เวลาดำเนินไปเกือบชั่วโมง สมศรีรับสารภาพและยอมรับผิดตามเงื่อนไขที่ได้ต่อรองกับนักสังคมสงเคราะห์ - - มิใช่นักสังคมสงเคราะห์เก่ง แต่เพราะศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายทำให้เขาต้องยอมรับกับความผิดที่ได้กระทำ

 

เมื่อพูดถึงลูกผู้ชาย เรานึกถึงอะไรครับ

ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ตรงไปตรงมา กล้าได้กล้าเสีย หยิ่ง ทรนง ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพล หรือทำใครเขาท้องแล้วต้องรับผิดชอบ (เพราะพ่อตาจะยิงหัวเอา) และจะนึกถึงใครละ สรพงษ์ ชาตรี  สมบัติ เมทะนี (พระเอกหนังโบราณขวัญใจคนเขียนทั้งนั้น)

ผมนึกถึง "ศรีบูรพา" ครับ นึกถึง "มาโนช" ที่ยอมเจ็บปวดทั้งกายและใจครั้งแล้วครั้งเล่า นับแต่ยังเยาว์วัยที่เริ่มชกต่อยกับ "คีรี" ลูกชายเศรษฐีที่ทำอะไรมักเอาแต่ใจตัวเองโดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น ใช่แล้วครับ เป็น "มาโนช" ในหนังสือนวนิยายเรื่อง "ลูกผู้ชาย" ของศรีบูรพา อ่านครั้งแรกครั้งเดียวตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นเด็ก ม.ปลายๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งยุคร้านหนังสือดอกหญ้า/สำนักพิมพ์ดอกหญ้าจัดทำโครงการอนุรักษ์หนังสือเก่า ดอกหญ้ายุคนั้นภาพปกและรูปเล่มหนังสือสวยกระทัดรัดน่าสะสมยิ่งนักครับ ไม่ว่าจะเป็นงานชุดของศรีบูพา หรือยาขอบ

พระเอกของศรีบูรพา เป็นคนพูดจาไพเราะเสนาะโสตครับ เป็นพระเอกคนยากพูดจายาวๆ มีหลักการดำรงตนที่ชัดเจน พระเอกจะพูดทีละครึ่งหน้ากระดาษ แน่นอนครับว่า "มาโนช" ใน "ลูกผู้ชาย" เป็นพระเอกคนละแนวกับ "คุณเปรม" ใน "สี่แผ่นดิน"

คนที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในละครแล้วพลิกกลับมาชนะได้ในตอนจบนี่ถือเป็นสูตรสำเร็จของละครไทยแต่ไหนแต่ไรมา จะด้วยความดี ความอดทน ความจริงปรากฏ หรืออะไรอีกก็สุดแท้แต่ละครับ หากแต่ผมเห็นว่าในชีวิตจริงแล้ว คนที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วจะมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะนั้นเห็นท่าจะยากละครับ นอกจากจะไม่ตายไปเสียก่อนเพราะความอดอยาก ก็หมดแรงพอที่จะสู้ต่อ (เพราะก็ต้องทำมาหากิน มิใช่พระเอกจอมยุทธที่ค่ำไหนนอนนั่น แต่งหล่อไปเรื่อย ไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง)


ลูกผู้ชาย กับการนำมาใช้ประโยชน์

ผมไม่แน่ใจว่าลูกผู้ชายกับสุภาพบุรุษ จะมีความหมายใช้แทนกันได้หรือไม่ หรือมีลักษณะการใช้ที่แตกต่างกันด้วยสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้เป็นชายด้วยหรือไม่; ชายบ้านนอกใช้คำว่าลูกผู้ชาย ภาพสื่อถึงนักเลงบ้านนอก ตรงไปตรงมา กล้าได้กล้าเสีย ขณะที่ชายเมืองกรุงจะใช้คำว่าสุภาพบุรุษ ภาพของการสวมหมวก คาปไปป์ ไม้ตะพด จะเหมือนหรือต่างอย่างไรเชิญแลกเปลี่ยนด้วยครับ

คำว่าลูกผู้ชาย ยังคงถูกนำมาใช้ในสังคมบ้านเราให้ได้ยินอยู่เสมอๆ ในทุกภาคส่วนของสังคม แม้กระทั่งในสภาก็ยังเคยได้ยินอยู่เนืองๆ กรณีการต่อว่ากันและกันว่าคนโน้นมิใช่ลูกผู้ชายแล้วคนนั้นก็มิใช่ลูกผู้ชายด้วยเช่นกัน สักพักก็ได้ยินเสียงตะเพิดให้ไปเอาผ้าถุงมานุ่งเสีย (อ้าว ไปซะงั้น)

