ใช้เวลา 6 เดือนในการเรียนรู้จักตัวเอง

วันที่ 20 ธันวาคม 2548 ประมาณ 6 ทุ่ม คืนนั้นผมนอนไม่หลับ  ลุกขึ้นปัสสาวะบ่อย  ประมาณ 8 ครั้ง ในคืนเดียว และหิวน้ำ คอแห้ง  ทำให้ผมนอนไม่หลับในคืนนั้น  พอรุ่งเช้าวันที่  21 ธันวาคม 2548  รับประทานอาหารเวลา 9 โมงเช้า ก็ไปหาหมออนามัยใกล้บ้าน ไปเล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็นัดในวันถัดไป ไม่ต้องกินอาหารมา ให้อดอาหารด้วย ผมก็ทำตามที่หมอสั่งทุกประการ  

วันรุ่งขึ้น 9.30 น. หมอทำการเจาะเลือดดูปรากฏว่าเป็นเบาหวานแล้ว น้ำตาลในเลือดสูงถึง  300  หมอที่อนามัยทำใบส่งตัวผมมาที่โรงพยาบาลครบุรี  พอมาถึงโรงพยาบาลครบุรี เจาะเลือดอีกครั้ง น้ำตาลในเลือดเหลือเพียง 200 หมอที่โรงพยาบาลก็รับเป็นคนไข้ต่อไป หมอนัดมารับยา ผมก็มาตามนัดทุกครั้งไม่เคยขาด แต่การกินอาหารนั้น จะกินตามใจ ไม่มีการคุมอาหารเลย ไม่เคยออกกำลังกาย

11 – 12 มิถุนายน 2550 หมอมาชวนไปเข้าค่ายเบาหวานที่วังน้ำเขียว 3 วัน 2 คืน ผมสมัครไปเพราะเห็นผู้ป่วยเบาหวานคนอื่นมีทั้งเหนื่อย น๊อค พอได้ไปเรียนรู้ ร่วมกับเพื่อน ๆ ได้เจาะเลือดตามเวลาต่าง ๆ ก็เริ่มเข้าใจตนเอง กลับมาในช่วงแรกผมมีอาการปากแห้ง หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย จึงเจาะเลือดดูได้ 190 ผมก็เอาหนังสือและปากกามาจดไว้ว่าน้ำตาลสูงมีอาการแบบนี้เอง 

ผมดูแลการกินอาหาร  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลังจากนั้น 10 วัน ผมมีอาการ เหนื่อย ตาลาย เห็นหลอดไฟ 1 หลอดเป็น 3 - 4 หลอด เหนื่อยไม่มีเรี่ยวแรง จึงเอาเครื่องมาเจาะน้ำตาล ได้ 70 ผมก็ได้เรียนรู้ว่า อ๋อ! น้ำตาลต่ำเป็นแบบนี้เอง ผมกินลูกอม 1 เม็ดอาการก็ดีขึ้น ผมก็เอาความรู้นี้เป็นครูบาอาจารย์ผม จากนั้นผมใช้เวลา 6 เดือนในการเรียนรู้จักตัวเอง ปฏิบัติตัวเอง จากนั้นผมจึงนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์มาเล่าคนในกลุ่มฟัง  คนในกลุ่มก็ทำตามแล้วได้ผลดี

หมอได้ คุยให้พวกเราแบ่งกลุ่มเพื่อนเบาหวาน กลุ่มผมเป็นกลุ่มโคกกระชาย มีสมาชิก 14 คน ผมพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ดูแลกัน กลุ่มของเรา มีผลน้ำตาลที่ดี ออกกำลังกาย ดูแลเรื่อง อาหาร แต่มีเพื่อนคนหนึ่งคือ แต๋ว

แต๋วบอกว่าเป็นเบาหวานก็ตาย  ไม่หาย กินก็ตาย ไม่กินก็ตาย 

แต๋วอายุเพียง 45 ปี เป็นคนที่อ้วนมาก กินขนมหวานครั้งละ 2 ถ้วย กินไม่ยั้ง ไม่ออกกำลังกาย  พวกเราสมาชิกกลุ่ม พยายามชวนแต๋วให้ดูแลตนเองออกกำลังกาย คุมอาหาร แต่แต๋วยังพูดแต่เรื่องตาย ๆเพราะแก้ปัญหาไม่ตกน้ำตาลก็ยังขึ้น ๆ ผมจึงบอกว่า “ แต๋วแกเป็นเสาหลักของครอบครัว ยังมีลูกอยู่ข้างหลัง มีสามี มีญาติสนิทอย่างมาก แต๋วยังเป็นเสาหลักของครอบครัว” แล้ว พูดกลอนว่า “อันเรื่องตายเรื่องเล็กเจ็กไม่ถือ เรื่องกินนั้นหรือเรื่องใหญ่ไทยห่วงหา อย่าคิดถึงแต่เรื่องตายวายชีวา ถึงเวลาจะหมดใจตายไปเอง”  

แต๋วชอบใจ ปรบมือ และรับปากว่าจะลองดูแลตนเอง  วันที่คุยกันนั้น ผลเลือดของแต๋ว ได้ 390 จากนั้นแต๋วไปดูแลอาหาร  แล้วออกกำลังกายทุกวัน 30 – 40 นาที หลังจากนั้นอีก 5 วัน มาตรวจซ้ำ ได้ระดับน้ำตาล 130 แต๋วดีใจมาก สามีของแต๋วดีใจมากบอกว่าภรรยาของเขาจะอยู่กับลูกและสามีได้อีกนาน ...............หลังจากนั้น แต๋วน้ำตาลดีตลอด ต่อมาวันหนึ่งแต๋วมีอาการเหนื่อยมาเจาะน้ำตาลได้ 70 ผมก็แนะนำให้ เขาลดการออกกำลังกายเหลือ 5 วัน

ผมรู้สึกดีมาก ที่ได้ช่วยเพื่อนเบาหวานด้วยกัน และช่วยหมอ

สุดท้ายผู้เป็นเบาหวาน จะต้องดูแลตัวเองให้มากที่สุด มีหลัก 3 ประการ
1. จะต้องออกกำลังกายตามความเหมาะสม
2. จะต้องกินยาตามหมอสั่ง
3. ต้องคุมอาหาร ตามเหมาะสม จะกินอะไรต้องให้มีสติ

นายหยาด ลูกกระโทก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา