หรือวารสาร แต่อาจมีการให้บริการด้านสื่อวีดีทัศน์ต่างๆ ที่อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการได้

 

ประการที่สาม  ที่มีความสำคัญมากเช่นกัน นั่นก็คือ บรรณารักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลห้องสมุด นอกจากจะต้องมีจำนวนเพียงพอต่อการให้บริการภายในห้องสมุดแล้ว  บรรณารักษ์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลห้องสมุดควรเป็นผู้ที่มีความรู้ รู้จักการคัดเลือกหนังสือที่ดีเข้าห้องสมุดและสามารถตอบข้อซักถามของผู้ใช้บริการได้  รวมถึงเข้าใจระบบการบริหารงานของห้องสมุดเป็นอย่างดี   นอกจากนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ความสนใจ    และให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการด้วยความจริงใจ

 

ประการที่สี่คือ  เรื่องของระบบการบริหารต่างๆภายในห้องสมุด   เริ่มตั้งแต่ระบบการสืบค้นหาหนังสือ  ห้องสมุดที่ดีควรมีระบบการสืบค้นหาหน้งสือที่ทันสมัย  และง่ายต่อการค้นหา โดยส่วนมากจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ค้นหาหนังสือจากชื่อเรื่อง  หรือชื่อผู้แต่ง  และรวมไปถึงระบบการจัดวางหนังสือตามส่วนต่างๆของห้องสมุด ให้เหมาะสมและแบ่งตามกลุ่มตามประเภทของหนังสือ ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายแก่การค้นหาหนังสือ และที่สำคัญก็คือระบบการยืม คืนหนังสือ ที่ควรจะต้องมีระบบที่ดี   สามารถตรวจสอบการยืมคืนหนังสือได้อย่างสะดวก  และพร้อมที่จะให้บริการแก่บุคคลภายนอกทุกคนอย่างทั่วถึง

 

ประการสุดท้าย  คือ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการจัดกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่จะทำให้ผู้มาใช้บริการห้องสมุด รู้สึกประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการอีก  ไม่ว่าจะเป็นการจัดมุมขนมหรือมุมกาแฟเล็ก ๆไว้สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านหนังสือไปพร้อมๆกับการทานอาหารว่าง หรือการจัดมุมห้องสมุดให้เป็นแบบสวนหย่อมขนาดเล็ก ที่มีต้นไม้ ดอกไม้ เพื่อบรรยากาศที่สดชื่น   และเหมาะแก่การอ่านหนังสือ    ที่สำคัญควรมีห้องคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับการใช้สื่อวีดีทัศน์หรือสื่อมัลติมีเดียต่างๆ 

 

ส่วนกิจกรรมที่ควรส่งเสริมให้มีการจัดขึ้นนั้นก็เช่น   การจัดนิทรรศการตามโอกาสพิเศษต่างๆ ที่จะสามารถถ่ายทอดความรู้สำคัญต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการ   และกิจกรรมที่ควรส่งเสริมให้มีอยู่เสมอคือ   การทำแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับทราบข้อมูลและความต้องการของผู้ใช้บริการ   ว่าห้องสมุดนั้นมีข้อดี หรือข้อเสียอย่างไรบ้างที่ควรต้องได้รับการปรับปรุง   เพื่อนำข้อมูลส่วนนี้ไปเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงห้องสมุดต่อไป    ให้เป็นห้องสมุดในฝันที่ทุกคนต้องการ