การถูกตำหนิว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย มันทำให้เสียเชิงชายไปเลยนะครับ เข้าทำนองว่าลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้ เมื่อเด็กทะเลาะกัน ดูจะไม่พ้นคำท้าละครับว่าเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า แน่จริงก็ไปเจอหน้าโรงเรียนเย็นนี้ ถ้าไม่ไปตามคำท้าก็ไปนุ่งกระโปรงมาโรงเรียนเสียวันพรุ่งนี้ (ในสภาฯก็มีอยู่เหมือนกันนะครับ เรื่องท้า เรื่องถีบเนี่ย - - เอ๊ะ ยังไง)

ดูสารคดีทีวีไทย หมาไนต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงหญิงสาว ใครชนะจะได้เชยชมสาวคนงาม แน่นอนครับว่าภาพของหมาไนผู้ชนะไล่ต้อนและเห่าหอนประกาศว่าได้ครอบครองอย่างลิงโลดใจ ขณะที่ภาพภาพหัวอกผู้แพ้นี่มันแย่เชียวนะครับเดินคอตกไปเป็นหมาป่วยไปเสียแล้ว (รวมถึงภาพการนำเสนอว่าแม้จะไม่ได้ต่อสู้แต่หากเมื่อได้รับการปฏิเสธจากเพศตรงข้าม หมาไนผู้ชายก็อยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างกัน) ผมว่าการได้รับการปฏิเสธจากเพศตรงข้ามนี่ทำให้ "เพศผู้" (Male) เจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุดนะครับ ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์

เพราะสังคมโลกสั่งสมและสั่งสอนให้ชายกลายเป็นผู้นำ กลไกหลายๆ อย่างจึงถูกสร้างและนำมาใช้เพื่อรองรับความเป็นชาย ความเป็นลูกผู้ชาย เพื่อขยายภาพของ "เพศผู้" (Male) ที่เป็นเองโดยธรรมชาติเสมอกัน

ยังครับยัง ผมยังไม่ชัดในประเด็นนี้
ขออนุญาตนำไปคิดต่ออีกสักระยะ แล้วค่อยมาเขียนต่อ (ฮา)


ลูกผู้ชาย กับการนำมาใช้ประโยชน์ในสถานสงเคราะห์

จะว่าไปแล้วผมก็นำมาใช้อยู่เหมือนกันนะครับในงานสถานสงเคราะห์ แต่ก็มิได้รณรงค์ให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด (เพราะกำลังชั่งน้ำหนักอยู่เหมือนกันว่า จะมีผลสะท้อนอย่างอื่นหรือไม่) เป็นต้นว่า
- ลูกผู้ชายต้องไม่ล่วงละเมิด และไม่ฉวยโอกาสต่อเพศตรงข้าม
- ลูกผู้ชายต้อง (ไม่มีความคิดและ) ไม่เข้าไปในเขตเรือนนอนหญิง โดยเด็ดขาด
- ลูกผู้ชายต้องเสียสละ เอื้อเฟื้อสตรี ผู้สูงอายุ พิการ และเจ็บป่วย
- ลูกผู้ชายทำผิดต้องรับผิด
ฯลฯ

แต่ที่ลองนำมาใช้แบบเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ มีอยู่หนนึง
หลายเดือนก่อนหน้านี้ สมศรี (นามสมมติ) พระเอกอาสามัครผู้รับบริการในสถานสงเคราะห์ของเรา วัย ๒๕ ปีเศษ เป็นจอมอาสาสารพัดอย่าง มักอ้างกับใครๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะห์ว่า "ผมเป็นหัวหน้าครับ ผมดูแลคนข้างในนี้หมดแหละ คนในนี้ผมสั่งได้หมดครับ" - - ระบบความจำที่มิอาจทราบได้ว่าเริ่มแต่เมื่อใด เจ้าตัวมักอ้างกับใครต่อใครว่าเป็นเจ้าของวินรถตู้ที่กรุงเทพฯ ๓๐ คัน ที่โคราชอีกกว่า ๓๐ คัน มาอยู่ที่นี่ก็เพราะเพื่อรักษาตัว บทบาทสมจริงจึงเป็นการโบกรถ

การโบกรถเข้าซอง การให้สัญญาณถอยหลังเป็นความสุขผูกขาดของเขาครับ ทำเป็นเล่นไปมีนกหวีดและถุงมือสีขาวเสียด้วยนะครับ

