ยืดหยุ่นคุ้มค่าสะกิดใจสร้างแรงกระตุ้นวิเคราะห์ผู้เรียนอ้างอิงทฤษฎีได้

 

 

นวัตกรรมพัฒนาคุณธรรมนำความรู้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
"หุ่นละครสอนใจ"
โรงเรียนบ้านพรุใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา

 

*****************************************

ปัญหาและที่มา


 

     ผู้เรียนทำงานเป็นทีมล้มเหลว มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยระดับปานกลาง บางกลุ่มขาดความรับผิดชอบ ไม่ทำการบ้าน ไม่ให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้ ทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่เต็มใจ ก้าวร้าวต่อบุคคลรอบข้าง ทะเลาะวิวาท ขาดแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม ลงโทษแล้วได้ผลแค่ชั่วคราว มีพฤติกรรมเชิงบวกเฉพาะต่อหน้าครู ชอบฟังนิทาน โดยนิทาน และละคร สามารถจูงใจพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เรียน 
      ผู้สอน ไม่สามารถสังเกตพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้เรียนได้ มีความจำกัดในเรื่องจำนวนบุคลากร และความสามารถ เกิดความแตกต่างระหว่างสถานที่ ชุมชน ผู้ปกครอง ศาสนา 
     วิธีการแก้ปัญหาเดิม ไม่สามารถปรับพฤติกรรมผู้เรียนได้อย่างที่ครู ผู้ปกครองต้องการ และอย่างถาวร วิธีการที่ใช้เดิมทำให้ผู้เรียนเกิดความแปลกแยก ขาดความมั่นใจ และเป็นปัจจัยกระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อไป
กระบวนการ
1. เตรียมการ
(รู้เขารู้เรา เข้าใจปัญหา แก้ตามจุดแข็งและโอกาส)
- เลือกพฤติกรรมที่ต้องการจะปรับ โดยการสำรวจพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของผู้เรียน แต่ละคน ศึกษารายกรณี และวิเคราะห์หาสาเหตุ และรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ประกอบ การพิจารณา
- สำรวจความต้องการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้ปกครองต้องการ
- กำหนดวิธีการในการสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
- เตรียมการบันทึกความก้าวหน้าของผู้เรียน
- สังเคราะห์ผลจากการสำรวจ ผู้เรียนด้านพฤติกรรม และการปรับพฤติกรรม
- ศึกษาและแปรข้อมูลไปยังทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา พฤติกรรม อารมณ์ สังคม การเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงบวก การเรียนรู้ หุ่น ละคร การประเมินพฤติกรรม ทฤษฎีพัฒนาบุคลิกภาพ ทฤษฎีพัฒนาจริยธรรมด้วยเหตุผล
- เลือกวิธีการที่จะนำมาใช้ให้เหมาะสมและคุ้มค่า

 

2. ดำเนินงาน

ใช้หุ่นละครสอนใจ ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลัก โดยผ่านพฤติกรรมตัวแทนที่เหมาะสมกับวัย แบ่งผู้เรียนออกเป็น 2 ระดับ
คือ กลุ่มแรก สัมผัสนอกรับผู้เรียนตั้งแต่อนุบาล-ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และกลุ่มสองสัมผัสในผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
และเข้าสู่ 7 ขั้นตอน
1. สร้างพฤติกรรมค้นพบตัวเอง
2. ใส่องค์ความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการสร้างละคร
3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้
4. สร้างสิ่งที่เป็นของตนเอง
5. นำเสนอถ่ายทอดและแสดงผลงาน
6. แสดงการยอมรับ
7. ข้อตกลงร่วมกันและสร้างพลังร่วม
8. วิถีปฏิบัติ
3. ประเมินผล
- ตัวแปรควบคุมในการประเมินพฤติกรรม ได้แก่ ความมืด ความเปลี่ยว จังหวะดนตรี ความรัก คนรัก ความกดดัน
- ประเมินโดยใช้เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม
- วิเคราะห์ความแตกต่างของผู้เรียน โดยเทียบเคียงกับกลุ่มสังคม และพฤติกรรมเฉพาะบุคคล ผ่านเกณฑ์เมื่อมีความคงทนถาวร หรือการปฏิบัติได้ด้วยความชื่นชม และภาคภูมิใจ

 

 

 

ผลที่ได้รับ

 

1. ผลที่เกิดกับผู้เรียน
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ทำการบ้าน ให้ความร่วมมือในชั้นเรียนอย่างเต็มใจ รู้จักการทำงานเป็นทีม และการแบ่งงานกันทำ มีทักษะทางด้านภาษา ฟัง พูด อ่าน เขียน ดีขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ออย่างถาวรมาก สามารถแสดงพฤติกรรมเชิงบวกได้อย่างชื่นชมและภาคภูมิใจ บันทึกเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวงได้มากขึ้น
2. ผลที่เกิดขึ้นกับผู้สอน
สามารถเข้าใจผู้เรียน และปรับพฤติกรรมได้ผลเชิงประจักษ์ แบ่งเบาภาระได้ผลภายในเวลาที่กำหนด ได้เครื่องมือสร้างแรงจูงใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เรียน
3. ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครอง
ภูมิใจในความสามารถด้านการแสดงออกในงานโรงเรียน วันสำคัญ งานชุมชน ผลงาน การเปลี่ยนแปลงนิสัยที่ดีขึ้นของผู้เรียน
4. อื่น ๆ จากผลการประเมินของ สมศ. พบว่าเป็นนวัตกรรมที่ดี ควรต่อยอด และนำเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ สามารถจัดการพัฒนาองค์ความรู้

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ. การฝึกเหตุผลเชิงจริยธรรม: ทฤษฎีและการปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2541.

ผู้รับผิดชอบนวัตกรรม
:

นางสาวกันยารักษ์ เดชทัพ และคณะโรงเรียนบ้านพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา
โทร. 081-2564293 และ 084-3071614