มีอยู่บ่อยครั้ง ที่เมื่อครบรอบกำหนดหมอนัดผู้ป่วยในสถานสงเคราะห์ต้องเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งมักจะไปกันที่ละหลายคน สมศรีจะตื่นแต่เช้า อาบน้ำ ทาแป้ง แต่งตัวรอละครับ แต่พี่เลี้ยงก็มักจะปฏิเสธครับ - - ปฏิเสธเพราะสมศรีมักจะไปให้ข้อมูลกับคุณหมอ คุณพยาบาล รวมถึงญาติผู้ป่วยที่เข้าคิวรอว่า "ผมเป็นหัวหน้าครับ ผมพาผู้ป่วยมาครับ นี่ครับเจ้าหน้าที่ก็มาด้วยครับ...." แล้วพ่อก็จัดการเองทุกอย่าง

วันไหนถูกปฏิเสธไม่ให้เดินทางร่วมกับคณะ ในฐานะคุณอำนวย วันนั้นละครับ ผมหรือใครๆ แทบจะไม่ได้ทำงานกันละ มีบ้างเหมือนกันที่แอบไปปล่อยลมรถ

เพราะเหตุนั้น วันแล้ววันเล่า เราจะเห็นภาพของสมศรีไปช่วยบริการที่โรงพยาบาลขุขันธ์ "รถตู้บริการประชาชน" วิ่งบริการรับ-ส่ง ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลถึงอำเภอเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า วันแล้ววันเล่า - - เด็กมันน่ารัก พขร. ก็เลยเอ็นดูครับ

แล้ววันนึงก็มาถึง...
"ผมไม่คิดว่าผีบ้ามันจะขโมยเงินนะครับหัวหน้า ผมก็เห็นว่าบ้าๆ บอๆ ผมก็เอ็นดู สงสาร ก็เห็นหน้าทุกวันก็เลยให้ติดรถไปด้วย แต่ไม่คิดว่ามันจะทำแบบนี้ครับ"

คุณพี่ พขร. รถบริการประชาชนของโรงพยาบาลขุขันธ์ เดินเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษในห้องประชุม ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมประจำเดือนเมื่อบ่ายวันนั้นที่สถานสงเคราะห์ ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อไปถึงอำเภอขุขันธ์และประชาชนลงรถกันหมดแล้ว คุณพี่แวะไปติดต่อธนาคารแป๊ปนึง บนรถจึงมีเพียงพระเอกเพียงลำพังพร้อมกับกระเป๋าเงินที่เปิดอ้าซ่าอีก ๑๐,๖๐๐ บาท พอมาถึงโรงพยาบาลคุณพี่ถึงได้ทราบว่าเงินหายไป ๖๐๐ บาท - - เป็นเศษ ๖๐๐ บาท ที่อยู่นอกมัดหนึ่งหมื่น

สอบถามสมศรีแล้วได้ข้อมูลว่าไม่ได้เอา สาบานได้วัดไหนก็ได้ หลวงพ่อไหนก็ได้ ได้ทั้งนั้น เงินที่ได้มานี้เป็นเงินที่ผมไปรับจ้างมาไปทำงานก่อสร้าง ไปเข็นผักที่ตลาด ไปขายของเก่า ไป ไป ไป ฯลฯ

สมศรีก็คงเหมือนคนทั่วไปแหละครับ มีเงินแล้วพฤติกรรมก็เปลี่ยนไป สูบบุหรี่ก้นกรอง ซื้อขนมแจกเพื่อน มีเศษเงินแจกเพื่อน และมีเงินคงเหลือถึงเย็นวันนั้น ๕๒๐ บาท

"ผมไม่คิดว่าผีบ้ามันจะขโมยเงินนะครับหัวหน้า ผมก็เห็นว่าบ้าๆ บอๆ ผมก็เอ็นดู สงสาร ก็เห็นหน้าทุกวันก็เลยให้ติดรถไปด้วย แต่ไม่คิดว่ามันจะทำแบบนี้ครับ"
นอกจากขอโทษขอโพย ขอบคุณในน้ำใจที่มีต่อคนในบ้านของเรามาโดยตลอด และคืนเงินไปให้ครบจำนวน ๖๐๐ บาทแล้ว ผมควรจะพูดอะไรดีครับ นอกจากว่า "ผมจะดำเนินการตามสมควรครับ" ผมพูดต่อไปว่า

"ขอโทษเถอะนะครับพี่ อย่าว่าผมปกป้องเด็กเลยนะครับ คิดเล่นๆ ดูว่าถ้าไม่ใช่สมศรี มันจะแค่ ๖๐๐ ไหมครับ"  คำถามที่ไม่ได้หวังคำตอบ แต่ก็เหมือนว่าจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นครับ

คุยกันสักพัก คุณพี่ก็เดินออกนอกห้องประชุมไป - - เลยกลายเป็นวาระอื่นๆ (ถ้ามี) ไปเสีย

เหตุการณ์ต่อจากนั้นก็คงพอทราบละครับว่าจะดำเนินไปอย่างไร
สมศรีถูกเชิญมาให้ข้อมูล "อย่างลูกผู้ชาย" โดยที่ระหว่างนั้น ย้ำแล้วย้ำอีกว่า
- เราเป็นลูกผู้ชายทำผิดต้องยอมรับผิด ถึงจะเรียกได้ว่ามีศักดิ์ศรี
- คนเราทำผิดกันได้ และการทำผิดก็สมควรที่จะได้รับโทษตามสมควรแก่ความผิด
- ศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชาย ทำผิดต้องยอมรับผิดมิใช่หรือ
ฯลฯ

เวลาดำเนินไปเกือบชั่วโมง สมศรีรับสารภาพและยอมรับผิดตามเงื่อนไขที่ได้ต่อรองกับนักสังคมสงเคราะห์ - - มิใช่นักสังคมสงเคราะห์เก่ง แต่เพราะศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายทำให้เขาต้องยอมรับกับความผิดที่ได้กระทำ
๑. จำกัดบริเวณ ๓ วัน
๒. ระหว่างการกักบริเวณ ให้ทำความสะอาดในพื้นที่นอนและห้องน้ำอย่างสะอาด
๓. เมื่อพ้นแล้ว ห้ามมิให้ไปอาสาบริการที่โรงพยาบาลขุขันธ์อย่างน้อย ๑๕ วัน (โดยพี่เลี้ยงผู้ชาย รับที่จะดูแลและมอบหมายงานให้อย่างใกล้ชิด)

คราวนั้น เป็นการดำเนินการอย่างใกล้ชิดหลายๆ อย่าง และคิดอะไรต่อๆ ไปอีกได้หลายๆ อย่างครับ
- ผมไปเยี่ยมสมศรีทุกวัน มีครั้งมีขนมไปเยี่ยมด้วย สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในแต่ละคราวที่ไปเยี่ยม
- การทำโทษของสมศรี อาจเรียกได้ว่าดำเนินไปด้วยความชื่นมื่นครับ เพราะมีการต่อรองตกลงกันในกติการะหว่างกัน
- การจัดการระบบห้องกักและระบบการจำกัดพื้นที่ (ทั้งในรูปแบบของการคุ้มครองและการลงโทษ) ในส่วนของก่อน ระหว่าง และภายหลัง
- "ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์" เป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง
- ผู้รับบริการที่รับส่งต่อมาจากสถานสงเคราะห์เด็ก/ศูนย์ฟื้นฟูผู้พิการ (ทั้งชายและหญิง) มักจะมีบุคลิคเฉพาะต่างจากบุคคลที่เติบใหญ่ในสังคมปกติ
ฯลฯ

ถึงวันนี้ สมศรียังคงดำเนินชีวิตอย่างที่เคยเป็นตามปกติแหละครับ ก็ได้แต่หวังว่าพี่ๆ พขร.จะได้เอ็นดูสมศรีเหมือนเช่นที่ผ่านมา ถ้าจะผิดพลาดอย่างไร ก็ขอให้ได้ว่ากล่าวตักเตือนกันไปตามสมควร


เอาเรื่องนี้มาชวนคุยเพราะเหตุ
กำลังปัดฝุ่นกิจกรรม "ศักดิ์ศรีของผู้ให้" การออกแบบกิจกรรมสำหรับกลุ่มบุคคลขอทาน
ยุคสมัยที่เด็กไม่น่ารัก (เพราะผู้ใหญ่ไม่น่าเคารพ) การสร้างกระแสให้ผู้ชายได้ตระหนักถึงความเป็นลูกผู้ชายก็อาจช่วยให้ได้ฉุกคิดกันได้บ้าง โดยที่ไม่ต้องดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง แล้วประกาศก้องกับใครๆ ว่า


"ลูกผู้ชายตัวจริง"

 


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

รู้ไว้ใช่ว่า
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมาย ดังนี้

ลูกผู้ชาย
เรียกผู้ชายที่มีความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และมีความรับผิดชอบ เป็นต้น.

ลูกผู้หญิง
เรียกผู้หญิงที่มีความสุภาพเรียบร้อย สงบเสงี่ยม อ่อนโยน รู้จักรักนวลสงวนตัว ประกอบด้วยเมตตากรุณา และรู้จักการบ้านการเรือน เป็นต้น.

สุภาพบุรุษ
ชายที่มีกิริยาวาจาเรียบร้อย รู้กาลเทศะและมีคุณธรรม เช่น เขาช่วยเหลือเธอตามหน้าที่สุภาพบุรุษ.